อายฝรั่งไหม? กองทัพขยะถูกทิ้งหน้าวัดดังกลางเมืองพัทยา

กองทัพขยะเน่า! ถูกกองทิ้งหน้าพระอารามหลวงกลางเมืองพัทยา กีดขวางถนน-ส่งกลิ่นเหม็น ประจานภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

วันนี้ (2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากว่าบริเวณริมกำแพงวัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ตรงข้ามที่ตั้งของตลาดสดขนาดใหญ่ริมถนนพัทยาใต้ใจกลางเมืองพัทยาที่มีนักท่องเที่ยวสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการเดินทางสู่ชายหาดพัทยา จะปรากฏภาพของกองขยะเน่าเสียจำนวนมหึมา ทั้งถุงดำ ขยะเปียกขยะแห้ง เศษอาหาร ที่ถูกนำมากองทิ้งไว้ริมถนนกินพื้นที่ออกมา 1 ช่องทางจราจร ซึ่งถือเป็นการสร้างมลพิษทางทัศนียภาพทางสายตา มลพิษทางกลิ่น ความสกปรกรกรุงรัง รวมถึงน้ำเน่าเสีย เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก

ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นภาพที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกวันแต่จน ถึงปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่มีระบบการบริหารจัดการและหาวิธีการแก้ไขที่ชัดเจน ปล่อยให้เป็นภาพประจานสายตาในสังคมและมีการนำไปเผยแพร่ในโลกโซเชียลเน๊ตเวิร์คจนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ ประชาชนโดยทั่วไประบุว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นอยู่หน้าพระอารามหลวง ซึ่งมีศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองของพัทยาและอยู่ตรงข้ามตาดสดขนาดใหญ่ ซึ่งเมืองพัทยาควรหามาตรการในการรองรับปัญหาขยะที่เกิดขึ้นที่คาดว่าจะมีปริมาณจำนวนหลายตันต่อวัน ทั้งขยะสด ขยะแห้ง และน้ำเสีย ไม่ใช่ให้คนนำมาทิ้งกองไว้ริมกำแพงวัด

โดยจุดดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนสายหลักอย่างพัทยาใต้ ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญชาติผ่านไปมาเพื่อเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์และทัศนียภาพที่อุจจาดตาเป็นอย่างมาก

ด้านผู้ประกอบการในละแวกดังกล่าวระบุนอกจากปัญหาขยะจากตลาดสดแล้ว ในช่วงกลางดึกถึงรุ่งสางของทุกวันจะมีกลุ่มผู้ประกอบการมาเปิดร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าบนถนนสาธารณะ กินช่องทางจราจรไปถึง 50 % ซึ่งกรณีนี้เมืองพัทยาได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจลงมาดูแลแต่กลับไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ปล่อยให้มีการประกอบการสร้างปัญหาการจราจรและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก ขณะที่ช่วงเช้าก็จะมีการขนถ่ายขยะจากพื้นที่ทุกภาคส่วนทั้งตลาดสด ร้านอาหาร และชุมชนนำมากองทิ้งสุมไว้จำนวนหลายตัน แต่เมืองพัทยาเองก็ไม่ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไข หรือจัดเก็บ รวมทั้งการกำหนดจุดเพื่อลดความอุจาดทางสายตาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จึงอยากให้ดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนด้วย

เปรมชัย ปฏิเสธยันไม่ได้ฆ่าเสือดำ ด้านศาลให้ประกันตัว แต่ห้ามออกนอกประเทศ

“เปรมชัย” กับพวกขึ้นศาลปฎิเสธล่าเสือดำ ก่อนปฏิเสธไม่ได้ฆ่า ลั่นไม่กังวลคนแห่กดดัน ขณะที่ศาลให้ประกันกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ นัดตรวจพยานหลักฐานครั้งแรก 21 พ.ค. นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (2 พ.ค. 2561) นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร และกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อรายงานตัวผลัดที่ 7 หลังอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 6 ข้อหาประกอบด้วย 1.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร

2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อหา

เปรมชัย กรรณสูตร, เสือดำ, อิตาเลียนไทย, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่ พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย นายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นเพียงการมารายงานตัวต่อศาลและได้บรรยายข้อกล่าวหาให้จำเลยทั้ง 4 ฟัง เนื่องจำเลยทั้ง 4 คนยังไม่ได้มีการแต่งตั้งทนาย โดยทางศาลได้นัดจำเลยทั้ง 4 ให้เดินทางมาฟังการแถลงคดีอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค.นี้

โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตประกันตัว แต่ได้เพิ่มหลักทรัพย์ประกันตัว จำเลยที่ 1-4 จากเดิมละคน 150,000 บาท เป็น 400,000 บาท ส่วนนางนที จำเลยที่ 4 ยังคงให้หลักทรัพย์เท่าเติม 150,000 บาทพร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางนอกประเทศ

ด้านนายเปรมชัย ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังรายงานตัวตามกำหนดฝากขังนัดสุดท้ายแล้วเสร็จ ว่า ยืนยันในความบริสุทธิ์และปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิงเสือดำ และไม่รู้สึกกังวลต่อแนวทางการต่อสู้คดี ส่วนกรณีที่ภาคประชาชนจะล่ารายชื่อเรียกร้องให้ภาครัฐร่วมกันงดการจัดซื้อจัดจ้าง ทำสัญญา การทำธุรกิจกับบริษัทอิตาเลียนไทยและโครงการต่างๆ นั้น นายเปรมชัยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่เข้าใจว่าสังคมเกิดอะไรขึ้น

เจ้าของ-ผู้เช่า สะท้อนมุมมองกฎหมายใหม่คุมห้องเช่า

เจ้าของ-ผู้เช่า สะท้อนมุมมองกฎหมายใหม่คุมห้องเช่า 

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ออกประกาศใหม่เพื่อควบคุมอัตราค่าน้ำค่าไฟอพาร์ตเมนต์ให้มีความเหมาะสม ทำให้ผู้ประกอบการหลายแห่งต้องเริ่มปรับตัวเพื่อให้เข้าเงื่อนไขของประกาศ   ทีมข่าว MONO29 ได้ไปสอบถามมุมมองของผู้ประกอบการว่าประกาศฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อธุรกิจหรือไม่ ติดตามได้จากรายงาน