คนร้ายก่อเหตุยิงคนในเบลเยียม ใช้รูปแบบก่อเหตุ ‘กลุ่มไอเอส’

ทางการเบลเยียมเผยคนร้ายที่ก่อเหตุยิงตำรวจและประชาชนเสียชีวิตในเมืองลีแยช อาจนำรูปแบบการก่อเหตุที่เป็นของกลุ่มรัฐอิสลามมาใช้ ทั้งยังสังหารเหยื่อมาแล้วในคืนก่อนหน้า

ทางการเบลเยียมเผยว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิง ในเมืองลีแยช อาจนำรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มรัฐอิสลามมาใช้ นอกจากนี้ คืนก่อนหน้าวันเกิดเหตุ ยังได้ก่อเหตุสังหารเหยื่อด้วยค้อน 1 ราย โดยเหยื่อเป็นอดีตนักโทษที่ผู้ก่อเหตุเคยเจอในเรือนจำ

นายเอริก ฟาน เซอร์ ซิปต์ อัยการสูงสุดของเบลเยียมกล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิงตำรวจหญิง 2 คนและผู้เคราะห์ร้ายที่นั่งอยู่ในรถอีกหนึ่งคนเสียชีวิต ในเมืองลีแยชของเบลเยียม คือนายเบนจามิน เฮอร์มาน อายุ 31 ปี ซึ่งถูกจำคุกในคดีค้ายาเสพติด และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว 48 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตำรวจคาดว่านายเฮอร์มาน น่าจะได้รับแนวคิดหัวรุนแรงในระหว่างที่ถูกจำคุก และเขามีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้ถูกจับตามองว่ามีการติดต่อกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในปี 2559 และต้นปี 2560

อัยการยังระบุว่า นายเฮอร์มาน อาจจะปฏิบัติตามคำแนะนำทางออนไลน์ของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ในการใช้มีดแทงตำรวจและใช้อาวุธปืนในการยิงคนอื่น ซึ่งแตกต่างจากการโจมตีโดยผู้ก่อเหตุเพียงลำพังครั้งอื่นๆ ในยุโรป ขณะที่กลุ่มไอเอส ก็ไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการกระทำครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นายเฮอร์มาน ก่อเหตุใช้มีดแทงตำรวจหญิงสองคนจากด้านหลัง ก่อนจะแย่งปืนพกของทั้งคู่และยิงตำรวจหญิงอายุ 44 และ 54 ปี จนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายยังเดินไปยิงชายวัย 22 ปีคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจนเสียชีวิต ก่อนที่จะบุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมและจับพนักงานทำความสะอาดเป็นตัวประกัน ส่วนนักเรียนต้องอพยพออกไปทางด้านหลังของโรงเรียนโดยทุกคนปลอดภัย และเมื่อตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดการยิงต่อสู้กันราวครึ่งชั่วโมงก่อนที่คนร้ายถูกยิงเสียชีวิต ส่วนตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

เมียคว้ามีดแทงผัวดับคาที่นอน ปมหึงหวงล่าสุดมอบตัวแล้ว

เมียทะเลาะกับผัว ก่อนคว้ามีดแทงผัวเสียชีวิตคาที่นอน ปมหึงหวง ก่อนจะติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ สภ.ธัญบุรี

เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 31 พ.ค. 61 พ.ต.ท.ภูมิเรศ อินคง สารวัตรสอบสวนสภ.ธัญบุรี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในหมู่บ้านเรือนสุข2 คลองแปดธัญบุรี บ้านเลขที่ 239/1437 ม.3ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี กำลังชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู แพทย์เวรร.พ.ธัญบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวภายในห้องนอนติดครัว บนเตียงปูนอนพบร่างผู้เสียชีวิต1ราย ทราบชื่อต่อมานายอัครพงษ์ ดอนเถื่อนไพร อายุ 37ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของบ้านหลังดังกล่าวมีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้าง มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกขวา 3 แผล ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกคมมีดที่เกิดจากการต่อสู้แย่งมีด ต้นแขนซ้ายถูกคมมีดจำนวน 3 แผลเป็นเหตุให้เสียชีวิต ข้างกันพบนายลอม ดอนเถื่อนไพร อายุ 67ปี บิดาของผู้เสียชีวิตยืนร่ำไห้รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

นายลอม ดอนเถื่อนไพร เปิดเผยว่า ปกติที่บ้านจะอยู่กัน6คน มีตนเองภรรยาลูกชายลูกสะใภ้และหลานอีก 2 คน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานางแก่นนภา ดอนเถื่อนไพร อายุ 38ปี ลูกสะใภ้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเกิดมีปากเสียงกับลูกชายตนเองอย่างรุนแรงภายในห้องนอน

ซึ่งขณะนั้นหลานคนโตไปโรงเรียนโดยมีตนเองภรรยาและหลานคนเล็กนั่งอยู่ข้างนอก ตนเองเห็นท่าไม่ดีเพราะทะเลาะกันรุนแรงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จึงเปิดประตูเข้าไปดูพบว่าประตูห้องนอนถูกล๊อคจากด้านใน ตนจึงใช้เท้าถีบเพื่อเปิดประตู ก่อนจะพบว่าลูกชายตนเองถูกแทงจนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน

ส่วนผู้ก่อเหตุคือลูกสะใภ้ที่มีเนื้อตัวเสื้อผ้าเปื้อนเลือดหลังก่อเหตุได้ถือมีดวิ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อระสานหน่วยกู้ภัย ทั้งนี้ปกติแล้วจะเกิดปากเสียงจนทะเลาะกันบ่อยครั้งเพราะภรรยาคิดว่าสามีไปติดพันหญิงอื่นและเคยถูกภรรยาลงมือใช้มีดแทงมาแล้วหลายครั้งแต่ผู้ตายไม่สู้

กระทั่งล่าสุด นางแก่นนภา ดอนเถื่อนไพร หรือแก่น อายุ 38ปี ได้นั่งรถประจำทางไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สภ.ธัญบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ6 กม. เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบสวนและนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุโดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบคอยดูแลความเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านและพ่อแม่ที่มีลูกชายเพียงคนเดียวในครอบครัว

นางแก่นนภา ดอนเถื่อนไพร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองมีปากเสียงกันกับสามี ก่อนที่สามีจะทำร้ายร่างกายและพยายามกอดรัดไม่ให้ตนเองดิ้น ตนเองจึงดินหลุดมาได้ จึงเอื้อมมือไปหยิบมีดพกแบบสแตนเลสที่ซ่อนไว้ในตู้ที่วางข้างเตียงก่อนจะแทงและตวัดมือไปมาและไม่ทราบว่าคมมีดโดนช่วงบริเวณใดบ้าง ก่อนจะหลบหนีและไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อ้อนวอนโรงงานงดปล่อยสารพิษ หลังส่งกลิ่นเหม็นขั้นวิกฤติ จนเด็กต้องปิดจมูกไปเรียน

ชาวบ้านร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการโรงงาน หลังปล่อยสารเคมีมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนในพื้นที่ โดยเฉพาะบรรดาเด็กนักเรียนที่ต้องใส่หน้ากากปิดจมูกนั่งเรียน 

วันนี้ (31 พ.ค. 2561) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @สท.ก้อง สิงห์บูล  ได้มีการโพสต์ข้อความเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบจัดการกับโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากมีการปล่อยให้กลิ่นสารเคมีคล้ายทินเนอร์ลอยคละคลุ้ง จนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กนักเรียนและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าว

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า #สงสารเด็กนักเรียนและคนชาวตำบลพิมพา
#ผมก็แค่ สท.ตัวเล็กๆคนหนึ่งอยากช่วยแต่ช่วยไม่ได้
#ท่านใดพอจะมีความสามารถช่วยได้ ช่วยทีนะครับ
ปล..#ช่วยกันกดแชร์ จนกว่าเด็กนักเรียน รร.วัดพิมพาวาส จะหายเหม็นกลิ่นทินเนอร์จากโรงงานนะครับ..📌📌📌
#Gเรารักพิมพา

ซึ่งเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นอีกกระบอกเสียงให้เรื่องร้องทุกข์นี้ไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว  บ้างก็แนะนำให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงแรงงาน หรือแม้กระทั่งช่องทางร้องทุกข์ทางเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ ก่อนที่ผู้โพสต์จะเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมว่าลองยื่นเรื่องร้องเรียนทุกช่องทางแล้ว แต่ก็ไร้เงาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการ