หมอเหรียญทอง ประกาศไม่รักษาคนในร่างควาย หลังกระแสต้านปมจี้ ปลด ผบ.ตร.

หมอเหรียญทอง ประกาศไม่รักษาคนในร่างควาย หลังกระแสต้าน ปมจี้นายกฯ ปลด ผบ.ตร. จากการบุกจับอดีตพระพุทธะอิสระ 

วันนี้ (28 พ.ค. 2561) พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นหลังเกิดกระแสต่อต้านไม่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ

สืบเนื่องจากการที่เจ้าตัวเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งย้าย ผบ.ตร., ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องกับชุดปฏิบัติการบุกจับนายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ  โดยมีข้อความระบุว่า  รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ขอรักษาควายในร่างคนครับ!…

มีคนเป็นห่วงว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ จะได้รับผลกระทบจากกลุ่มคนที่รังเกียจผมแล้วจะไม่มาอุดหนุน รพ.มงกุฎวัฒนะ ผมขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า รพ.มงกุฎวัฒนะเผชิญสถานการณ์ต่อต้านไม่ใช้บริการจากกลุ่มคนที่รังเกียจผมมานานกว่า 4 ปีแล้ว

แต่ รพ.มงกุฎวัฒนะ กลับมีผู้ใช้บริการมาอุดหนุนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 57 จนสามารถชำระหนี้คืน ธ.กรุงไทยมากกว่า 500 ล้านบาทได้อย่างหมดสิ้นใน 8 เดือน ทั้งยังมีเงินซื้อที่ดินโดยรอบโรงพยาบาลอีก 200 ล้านบาท ทำให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ ขยายอาณาเขตจากที่ดินเดิมก่อนปี 57 ที่มีเพียง 4 ไร่เป็น 9 ไร่ในปี 58

และจะก่อสร้างอาคารใหม่อีก 3 หลังจนเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ขนาด 440 เตียงที่มีพื้นที่อาคารมากกว่า 70,000 ตารางเมตรโดยไม่ต้องกู้เงินจากธนาคาร ดังนั้นท่านทั้งหลายจึงไม่ต้องห่วงว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ จะเดือดร้อนนะครับ …ผมกลับขอให้ท่านทั้งหลายช่วยกันแชร์ให้สาธารณชนทราบทั่วกันว่า

ไอ้พวกต่อต้านผมด้วยการต่อต้าน รพ.มงกุฎวัฒนะ มันยิ่งทำให้คนดีๆ เห็นใจและมาใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะ มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นโรงพยาบาลของคนที่มีจิตสำนึกดี ไม่ใช่โรงพยาบาลรักษาควายในร่างคน

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
28 พ.ค.61 เวลา 9.40 น.

แจ้งจับ 70 ผู้ค้า ฝ่าฝืนตั้งแผงข้างบ้านป้าทุบรถ

สำนักงานเขตประเวศ แจ้งความดำเนินคดีเจ้าของตลาด และผู้ค้า 70 ราย หลังยังเปิดขายสินค้าในตลาดข้างบ้านป้าทุบรถ

ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตประเวศรวมกว่า 50 นาย ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ซอยศรีนครินทร์ 55 หรือตลาดข้างบ้านน.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือ ป้าทุบรถ หลังพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้า ยังลักลอบเข้าไปจำหน่ายสินค้ากันจำนวนมาก
ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ได้เข้าชี้แจงเหตุที่ต้องปิดตลาด ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งศาล เบื้องต้นจะประสานหาสถานที่ตลาดข้างเคียงเพื่อให้ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบมีที่จำหน่ายสินค้า

นอกจากนี้ ทางสำนักงานเขตประเวศได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศให้ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด และผู้ที่ฝ่าฝืนเข้ามาขายสินค้าในตลาดจำนวน 70 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ผู้อำนวยการเขตประเวศ บอกด้วยว่า จากการสอบถามผู้ค้าที่เข้ามาขายสินค้า ทราบว่ามีการบอกต่อกันว่า ตลาดยังเปิดขายตามปกติ ซึ่งไม่เป็นความจริง ส่วนการดูแลความเรียบร้อยทางสำนักงานเขตจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมความเรียบร้อยต่อไป

ด้านนางกัญญา พุ่มชื่น ทนายชาวบ้าน กล่าวว่า ได้มีกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้า เข้ามาร่วมลงชื่อกว่า 100 ราย เพื่อขอให้ได้ค้าขายในตลาดแห่งนี้ เพราะที่ผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ คุ้นชินกับพื้นที่มานานกว่า 10 ปี หากย้ายไปขายที่อื่นก็คงลำบาก และค่าเช่าตลาดที่อื่นก็แพง อีกทั้งยังต้องชำระเงินล่วงหน้าอีกด้วย

‘หมอเหรียญทอง’ จี้ใช้ ม.44 เด้ง ผบ.ตร.-ชุดจับกุมพุทธะอิสระ

“หมอเหรียญทอง” จี้ นายกฯ ใช้มาตรา 44 ย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการบุกจับอดีต “พระพุทธะอิสระ” พร้อมระบุอาจกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว”

พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความขอบคุณ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตักเตือน ตำรวจชุดบุกจับกุม นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธย ที่วัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ

โดยสิ่งที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายต่อศรัทธาในรัฐบาลและ คสช.รุนแรงขึ้น จนอาจกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ทำลายความสงบสุขของชาติ พร้อมเสนอใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือฝ่ายที่เกี่ยวกับชุดจับกุม เพราะกรณีดังกล่าว เป็นการทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (28 พ.ค.) เตรียมยื่นร้องเรียน กรณีหน่วยคอมมานโดอาวุธครบมือ บุกจับกุมอดีตพระพุทธอิสระ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับปรุงกฎหมายหรือขั้นตอนเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์ แม้นายกฯ และรองนายกรัฐมนตรี จะขอโทษประชาชน และศิษยานุศิษย์แล้วก็ตาม

เพราะมองว่าเหตุดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ไม่เหมาะสม เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจมีความผิดลักษณะเหยียดหยามศาสนา ถือเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา อีกทั้งที่ผ่านมา อดีตพระพุทธอิสระ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และขึ้นศาลในคดีต่างๆ เรื่อยมา ดังนั้น แค่มีหมายเรียกก็เพียงพอ ไม่ควรบุกจับ ทำลายทรัพย์สิน หรือใช้วาจาลักษณะเดียวกับอาชญากรร้ายแรง

ขณะที่ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ได้ชี้แจงถึงกรณีกล่าวขอโทษในการจับกุมว่า ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทำไม่เหมาะสม ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน จึงไม่อยากให้นำไปบิดเบือน โดยเฉพาะกลุ่มการเมือง พร้อมยืนยันว่า ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับอดีตพระพุทธอิสระ