ย้อนปมความขัดแย้งและทุจริต 2 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ความขัดแย้งและปมฉาวข่าวทุจริตภายในวัดสระเกศ เริ่มเด่นชัดหลังสมเด็จพระพุฒาจารย์ มรณภาพ เมื่อ10 สิงหาคม 2556 พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ รองเจ้าอาวาส ในขณะนั้นขึ้นรักษาการแทน และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในทันที

กระทั่ง 29 กรกฏาคม 2557  เจ้าคุณเสนาะได้สั่งปลดพระพรหมสิทธิ  หรือ เจ้าคุณธงชัย และพระอีก 2 รูปออกจากการบริหารผลประโยชน์ภายในวัด รวมถึงแจ้งความดำเนินคดีเจ้าคุณธงชัย ในข้อหาส่อทุจริตเกี่ยวกับการบริหารเงิน

แต่ช่วงเวลาเดียวกันก็มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.  และดีเอสไอ โดยกล่าวหาเจ้าคุณเสนาะว่าร่ำรวยผิดปกติ รวมถึงการใช้งบอุดหนุน จากสำนักงานพระพุทธศาสนา จำนวน 67 ล้านบาท ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเกี่ยวอย่างไม่โปร่งใส

กระทั่งมหาเถรสมาคมโดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ได้มีมติปลด เจ้าคุณเสนาะ ออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม รวมถึงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเป็นเจ้าคุณธงชัย  ที่ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ใหม่แทนเมื่อเดือนมกราคม 2558 และช่วงเวลาเดียวกันในปีถัดมา เจ้าคุณเสนาะก็ อัตวินิบาตกรรม หรือฆ่าตัวตายภายในกุฏิ

ข่าวการขัดแย้งผลประโยชน์ในวัดแห่งนี้ถูก เปิดเผยออกมาเป็นระยะแต่ก็ไม่เคยมีหลักฐานชัดเจน กระทั่งปี 2561 การทุจริตเงินทอนวัด ลอตที่ 3 ก็ปรากฏ พระชั้น 3 รูป  จากวัดสระเกศฯ คือ เจ้าคุณธงชัย, พระเมธีสุทธิกร  และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  ถูกออกหมายจับในข้อหาทุจริต ฟอกเงิน โดยพบบัญชีธนาคารบัญชีส่วนตัว ที่มีชื่อเจ้าอาวาสเป็นเจ้าของถึง 10 บัญชี ที่มีกระแสการเงินมากกว่า 130 ล้านบาท และยังพบหลักฐานการ เรียกรับสินบนเพื่อขอเลื่อนสมณศักดิ์อีกด้วย

กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้แจง กรณีปัญหาการนำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศ

กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้แจง กรณีปัญหาการนำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศ หลังมีการนำเสนอข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีปัญหาการนำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศที่รายงานข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดังนี้

ประเด็นที่ 1  ปัจจุบันขยะอุตสาหกรรมและขยะพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ถูกนำเข้ามาไนไทยได้ง่าย สาเหตุเกิดจากช่องว่างทางกฎหมายของไทย การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษ รวมทั้งการปลดเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้เอื้อต่อการเปิดเสรีทางการค้ากับนายทุนไทยและต่างประเทศ

กรมโรงงานอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่า  ปัจจุบันการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและอนุสัญญาบาเซล โดยจะอนุญาตให้โรงงานที่ได้รับอนุญาตให้รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบเท่านั้น และปริมาณที่นำเข้าต้องสอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงงาน

ประเด็นที่  2 จากการศึกษาพบว่าเส้นทางการนำเข้าจะเริ่มต้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ผ่านด่านศุลกากร และลำเลียงใส่รถบรรทุกเพื่อส่งต่อให้กับโรงงาน ส่วนมากจะอยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งกลายเป็นปัญหาและเกิดความเสียหายระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมของไทย

กรมโรงงานอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่า ผู้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายที่ดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญาบาเซล โดยจะออกใบอนุญาตให้เฉพาะโรงงานที่นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบในโรงงานของตนเองเท่านั้น ไม่สามารถนำไปขายหรือจำหน่ายต่อให้ผู้อื่นหรือโรงงานอื่นได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อาจมีการสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จต่อศุลกากร ดังเช่นเมื่อปี 2559 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมร่วมกับรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นตรวจจับและผลักดันขยะอิเล็กทรอนิกส์กลับไปยังประเทศต้นทาง โดยตรวจพบว่ามีการสำแดงข้อมูลการนำเข้าที่เป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่

ประเด็นที่  3 ตั้งข้อสังเกตว่าอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายขยะมีพิษข้ามพรมแดนและการกำจัดขยะพิษ ซึ่งไทยเข้าเป็นรัฐภาคีเมื่อ ก.พ. 2541 ทำให้เกิดการล็อบบี้เพื่อยกเว้นการบังคับใช้ หากรัฐบาล 2 ประเทศตกลงกันได้ จะสามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาฯ เข้ามากำจัดในประเทศปลายทางได้  เช่น จีนอนุมัติให้ส่งขยะพิษจากจีนเข้ามาแปรรูปในไทยได้

กรมโรงงานอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่า อนุสัญญาบาเซล เป็นอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายที่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดนเฉพาะในกลุ่มประเทศภาคีสมาชิกเท่านั้น โดยต้องได้รับคำยินยอมเป็นทางการระหว่างหน่วยงานภาครัฐต้นทางและปลายทาง โดยการควบคุมจะเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศภาคีสมาชิก ปัจจุบันประเทศไทยมีการควบคุมการนำเข้า ส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นที่  4 ล่าสุดพบว่ามีการทลายโรงงานขยะพิษที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงงานเถื่อน และสำแดงของนำเข้าเป็นเท็จ สะท้อนปัญหาจากกฎระเบียบต่างๆ ที่ย่อหย่อนและมีแนวโน้มว่าอาจมีการทุจริตฯ แบ่งผลประโยชน์ในกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง และนักธุรกิจ

กรมโรงงานอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่า โรงงานที่ตรวจพบในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ใช่โรงงานเถื่อน แต่หากกรณีเป็นโรงงานเถื่อนและสำแดงเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ จะมีความผิดฐานตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดฐานครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประเด็นที่  5 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่าข้อมูลในข้างต้นถูกต้องหรือไม่ และการส่งเสริมมาตรการดังกล่าวประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อะไร จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนไทยหรือไม่อย่างไร

กรมโรงงานอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมีบางส่วนที่เข้าใจคลาดเคลื่อน จะเห็นว่าการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-waste หรือซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Waste from Electrical and Electronic Equipment : WEEE) ที่มีโลหะมีค่าจะมีมูลค่าสูง เมื่อนำมาถอดแยกโดยโรงงานที่มีศักยภาพเพียงพอ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

และมีการควบคุมมลพิษที่ดี จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงนับเป็นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ดังจะเห็นได้จาก ประเทศญี่ปุ่น ได้นำโลหะมีค่าที่สกัดได้จากขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มาผลิตเป็นเหรียญรางวัลที่จะใช้ในกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2020

แซะแรง! ‘เพนกวิน’ กินบะหมี่โชว์ ซ้อมอดอาหารรอเลือกตั้ง ประชดเศรษฐกิจไทย

แนวร่วมกลุ่มอยากเลือกตั้ง จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์กลางเมือง โชว์กินบะหมี่สำเร็จรูปประชด คสช. ทำเศรษฐกิจประเทศตกต่ำ

วันนี้(28 พ.ค.) เวลา 17.30 น. ที่สกายวอร์คหน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน  พร้อมคนที่เป็นแนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประมาณ 10 คน เดินทางรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ซ้อมอดอยากรอเลือกตั้ง โดยได้ทำการกินโชว์ว่าอดอยากกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีรัฐบาล คสช.บริหารประเทศ

โดยนายพริษฐ์ เผยว่า กิจกรรมทางการเมืองวันนี้ ไม่ได้เป็นการชุมนุมทางการเมือง เป็นแค่การซ้อมอดอยาก ระหว่างรัฐบาล คสช.ยังไม่กำหนดวันเลือกตั้ง เพราะ เศรษฐกิจตกต่ำลงเรื่อยๆ พร้อมยอมรับหวั่นใจอาจมีปัจจัยอื่นแทรกแซงให้เลื่อนเลือกตั้งไปอีก 2-3 ปี เนื่องจาก คสช.ยังไม่สามารถควบคุมประชาชนไม่ให้ต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา หน.คสช. สืบทอดอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรียาวนานได้ ซึ่งขณะที่เห็นได้ชัดส่าประชาชนคงไม่ยอมให้ทหารฟอกตัวผ่านสนามเลือกตั้ง