เปิด 10 อันดับ อภิมหาเศรษฐีไทย ปี 61 ตระกูลเจียรวนนท์ยังครองแชมป์

เปิด 10 อันดับ อภิมหาเศรษฐีไทย ปี 61 ตระกูลเจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังครองแชมป์ ขณะที่จิราธิวัฒน์ เครือเซ็นทรัล ตามมาเป็นที่ 2

นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ พฤษภาคม 2561 ประกาศรายชื่อ 50 อภิมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2561 จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes ปีนี้มูลค่าทรัพย์สินรวมของอภิมหาเศรษฐีไทยทะลุหลัก 5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นหนึ่งในสามจากปีที่แล้ว โดยผู้ที่ติดทำเนียบ 50 บุคคลร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย มีถึง 2 ใน 3 ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น

เฉพาะ 4 อันดับแรกมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรวมกันเกือบ 7.81 แสนล้านบาท โดยพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยทรัพย์สิน 9.377 แสนล้านบาทตามมาด้วย ครอบครัวจิราธิวัฒน์ เครือเซ็นทรัล 6.627 แสนล้านบาท

สำหรับรายชื่อ 10 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2561 มีดังนี้

1. ตระกูลเจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลค่าทรัพย์สิน: 9.377 แสนล้านบาท (อันดับคงที่)

2.ครอบครัวจิราธิวัฒน์ เครือเซ็นทรัล มูลค่าทรัพย์สิน: 6.627 แสนล้านบาท (ปรับจากอันดับ3 ในปี 2560)

3.นายเฉลิม อยู่วิทยา กระทิงแดง มูลค่าทรัพย์สิน: 6.564 แสนล้านบาท (ปรับจากอันดับ4 ในปี 2560)

4.นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ไทย เบฟเวอเรจ มูลค่าทรัพย์สิน: 5.439 แสนล้านบาท (ปรับจากอันดับ2 ในปี 2560)

5.นายวิชัย ศรีวัฒนประภา คิงเพาเวอร์ มูลค่าทรัพย์สิน: 1.625 แสนล้านบาท (อันดับคงที่)

6.นายกฤตย์ รัตนรักษ์ กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ มูลค่าทรัพย์สิน: 1.157 แสนล้านบาท (อันดับคงที่)

7.นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ มูลค่าทรัพย์สิน: 1.063 แสนล้านบาท (ติดอันดับเป็นครั้งแรก)

8.นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรุงเทพดุสิตเวชการ มูลค่าทรัพย์สิน: 1.047 แสนล้านบาท (อันดับคงที่)

9.นายอาลก โลเฮีย (Aloke Lohia) อินโดรามา เวนเจอร์ส มูลค่าทรัพย์สิน: 1.032 แสนล้านบาท (ปรับจากอันดับ10 ในปี 2560)

10.นายวานิช ไชยวรรณ ไทยประกันชีวิต มูลค่าทรัพย์สิน: 9.377 หมื่นล้านบาท (ปรับจากอันดับ7 ในปี 2560)

ที่มา  forbesthailand.com

คลิปว่อน ร.ท.เมากร่าง ดึงคอเสื้อหมิ่น ตชด. ล่าสุดถูกสั่งขัง 30 วัน

กองกำลังบูรพา ลงโทษหนัก “ร.ท.เมากร่าง” ดูหมิ่น ตชด. สั่งขัง 30 วัน พร้อมปรับปรุงวินัย ส่งตัวกลับหน่วยเดิม ให้ ขอขมาคู่กรณี

ความคืบหน้ากรณีที่ปรากฏคลิปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพาอยู่ในอาการมึนเมาก่อนจะใช้มือกระชากคอเสื้อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. ระหว่างที่เดินทางไปแจกของพระราชทานกับประชาชน นั้น

วันนี้ (3 พ.ค. 2561) กองกำลังบูรพา ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จากการตรวจสอบขั้นต้นทราบชื่อบุคคลดังกล่าว คือ ร.ท.อรุณ แก้วเหลี่ยม สังกัด ร้อย.ลว.ไกล พล.ร.2 รอ. ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าชุดปฏิบัติงานข่าว กองกำลังบูรพา (หน.ชปข.กกล.บูรพา) ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

ทหาร, ตชด., กองกำลังบูรพา, ข่าวสดวันนี้

และส.ต.ต.เจตรินทร์ โฮมแพน ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ตชด.12 ปฏิบัติหน้าที่ ประจำร้อย ฉก.ตชด. คู่กรณี ซึ่งจากภาพที่ปรากฏ การที่ ร.ท.อรุณ ได้เมาสุรา และได้ทำการข่มขู่ จนท.ตชด. ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำผิดตามตัวอย่างการ กระทำผิดวินัยทหาร 9 ข้อ ดังนี้

