เลขาฯศาลยุติธรรม ย้ำให้นายกฯ ชี้ขาดกรณีบ้านพักตุลาการ

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผย ก.บ.ศ.มีมติเห็นพ้อง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้หาทางออกกรณีปัญหาบ้านพักตุลาการ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

วันนี้ (2 พ.ค.61) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ศาลได้นำเรื่องปัญหาบ้านพักตุลาการ จ.เชียงใหม่ ไปหารือกันผ่านคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม(ก.บ.ศ.) แล้ว ซึ่งก.บ.ศ.มีมติเห็นพ้องกันว่าขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้หาทางออกในเรื่องนี้แทน

หากสุดท้ายแล้วนายกรัฐมนตรีมีแนวทางอย่างไร ศาลก็พร้อมยอมรับและนำไปปฏิบัติตามทุกอย่าง โดยไม่ขอมีความเห็นใดๆในเรื่องนี้ และไม่ขอออกความเห็นว่าในมุมมองของศาลมีแนวคิดจะจัดการเรื่องนี้ โดยสัญญาอาคารที่ทำการและบ้านพักตุลาการที่ดอยสุเทพมีกำหนดส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลเข้าอยู่อาศัยได้ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ข้อมูลจาก จส.100

เพจดังสวนมนุษย์ป้า หลังเหน็บพ่อ-แม่ ใช้สายจูงลูก เหมือนจูงหมา

เพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ  แนะผู้ปกครองอย่าไปแคร์ หากคนจะมองใช้สายจูงเด็กเหมือนจูงหมา เพราะนั่นคือความปลอดภัย 

วันนี้ (2 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ผู้คนจำนวนมาก ได้มีการส่งต่อข้อความจากเพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ ที่ได้มีการโพสต์เรื่องราวไว้ได้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้สายจูงลูก โดยระบุว่า ผู้ปกครองอย่าไปสนใจ หากมีคนคิดและแอบมองการใช้สายจูงลูก เหมือนจูงหมา เพราะนั่นคือความปลอดภัย

“ดูสิดู ทำเหมือนลูกเป็นหมา”

ประโยคจากมนุษย์ป้าคนหนึ่ง ที่ปรายตามามองลูกของพ่อหมอ ที่มีเป้ + สายจูงเด็ก ที่กำลังวิ่งเล่นอย่างมีความสุขในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง … เมื่อวาน …  คือ พูดเสียงมิใช่เบา แถมหันไปหัวเราะคิกคักกับผู้ติดตามอย่างสนุกสนาน …

บอกตรงนี้นะครับ … คุณป้าถ้าได้ฟังอยู่ … ว่าพ่อหมอ “ไม่แคร์อะไร … เพราะที่พ่อหมอแคร์ คือความปลอดภัยของลูกเท่านั้นครับ”  เรื่อง “เป้จูงเด็ก” หรือ Baby harness หรือบางที่เรียกตรง ๆ ว่า Baby leashes นั้น  ตัวพ่อหมอ ถือเป็น “ความปลอดภัยของเด็กในโลกปัจจุบัน” อย่างหนึ่งครับ เพราะเราไม่รู้ว่าเวลาที่เราอาจจะจับลูกไม่ทัน หรือ ลูกสะบัดมือจากเรา มันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง …

แม้ว่า AAP หรือองค์กรใด ๆ จะยังไม่บรรจุ สายจูงเด็ก เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ “จำเป็น” ก็ตามครับ เพราะ เรื่องนี้ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในวงการการเลี้ยงลูกอยู่เลย ว่า

คนที่ใช้เป้จูงเด็กเนี่ยเป็นพ่อแม่ที่
“ขี้เกียจ” หรือ “ทุ่มเท”
“น่าอาย” หรือ “จำเป็น”
“บังคับ” หรือ “สอนให้ลูกอยู่ในกรอบ”

ทั้งนี้ทั้งนั้น พ่อหมอว่าขึ้นกับ “จุดประสงค์” และ “วิธีการ” ที่พ่อแม่ใช้มากกว่า …

เป้จูงเด็ก … ควรเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อ “ความปลอดภัย” และเป็นการสอน “ขอบเขต” ว่าไม่ควรห่างพ่อแม่ ไม่ควรวิ่งไปไกล หรือวิ่งไปในที่ที่ไม่ควรไป … ในวัยที่ลูกยัง “ไม่ค่อยรู้เรื่อง” และยังเรียนรู้ว่าควรทำอย่างไรเวลาออกจากบ้าน … พอเรียนรู้ได้ดีก็สามารถเลิกใช้อย่างสบายใจ …

และที่สำคัญ “ป้องกันลูกหาย” จะได้ไม่ต้องไปร้องมูลนิธิกระจกเงาให้ช่วยตามหาตอนหลังครับ …

เป้จูงเด็ก … สำหรับการใช้ ต้องไม่ใช้เป็น “เชือก” ที่ใช้ “ล่าม” เพื่อดึงลูกไปในทางที่เราอยากไป มัดพันธนาการ ขู่บังคับให้ทำตามพ่อแม่นะครับ …

พ่อหมอเคยเห็นบางบ้านใช้จูงลูก… ประหนึ่ง กันหา ชาลี ที่โดนชูชกมัดออกจากอ้อมอกพระเวสสันดร … อันนี้ก็เหมือนหมูเหมือนหมาเกินไปสักหน่อยครับ …

ดังนั้นใช้อย่างเหมาะสม อันนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับลูกครับ …

ความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นครับ …
บ้านใครบ้านมันเนอะ … ก็พ่อหมอ

#สะดวกแบบนี้อ่ะครับ

บางทีการยุ่งเรื่องคนอื่นให้น้อยลง ก็อาจจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ … ป้า …

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
ไม่แคร์เท่าไร (นี่ขนาดไม่แคร์นะ 555) แต่อยากจัดอบรมมารยาททางสังคมให้คุณป้ามาก กลัวคุณป้าปากแตกก่อนฤดูหนาว … ถ้าไปพูดกับคนอื่นอีก … เป็นห่วงจริง ๆ นะจ๊ะ …

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเป้จูงเด็กนั้นเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกๆ อยู่ในระยะสายตาแล้ว ยังทำให้เด็กได้รับความปลอดภัยเวลาออกไปนอกบ้านด้วย ทั้งยังมีพ่อแม่จำนวนหนึ่งโพสต์ภาพการใช้งานเป้จูงเด็กลงในโพสต์ของทางเพจเลี้ยงลูกตามใจหมออีกด้วย

ลวงชายนิรนาม ฆ่าทิ้งป่าหญ้าริมถนน พบโดนแทง 7 แผล

ลวงชายนิรนามมาฆ่าทิ้งป่าหญ้าริมถนนคลองชลประทาน ชันสูตรพลิกศพถูกแทงหน้าอก 3 แผล ด้านหลัง 3 แผล หน้าขาซ้าย 1 แผล

วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 พ.ต.ท.จรูญ สังขารา ร้อยเวร สอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีพลเมืองดีพบศพผู้เสียชีวิตที่ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 7 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง (ตรงข้ามห้างไทวัสดุ) จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อลงกรณ์ สีมาวุธ ผู้กำกับ ส.ภ.เมืองตรัง พร้อมทั้งได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ตรัง

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตในป่าหญ้าริมถนนเลียบคลองชลประทาน ในลักษณะนอนหงาย หลังจากนั้นแพทย์และพนักงานสอบสวนได้ทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ตามร่างกายมีรอยสักทั้งตัว ที่บริเวณหน้าอกมีรอยถูกแทงด้วยของมีคมจำนวน 3 แผล หน้าขาซ้าย 1 แผล ด้านหลัง 3 แผล เสียชีวิตมาหลายชั่วโมงสภาพร่างกายแข็งแล้ว

จากการตรวจพิสูจน์ตามร่างกาย ไม่พบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เพราะไม่มีเอกสารใด ๆ ในร่างกาย แต่ผู้ตายสวมเสื้อผ้าในชุดนอน น่าจะถูกคนร้ายลวงมาฆ่าในที่เปรียวเมื่อคืนที่ผ่านมา

ส่วนใกล้กับศพผู้ตายนั้นพบ พบมีดพกของคนร้ายตกในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นพยานวัตถุในคดี นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนก็ออกติดตามกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจจะบันทึกภาพคนร้ายขับรถเข้าออกบนถนนสายเลียบคลองชลประทานได้ หลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็นำร่างผู้เสียชีวิตไปส่งยังโรงพยาบาลศูนย์ตรัง ชาวบ้านบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าว ได้ยินเสียงสุนัขเห่าเสียงดังผิดปกตินานกว่า 10 นาที ในช่วงเวลา 22.00 น แต่ชาวบ้านก็ไม่มีใครเปิดประตูหลังบ้านออกมาดู