ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกู๋เดือดชามยักษ์ ลูกค้าแน่นร้าน ฟันรายได้กว่าเดือนละแสน!

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกู๋เดือดชามยักษ์ ในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ลูกค้าแน่นร้าน ฟันรายได้กว่าเดือนละแสน!

วันนี้(4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง ร้านกู๋เดือดก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามยักษ์ ในพื้นที่ ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ขายดี ลูกค้าแห่อุดหนุนแน่นร้าน มีสูตรเฉพาะพิเศษที่ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานได้ทั้งน้ำใส น้ำตก ต้มยำ และที่พิเศษไปกว่านั้น เป็นก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ สามารถเลือกน้ำได้ภายในชามสองแบบ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนๆ

นางลลิตา ลิลัยมนเดชา อายุ 38 ปี เจ้าของร้านกู๋เดือดก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามยักษ์ กล่าวว่า เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เพราะคิดว่าในเขตพื้นที่ตำบลหย่วน ยังไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์แบบนี้ อยากให้ชาวบ้านได้กินของดี อร่อยและมีคุณภาพ จึงคิดค้นเมนูเด็ดคือ ก๋วยเตี๋ยวกู๋เดือดต้มยำชามยักษ์ ราคาชามละ 279 บาท รับประทาน 4-5 คน ใช้ชามตราไก่แบบโบราณขนาดพิเศษ มีทั้งต้มยำ ต้มยำน้ำข้น หรือมา 2 ท่าน สั่งแบบถ้วยเล็กเริ่มต้นที่ 35 บาท พิเศษ 40 บาท และยังมีเล้งเดือด ขาไก่ต้มแซบ หมูลวกจิ้ม 60 บาท หมูคัดเลือกอย่างดี สดใหม่ทุกวัน

ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามยักษ์ จะใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวทั้งหมด 7 แบบ ประกอบด้วย เส้นเล็ก เส้นหมี่ขาว และบะหมี่ เส้นใหญ่ หมี่ไข่ หมี่สด วุ้นเส้น มาม่า พร้อมกับใส่เครื่องทั้ง ถั่วงอก ลูกชิ้นหมู เนื้อหมู และหมูยอ ราดด้วยน้ำซุปต้มยำสูตรของทางร้าน รสชาติกลมกล่อมไม่เผ็ดจนเกินไป ลูกค้าสามารถรับประทานได้พร้อมกันถึง 5 คน จนได้กระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกค้ามากินจนแน่นร้านทุกวัน โดยขายได้วันละ 80-100 ชาม สร้างรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท

สำหรับใครที่อยากไปลิ้มชิมรส ร้านกู๋ก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามยักษ์เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -20.00 น. โดยตั้งอยู่เลขที่ 364 หมู่ 2 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ตรงข้ามกับ ธ.ก.ส. เชียงคำ หรือสามารถโทรสอบถามได้ที่ คุณลลิตา ลิลัยมนเดชา โทร.09-7490-9191

ชาวเน็ตสุดฮา!! แว้นตุ้ยนุ้ย ซิ่ง จยย.หมอบแซง เก๋ง กระบะ

วิจารณ์สนั่น!! หนุ่มหุ่นตุ้ยนุ้ยสายแว้น ซิ่งรถจักรยานยนต์ พร้อมมอบแซงรถยนต์ ชาวเน็ตติงเรื่องความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชียล เพจชื่อดัง ‘เมือง ทุ่งสง’ มีการเผยแพร่คลิปและภาพของชายวัยกลางคนรายหนึ่ง รูปร่างอ้วน ซิ่งรถจักรยานยนต์แบบเด็กแว้น บนถนนสายหนึ่ง ตรวจสอบเป็นคลิปความยาว 1.08 นาที พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า ซื้อมาแพง…จะขับแซงแต่พ่วงข้างได้ไง #สายหมอบ

โดยเป็นคลิปที่บันทึกจากโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารในรถยนต์คันหนึ่ง ขณะกำลังขับตามหลังรถจักรยานยนต์ที่มีผู้ขับขี่เป็นชายผิวขาว รูปร่างอ้วนอายุประมาณ 40 – 45 ปี นุ่งกางเกงขายาว และเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวอ่อน สวมแว่นตากันแดดสีดำ ไม่สวมหมวกกันน็อค ขับขี่มาด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ลักษณะก้มหมอบพร้อมแซงซ้าย แซงขวารถยนต์บนถนน ลักษณะคล้ายกับพฤติกรรมของเด็กแว้น หรือเด็กวัยรุ่นที่ชอบขี่รถจักรยานต์ประลองความเร็ว

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ชาวเน็ต เข้าชมแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยของชายคนดังกล่าวที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยความประมาท ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วค่อนข้างสูง และไม่สวมหมวกน็อค

ขณะที่ชาวเน็ตส่วนหนึ่งยังแสดงความคิดเห็นแนวขบขัน เฮฮา ประชดประชันกระแสข่าวอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ เช่น “ ขี่รถจักรยานยนต์หมอบ เพราะกลัวคนถูกสายไฟที่ขาดเพ่นพ่านบนถนน หรือสาเหตุที่หมอบก้มตัวลงแนบกับรถจักรยานยนต์ เพื่อต้องการหลบศีรษะที่จะฟาดกับเครื่องกั้นทางรถไฟที่กำลังเป็นข่าวดัง เป็นต้น

รวบหนุ่มเปิดเฟซบุ๊ก อ้างเป็นประธานบอร์ดสลากฯ ให้เลขเด็ดแลกเงิน

กองปราบปราม รวบหนุ่มเปิดเฟซบุ๊กอ้างเป็นประธานบอร์ดสลากฯ แจกเลขเด็ด เก็บค่าสมาชิกรายละ 5 หมื่นบาท

สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม, บัตรเอทีเอ็ม,โทรศัพท์มือถือ และสมุดบันทึกใบ้หวย เป็นของกลางที่ตำรวจกองปราบปรามยึดไว้เป็นหลักฐาน หลังเข้าจับกุมนายสมศักดิ์ สุขมั่น อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ได้ที่บ้านพักในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลังเปิดเฟซบุ๊กและอ้างเป็น พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ในฐานะประธานบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วไปหลอกเรียกเก็บค่าสมาชิก เพื่อแลกกับเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว

โดยพลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายสมศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หวยลับ วงในหวยประมูล” และใช้รูปพลเอกอภิรัชต์ เป็นโปรไฟล์ เพื่อความน่าเชื่อถือ และโพสต์หลอกให้เลขเด็ดเป็นเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว พร้อมอ้างว่าเป็นเลขที่ประมูลมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเก็บค่าสมาชิกรายละ 50,000 บาท

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาโดยอ้างชื่อเป็นพลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ แล้วเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกรายละ 30,000 บาท
เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและนำภาพของผู้อื่นเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงได้

ด้านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฝากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกลวง โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการออกรางวัลของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ได้มาตรฐานสากล