ปาฏิหาริย์! คุณตาวัย 88 ปี หายตัวไป ชาวบ้านระดมออกค้นหา เจองูจงอางนำทางจนพบ

ปาฏิหาริย์วันวิสาขบูชา คุณตายวัย 88 ปีหายตัวไปจากบ้าน 1 วัน 1คืน ชาวบ้านนับร้อยระดมออกค้นหา เจองูจงอางนำทางพบตานั่งอยู่บนรากโกงกาง 

วันนี้(29 พ.ค. 61) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งเหตุคนจมน้ำ ที่คลองเมง ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ในที่เกิดเหตุเป็นป่าไม้โกงกาง ระยะห่างจากถนนใหญ่ 2 กิโลเมตร พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ได้มีกลุ่มชาวบ้านพายเรือกันมาจำนวน 2 ลำ นำตัวนายนัด ขิดขำ หรือ ตานัด อายุ 88 ปี ไม่มีบ้านเลขที่ ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ในสภาพอิดโรยอ่อนแรง

ซึ่งได้หายตัวไป เมื่อวาน (28 พ.ค.) เวลา 16.00 น. ทางชาวบ้านนับร้อยคน เร่งระดมค้นหาจากรอยเท้าคุณตา ที่บริเวณท่าน้ำคลองเมง พร้อมได้แจ้งเจ้าหน้าที่และนักชุดประดาน้ำเร่งระดมค้นหาแต่ก็ไม่พบเป็นเวลา 1 วัน 1 คืนเต็ม จนกระทั่งวันนี้ (29 พ.ค.) เวลา 13.00 น. ก็พบคุณตานัดที่ได้หายตัวไปแต่ยังมีชีวิตรอดมาราวกับปาฏิหาริย์

โดยนายบรรญญพนต์ แดงขาว อายุ 39 ปี ชาวบ้านที่ได้พบเจอตานัดวัย 88 ปี เป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อวานกับวันนี้ตนได้ออกตามหากันมาตลอด ทั้งบริเวณแถวบ้านและพื้นที่ใกล้เคียง ในขณะที่ออกตามหานั้นตนก็ได้ไปเจองูจงอางยาว 4 เมตร เลื้อยว่ายน้ำตรงไปยังริมน้ำที่บริเวณดังกล่าว ในตอนนั้นก็คิดอยู่ในใจขอให้พบตานัด แล้วงูตัวดังกล่าวก็เลื้อยว่ายน้ำไปตามเส้นทางนี้ตลอด จึงคิดว่างูตัวนี้น่าจะดลใจให้ตนมายังที่ตรงนี้ และได้ว่ายน้ำตามงูตัวนั่นไปในที่สุดก็ได้ยินเสียง คล้ายกับตานัด ว่าน้ำเค็มจัง จึงเข้าไปตามเสียง ดังกล่าว

จนมาพบเจอกับ ตานัด วัย 88 ปี นั่งอยู่บนรากต้นโกงกาง อีกมือปั้นดินและมีสภาพอ่อนแรง ซึ่งตานัดพูดตลอดทางว่า “มีเด็กพามาเดินมาตามถนน ได้พามาอยู่ในบ้าน และเพิ่งออกมาส่ง” แต่ตนเองเห็นว่าคุณตานั่งอยู่บนรากไม้โกงกางและระดับน้ำลึกถึง 2-3 เมตร ยังรู้สึกตกใจว่าคุณตามาได้ยังไง หลังจากนั้นทั้งตนและชาวบ้านที่ร่วมกันออกตามหาได้รีบนำตัวตานัด วัย 88 ปี ขึ้นรถมูลนิธิหน่วยกู้ภัยสิเกา เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลสิเกาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตานัดหรือนายนัด ขิดขำ มีสภาพอ่อนแรงและขาดน้ำมาเกือบ 2 วัน

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เกิดจากปาฏิหาริย์และการมานำทางของงูจงอางตัวดังกล่าวทำให้ตานัดรอดปลอดภัยมาได้ ซึ่งลูกหลานที่ได้บนบานศาลกล่าวไว้ ต่างเร่งแก้บน เพราะเชื่อในปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับคุณตานัดวัย 88 ปี

ไม่ธรรมดา! ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหม้อไฟ ‘ณ บางแสน’ เซตอลังการรับประทานร้อนๆ รสเด็ด

ไม่ธรรมดา! ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหม้อไฟ ‘ณ บางแสน’ เซตอลังการรับประทานร้อนๆ รสเด็ด คิดเมนูไม่ออก มีเซียมซีให้เล่น

หากพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยว ทุกคนคงนึกถึงร้านธรรมดาทั่วไปที่สามารถรับประทานลิ้มรสความอร่อยได้อย่างเดียว ไม่มีความพิเศษอะไรนอกเหนือจากรสชาติ แต่วันนี้ทีมข่าว MThai จะพาไปรู้จักกับร้านก๋วยเตี๋ยวไอเดียเก๋ “ณ บางแสน” ฉีกแนวร้านก๋วยเตี๋ยวเดิมๆ ที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นร้านที่มีความแปลกใหม่ด้วยหม้อไฟที่ไม่เหมือนใคร และมีลูกเล่นให้ได้เพลิดเพลินระหว่างรับประทาน แถมยังสามารถถ่ายรูปอวดลงโซเชียลได้อีกด้วย

‘ญริช ริญชิฎา  หริญาภัธฎ์’ เจ้าของร้าน “ณ บางแสน” เผยถึงจุดเริ่มต้นของร้านว่า ตนขายประกันมา 10 ปีแล้ว มองว่าอยากหาอะไรที่เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ประจวบเหมาะกับมีที่ทำเลดีติดถนน ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เวลามีงานเทศกาลสงกรานต์ แข่งรถ สามารถทำรายได้เสริมให้ตนได้ ซึ่งตนเป็นคนชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยว ชอบรสชาติที่มีเครื่องเทศสมุนไพร และรสจัดจ้าน จึงคิดสูตรเองให้ได้รสชาติที่อร่อยถูกใจ และเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว “ณ บางแสน” ขึ้น

นอกจากนี้ คุณญริช ยังมีไอเดียดีๆ มองว่าร้านธรรมดาทั่วไปซ้ำซากจำเจไม่น่าเรียกลูกค้าได้เท่าร้านที่มีความพิเศษที่ลูกค้าสามารถเช็คอินอวดลงโซเชียลได้ จึงคิดหาลูกเล่นมาใส่ในร้าน อย่างเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเซ็ตหม้อไฟเล็ก,ใหญ่ ให้ลูกค้าได้ซดน้ำร้อนๆ ตลอดเวลาที่รับประทาน

ญริช เผยว่า ปัจจุบันเวลาไปทานข้าวเป็นคนชอบถ่ายรูปก่อนรับประทาน เหมือนกันก๋วยเตี๋ยวถ้าชามแปลกๆ ส่วนใหญ่ก็จะถ่ายรูป กว่าจะได้ทานมันก็จะไม่ร้อนแล้ว ตนเลยคิดว่าถ้าทำใส่หม้อไฟ ลูกค้าจะได้ทานก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ เพิ่มความพิเศษน่ารักๆ มีเส้นครบทุกเส้น วางแยก ได้ทานทุกเส้นและร้อนตลอดเวลา ซึ่งตนมั่นใจว่าหม้อไฟของตนเป็นเจ้าแรกที่ชลบุรี

โดยปกติชอบคิดชอบทำตลอดเวลา ชอบอะไรแปลกๆ อยากได้ร้านแบบไม่เหมือนใคร จึงทำหม้อไฟขึ้น เมนูก็เป็นแกลลอนน้ำมัน ดูเก๋กว่าแบบปกติที่ใช้เป็นกระดาษ อีกทั้งยังมีเซียมซี เวลาลูกค้าคิดเมนูไม่ออก ก็สามารถเล่นได้ เป็นกิมมิกให้ลูกค้าเขย่าเล่น ลูกค้าก็ได้เพลิน มีมุมเช็คอินถ่ายรูป ซึ่งถือเป็นจุดขาย ยิ่งถูกแชร์ในสื่อโซเชียล ร้านเราจึงได้รับความสนใจและมีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอยู่เสมอ

หากมาที่ร้าน “ณ บางแสน” บอกเลยว่าจะได้เจอกับความแปลกใหม่ต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาแน่นอน มีมุมให้ถ่ายรูปลงโซเชียล มีมุมให้นั่งคุยเหมือนคาเฟ่ย่อมๆ ที่สำคัญรสชาติไม่เหมือนใคร ความเข้มข้นของน้ำซุป ความเผ็ดของน้ำพริกคั่วที่ร้านทำเอง เครื่องเน้นๆ ทำชามต่อชาม หม้อไฟต่อหม้อ ปรุงสดก่อนเสิร์ฟตรงถึงมือลูกค้า  โดยเจ้าของร้านย้ำว่าทุกอย่างที่ทำเป็นเพราะชอบและรักเลยใส่ใจในทุกรายละเอียดของร้าน ด้วยเชื่อว่า ถ้าเราใส่ใจเรามีความสุข คนที่ทานก็จะมีความสุขกับสิ่งที่เราทำด้วย

สุดท้าย ญริช ฝากบอกคนที่สนใจอยากแวะเวียนไปอุดหนุนด้วยว่า บางคนมาบางแสนก็อยากทานอาหารทะเล แต่ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาทานก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ สามารถมาได้ที่นี่ “ณ บางแสน” อยู่ตรงข้ามเยื้อง ๆ กับโรงพักแสนสุข เปิดเวลา 08.30-17.00 สามารถลองมาเช็คอินลิ้มชิมรสดูว่าจะแซ่บแค่ไหน รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน  หรือติดตามความเคลื่อนไหวของร้านได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ณ บางแสน”

อุทาหรณ์!! รถกู้ภัยเจอรถบรรทุกวิ่งสวนมา ก้อนหินกระเด็นใส่กระจกแตก

เศษก้อนหินจากรถ 18 ล้อ ที่วิ่งสวนเลนปะทะกระจกหน้ารถกู้ภัยตรังแตกละเอียดขณะออกปฏิบัติหน้าที่ ฝากเตือนภัยใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง

วันที่ 29 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว ในระหว่างเดินทางเจอรถหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง จอดอยู่ริมถนน ตรัง-สิเกา บ้านเขาแก้ว ม.2 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง พบรถหน่วยกู้ภัยกุศลสถานตรัง ทราบป้ายทะเบียน40-0107 ตรัง หน้ารถกระจก แตกละเอียดคล้ายถูกสิ่งของบางอย่างกระแทกอย่างจัง ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ซึ่งนั่งมาในรถทั้งหมด 5 คน ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบลงจากรถและแจ้งไปยังศูนย์ทันที

ด้านนายณรงค์ ตุลยสุข เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ซึ่งเป็นคนขับ เล่าว่า ตนเองกับทีมกำลังจะมุ่งหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.สิเกา ในระหว่างทางที่ขับมาถึงที่เกิดเหตุดังกล่าว ตนเองได้สังเกตุเห็นรถบรรทุก18ล้อขับสวนไปด้วยความเร็ว หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงกระแทกมายังหน้ากระจกรถที่ตนเองขับอยู่ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าคล้ายเสียงปืนหรือเสียงกระแทกมาจากอะไร แต่คาดว่าเป็นเศษก้อนหินขนาดเล็ก สุดท้ายกระจกหน้ารถร้าวแตกละเอียดจนต้องหยุดรถอย่างเร่งด่วน เพราะไม่สามารถขับรถต่อไปได้ และได้รีบแจ้งไปยังหัวหน้าศูนย์ เพื่อให้นำรถอีกคันมารับและไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ซึ่งตนเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง ขับรถไปปฏิบัติหน้าที่อยู่หลายครั้ง ยังโชคดีที่เป็นแค่เศษหินขนาดเล็กหากเป็นก้อนหินขนาดใหญ่คงจะเจอหนักกว่านี้อย่างแน่นอนทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนเองตั้งสติไว้ได้ทันและทุกคนปลอดภัย