ข้อ 5 เลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ, ข้อ7 ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร และข้อ 9 ดื่มเครื่องดองของเมาจนเสียกิริยา และอาจมีผู้นำไปกระจายข่าวขยายผลจนเกิดข้อขัดแย้งระหว่าง จนท.ตชด. และ จนท.ทหาร ตลอดจนกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของหน่วย

ทั้งนี้ ทาง กกล.บูรพา ได้ดำเนินการลงโทษทางวินัยสถานหนักต่อกำลังพลดังกล่าว โดยให้ไปทำการขอขมาต่อ ผบ.ชค.ตชด.12 และผบ.ร้อย ฉก.ตชด.4 เพื่อขจัดความรู้สึกด้านลบระหว่างหน่วยงาน พร้อมส่งตัว ร.ท.อรุณ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ตั้งหน่วยปกติ ต้นสังกัด โดยให้รายงานตัว ร้อย.ลว.ไกล

พล.ร.2 รอ. ภายในวันที่ 3 พ.ค.เวลา 09.00 น. และพิจารณาลงโทษสถานหนัก ร.ท.อรุณ แก้วเหลี่ยม โดยขัง เต็มอำนาจของ ผบ.พล จำนวน 30 วัน และระหว่างที่ขังได้กำหนดให้ทำการปรับปรุงวินัย และทำงานโยธาทุกวัน

สาวท้อง 2 เดือน ป่วยเป็นไข้! คลินิคฉีดยาให้กลับมาแพ้หนักอาการสาหัส

สาวท้อง 2 เดือน แพ้ยาอาการสาหัส ด้านญาติเผย ผู้ป่วยแท้งลูกแล้ว วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เผยกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม 

วันนี้ (3 พ.ค.61) แฟนเพจแหม่มโพธิดำโพสต์เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอป่วยเป็นไข้จากนั้นได้ไปคลินิกและได้ฉีดยา ต่อมาเธอเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง

โดยญาติของผู้ป่วยเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ผู้ป่วยมีอาการไม่สบายเป็นไข้ เดินทางไปที่คลินิก และได้แจ้งทางคลินิกว่ากำลังตั้งครรถ์ 2 เดือน จากนั้นทางคลินิกได้ฉีดยาให้ทานยาพร้อมกับให้น้ำเกลือ ต่อมาผู้ป่วยเกิดอาการ ท้องเสียขั้นรุนแรง อาเจียนจนหมดสติ ญาติจึงนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล ซึ่งทางญาติระบุว่า ขณะนี้ลูกที่อยู่ในท้องเสียไปแล้ว ส่วนผู้ป่วยอยู่ในอาการวิกฤต

รายละเอียดทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …

เมื่อวันที่ 30เมษายน 2561 น้องผู้ป่วยมีอาการไม่สบายเป็นไข้คะน้องเลยเดินทางไปที่คลินิกชื่อดังในตัว อ.ด่านขุนทด (ไม่ขอระบุบชื่อคลินิกนะคะ) น้องบอกทางคลินิกว่าน้องท้องได้ 2 เดือนแล้ว ทางคลินิกเขาได้ฉีดยา (ไม่ทราบชนิดให้น้อง) 2 เข็ม แกะยา (ไม่ทราบชนิด) อีก 1 เม็ด และเดินน้ำเกลือให้น้องหลังจากนั้นน้องกลับบ้านมาเวลาประมาน 4 ทุ่มของวันที่ 30 เมษายน น้องมีอาการท้องเสียขั้นรุนแรงและอาเจียนจนหมดสติ

ทางญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลด่านขุนทดน้องมีอาการตัวบวมมากๆ ทางโรงพยาบาลด่านขุนทดก็ไปขอบันทึกการรักษาจากคลินิกแล้วนำตัวน้องส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทางโรงพยาบาลก็นำน้องส่งเข้าห้อง icu ทางหมอมหาราชเขาตรวจหาตัวยาที่คลินิกฉีดให้แต่ไม่ตรงกับที่เขียนชื่อตัวยามาในใบบันทึกประวัติการรักษา

หมอก็ให้ญาติทำใจเพราะน้องอาการหนักมาก ลูกในท้องก็เสียแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอาออก ตอนนี้ยังไม่ได้ทำการแจ้งความใดๆ เลย เพราะทางเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

อยากให้มีคนหรือหน่วยงานแนะนำการเรียกร้องความเป็นธรรมกับทางญาติน้องด้วย เพราะไม่มีใครออกมารับผิดชอบเลยไม่อยากให้เกิดเรื่องกับคนอื่นที่จะรักษากับคลินิกนั้นค่ะเคสนี้ไม่ใช่รายแรกนะคะ คนของเขามากเราทำอะไรไม่ได้เลย เขาเป็นคนกว้างขว้างมากตัวอำเภอจึงไม่มีใครกล้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับเขาไม่ได้เพราะกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทั้งนี้ หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน