วิจารณ์แซด ครูสั่งนักเรียนสาวถอดเสื้อใน เหตุใส่มาโดยไม่มีซับใน

ภาพว่อนเน็ต นักเรียนหญิงไม่สวมบรา เหตุอาจารย์สั่งให้ถอดเพราะไม่มีซับใน ด้านชาวเน็ตไม่เห็นด้วย ชี้ทำโทษรุนแรงเกินเหตุ ทำให้อับอาย

วันนี้ (28 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป้นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ  Gstrong ผู้หญิงสวย บนโลกความจริง. ได้มีการโพสต์เรื่องราวสุดเศร้าของนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ต้องทนเดินรอบโรงเรียนโดยไม่ได้สวมบรา หลังจากเธอถูกอาจารย์สั่งให้ถอดเสื้อในออก จากการที่เธอใส่มันมาแค่ตัวเดียวโดยไม่มีเสื้อซับทับ

โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นนักเรียนหญิง สวมเสื้อนนักเรียนสีขาวนั่งหันหลัง พร้อมกับข้อความระบุว่า #อาจารย์ให้ถอดเสื้อในแล้วตอนเย็นค่อยเอาคืน นี่คือการศึกษาไทยนะคือแค่ไม่ได้ใส่เสื้อซับอาจารย์ยึดเสื้อในแล้วให้เดินรอบร.รทั่งวันคือร.รเรามันเดินเรียนไงอายป่ะละแม่ง
#จะเห็นได้ว่าไม่มีลอยเสื้อในเลย
Cr: Mrqreen Tea

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนเป็นครูบาจารย์ที่มีการลงโทษในลักษณะนี้ อาทิ อาจารย์นี่แม่งก็เหี้ยเนาะ..!! สมองมึงคิดได้แค่นี้จริงๆเหรอ.?? วิธีลงโทษเด็กมีเยอะแยะ แต่มึงเลือกทำให้เด็กรู้สึกแย่ และอับอาย ลองมีอาจารย์คนไหน ทำแบบนี้กับลูกสาวมึงบ้างเอามั๊ย..?? นักเรียนก็เริ่มโตเป็นสาวแล้ว มึงยังกล้าทำอนาจารกับเด็ก.. ฟ้องแม่งเลย
#ระยำ

เอ้ารร.ไหนเนี้ย เกินไปป่าว เราอยู่รร.หญิงล้วน ใครไม่ได้เสื้อกล้ามเสื้อซับ ครูอาจารย์เขาก็ให้ไปซื้อเสื้อซับในฝ่ายวิชาการ เอองง ทำเเบบนี้ให้เด็กถอดเสื้อไปเหอะ ไม่ถูกระเบียบแต่การลงโทษแม่งยิ่งทำให้ดูแย่มากกว่าดูดีมีระเบียบ เป็นต้น

สิ้นลาย!! รวบ ‘เอ๋ ควาย’ นักโทษหลบหนีจากโรงพยาบาล หนีจับกุมนาน 5 วัน

จับได้แล้ว!! ‘เอ๋ ควาย’ นักโทษหลบหนีจากโรงพยาบาลห้างฉัตร จ.ลำปาง หนีจับกุมนาน 5 วัน

วันที่ 28 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การติดตามตัว นช.เสกสรร เขื่อนแก้ว หรือเอ๋ ควาย อายุ 39 ปี เป็นคนบ้าน ป่าไคร้ บ้านเลขที่ 51 ม.9 ป่าใคร้เหนือ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งเป็นนักโทษ ที่หลบหนีออกจากโรงพยาบาลห้างฉัตร จ.ลำปาง เหตุเกิดเมื่อกลางดึก เวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 23 พ.ค.61 ที่ผ่านมา

และมีการให้รางวัลนำจับ แก่ชาวบ้านจนสามารถชี้เบาะแสจับกุมตัว เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท โดยกำลังเจ้าหน้าที่ หลายฝ่ายรวมกำลังกว่า 100 นาย ไล่ติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง จนเข้าเขตพื้นที่ของอำเภอแม่ทา จ.ลำพูน

ทั้งใช้เฮลิคอปเตอร์ ชมรมพารามอเตอร์ จ.เชียงใหม่ ช่วยเจ้าหน้าที่ในการค้นหา ซึ่งพบตัวอยู่ในสวนลำไยของชาวบ้านเขตติดต่อดอยขุนตาล ซึ่งกั้นระหว่างจังหวัดลำพูนกับจังหวัดลำปาง กำลังเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อม เพื่อจับกุมตัว แต่ท้ายที่สุดก็ไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนที่พูดคุยกัน ถึงกับงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเอ๋ควาย หายไปได้อย่างไร ยังเป็นคำถามที่ค้างคาใจอยู่

ล่าสุดเช้าวันนี้ (28พ.ค.61) เวลา 9.30น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่หาเห็ด บนดอยขุนตาลใกล้กับสถานีทวนสัญญานขุนตาลน้อย ตั้งอยู่เขต ต.แม่ทา จ.ลำพูน จากการสอบถาม นายสายทอง มโนชมพู เป็นชาวบ้าน บ้านทาสบเส้า ต.แม่ทา จ.ลำพูน

ต่อมาเวลา 14.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ได้พบเอ๋ ควาย แอบซ่อนตัวนอนอยู่ในท่อน้ำ ใต้ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ใกล้กับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ในสภาพที่อ่อนแรง ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง มารับนำตัวขึ้นรถตู้ ไปยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง(ห้างฉัตร)ทันที

ก่อนที่จะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้างฉัตร จะไปรับตัวส่งพนักงานสอบสวนเวร สภ.ห้างฉัตร เพื่อสอบสวน นำตัวเอ๋ ควาย ไปทำแผน จุดที่หลบหนีออกจากโรงพยาบาลห้างฉัตร เนื่องจากภายหลังที่ได้หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ได้มีการแจ้งความ ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ

ส่วนประวัติ พบว่า เอ๋ ควาย เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด(ยาบ้า)เข้าออกจากคุกหลายครั้ง รวมทั้งเคยเป็นทหารเกณฑ์ค่ายฝึกรบพิเศษแห่งหนึ่ง จึงให้เอ๋ ควาย ใช้ความรู้ สามารถพลางตัวและนอนอยู่ในป่า สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัว เอาไว้ได้สภาพหมดแรง

ปวีณานำพ่อแม่เด็ก 10 เดือน ดับปริศนาคาเนอร์สเซอรี่ ฟังผลชันสูตรศพ

ปวีณานำพ่อแม่น้องนาวา อายุ 10 เดือน เสียชีวิตคาเนอร์สเซอรี่ เข้าฟังผลการชันสูตรศพ

วันนี้ ( 28 พ.ค. 61 ) ที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสาววราลี เสริมจันทร์ แม่น้องนาวา พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางเข้าพบ พลตำรวจตรี พิสิฐ ธรรมสุริยะ นายแพทย์ สบ.6 สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อฟังผลชันสูตรศพน้องนาวา เด็กชายวัย 10 เดือนที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ ( 25 เมษายน 2561) ซึ่งช่วงเหตุเกิดระหว่างที่อยู่ในความดูแลของศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

โดยนางปวีณา เปิดเผยว่า ผลชันสูตรศพของน้องนาวา มีกระดูกซี่โครงหัก,เลือดออกที่ผนังหัวใจ ,เลือดคั่งในอวัยวะทั่วไปก็คือการเสียชีวิตเฉียบพลันและเซลล์สมองตายบางส่วน โดยแนวทางการช่วยเหลือว่า หลังจากนี้ พร้อมจะประสานเร่งรัดคดีกับพนักงานสอบสวน หลังวันนี้ได้รับผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะ ประเด็นซี่โครงหัก

ทั้งนี้ ด้านนางสาววราลี มารดา เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ได้นำลูกชายไปฝากเลี้ยงไว้ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กตามปกติ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่าลูกชายเสียชีวิต ซึ่งตนเชื่อว่า ลูกชายเสียชีวิตจากการกระทำของคน ไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ

ส่วนการผ่าพิสูจน์ของแพทย์ที่ระบุว่า กระดูกซี่โครงด้านหลังข้างซ้ายหัก ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย ประกอบกับคำให้การของผู้ดูแลเด็ก ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และส่วนตัวพบความผิดปกติหลายอย่าง หลังเกิดเรื่องได้เข้าไปตรวจสอบยังสถานรับเลี้ยงเด็กแล้ว ส่วนคดีความหลังลูกชายเสียชีวิต ได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ให้ความเห็นว่า ซี่โครงซี่ที่ 2-4 หัก เลือดคั่งในอวัยวะทั่วไป เลือดออกในผนังช่องท้อง เนื่องจากการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน