เตือน!! นักท่องเที่ยวระวัง ‘แมงกะพรุนกล่อง’ หลังพบที่อ่าวสิเกา

เตือน!! นักท่องเที่ยวระวัง ‘แมงกะพรุนกล่อง’ หลังพบอ่าวสิเกา หากได้รับบาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุนดังกล่าว โดยวิธีการใช้น้ำส้มสายชูราดต่อเนื่องบริเวณที่สัมผัส

วันที่ 26 พ.ค. 61 มีข้อมูลปรากฏทางเว็บไซต์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตือนนักท่องเที่ยวและชาวประมงระมัดระวังแมงกะพรุนกล่องมีพิษ หลังเมื่อวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่กลุ่มพิพิธภัณฑ์สัตว์และพืชทะเล ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน สำรวจแมงกะพรุนพิษด้วยเครื่องมืออวนลอยกุ้ง 3 ชั้น บริเวณอ่าวสิเกา จังหวัดตรัง และหน้าหาดราไว จังหวัดสตูล พร้อมทั้งวัดคุณภาพน้ำ และเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์ ผลการสำรวจบริเวณอ่าวสิเกา มีค่าเฉลี่ยปัจจัยสภาพแวดล้อมเบื้องต้น ดังนี้

ความเค็ม 32.6 ppt อุณหภูมิน้ำ 30.0 องศาเซลเซียส ความเป็นกรด-ด่าง 7.90 และ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 5.5 mg/L ส่วนพื้นที่บริเวณหน้าหาดราไว จังหวัดสตูล มีค่าเฉลี่ยปัจจัยสภาพแวดล้อมเบื้องต้น ดังนี้ ความเค็ม 31.6 ppt อุณหภูมิน้ำ 29.6 องศาเซลเซียส ความเป็นกรด-ด่าง 7.71 และ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 5.6mg/L

ทั้งนี้ พบตัวอย่างแมงกะพรุนจากการสำรวจในพื้นที่อ่าวสิเกา จังหวัดตรัง จำนวน 3 ชนิด คือ Chironex sp. C จำนวน 5 ตัว Chiropsoides buitendijki จำนวน 14 ตัว และ Aeqourea sp. จำนวน 37 ตัว และพบตัวอย่างจากการสำรวจบริเวณหาดราไว จังหวัดสตูล จำนวน 4 ชนิด คือChiropsoides buitendijki จำนวน 31 ตัว Morbakka sp. C จำนวน 3 ตัว Chrysaora sp. จำนวน 3 ตัว และ Aeqourea sp. จำนวน 1 ตัว

เนื่องจากผลการสำรวจพบแมงกะพรุนกล่อง Chironex sp. C เห็นควรแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลในบริเวณอ่าวสิเกา พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น หากได้รับบาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุนดังกล่าว โดยวิธีการใช้น้ำส้มสายชูราดต่อเนื่องบริเวณที่สัมผัส อย่างน้อย 30 วินาที และให้รีบส่งผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลเพื่อรักษาตามอาการต่อไป

เจ้าของร้านข้าวแกง เผยราคาก๊าซหุงต้มสูงขึ้น ได้รับผลกระทบเล็กน้อย

เจ้าของร้านข้าวแกงเผย ราคาก๊าซหุงต้มสูงขึ้น ได้รับผลกระทบเล็กน้อย เนื่องจากาต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากเท่าไรนัก

จากกรณีราคาก๊าซ LPG บรรจุถัง หรือ ก๊าซหุงต้ม ขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการปรับล่าสุดไปเมื่อวัน 22 พ.ค. เป็น 395 บาท
ล่าสุดทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับลดราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือนลงประมาณ 32 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม จากราคาขายปลีกปัจจุบันอยู่ที่ 395 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม เป็น 365 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม โดยให้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 พ.ค.ที่จะถึงนี้

วันนี้(26 พ.ค. 61) ทีมข่าว MThaiNews ได้ลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารข้าวแกงย่านลาดพร้าว เพื่อสอบถามผู้ประกอบการถึงผลกระทบในราคาก๊าซหุงต้มที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งจากการสอบถามนายพันธ์เมธี ขุททะกะพันธ์ เจ้าของร้านอาหาร ‘ข้าวแกงปักษ์ใต้ 100% สงขลา บอกกับทีมข่าวเราว่า การปรับราคาก๊าซหุงต้มล่าสุดนั้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากเท่าไรนัก ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้มีการปรับราคาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ในเรื่องของปริมาณอาหารก็ยังให้ปกติเพราะหากมีการลดปริมาณก็อาจทำให้เสียลูกค้าได้ ซึ่งต้นทุนการผลิตนั้นก็ต้องมองถึงราคาวัตถุดิบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากราคาก๊าซหุงต้มยังสูงต่อเนื่อง รวมทั้งหากวัตถุดิบปรับสูงขึ้นก็อาจจะต้องมีการปรับราคาอาหารตามความเหมาะสม

โดยปกติทางร้านจะทำกับข้าววันละประมาณ 32 เมนู ส่วนราคาก็อยู่ที่ 40-50 บาท หรืออยู่ที่จำนวนกับข้าวที่ราดก็จะบวกเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนเมนูที่ลูกค้าติดอกติดใจก็จะเป็นหมูผัดกะปิ ซี่โครงหมูผัดพริกแกง และเมนูอื่นๆอีกมากมาย โดยขายมานานกว่า 16 ปีแล้ว ซึ่งร้านจะเปิดตั้งแต่ 6.00-19.00 น.