อายัดเงินเจ้าอาวาส วัดสระเกศ 10 บัญชี 130 ล้านบาท

อายัดเงินเจ้าอาวาสวัดสระเกศ 10 บัญชี มีเงินรวมทั้งหมดกว่า 130 ล้านบาท

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้นำกำลังกว่า 100 นาย พร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้น พร้อมนิมนต์พระเถรชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดประกอบด้วย พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระอรรถกิจโสภณ พระ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ แม่ของ ร.ท.ฐิติทัศน์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการบุกค้นบ้านพักหลังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีเงินทอนวัด มาสอบปากคำ

ล่าสุด (24 พ.ย. 61) มีรายงานว่า พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ยังได้เดินทางไปตรวจค้นที่วัดสระเกศ พร้อมนิมนต์พระผู้ใหญ่ 2 รูป เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้น มีการตรวจสอบพบบัญชีเงินฝากของ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ รวม 10 บัญชี มีเงินรวมทั้งหมดกว่า 130 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ตำรวจได้มีการอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้แล้ว

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เปิดเผยก่อนทำการสอบสวนว่า เบื้องต้นขณะนี้ขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ยังอยู่ในชั้นสอบสวน พร้อมฝากถึงลูกศิษย์ควรแยกแยะระหว่างวัดกับตัวบุคคล ซึ่งยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน

พร้อมกันนี้ได้มีบรรดาศิษยานุศิษย์ทยอยเดินทางมาร่วมมติดตามความคืบหน้า พร้อมนำอาหารมาถวายเพล โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอาหารอย่างละเอียดก่อนนำไปถวายเพล

ไปตำอะไรกันตรงนั้น! หนุ่มสาวไม่อายฟ้า จัดเซ็กซ์โชว์ในร้านสะดวกซื้อ

คลิปว่อนเน็ต หนุ่มสาวคู่รัก มีเพศสัมพันธ์กันในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ไม่แคร์สายตาชาวบ้านที่สัญจรไปมา 

เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Puwarit Thanawong ได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์สุดสยิว เมื่อมีหนุ่ม-สาวคู่รักคู่หนึ่ง จัดกิจกรรมทางเพศกลางวันแสกๆ ในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง โดยแคร์สายตาของชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้น

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของหนุ่มสาวคู่ดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม บนที่นั่งสำหรับทานอาหารโดยมีป้ายของร้านสะดวกซื้อเป็นฉากหน้า ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ‘หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา’

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้ในร้านสะดวกซื้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็นับว่าโชคดีมากที่เหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย

หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน ป้องกันโรคไข้ฉี่หนู ครึ่งปีแรกพบผู้ป่วยเกือบ 600 ราย

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน ป้องกันโรคไข้ฉี่หนู หลังครึ่งปีแรกพบผู้ป่วยเกือบ 600 ราย

วันนี้ (24 พฤษภาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ อาจเกิดน้ำท่วมขังและมีพื้นที่ชื้นแฉะในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวสวนหรือผู้ที่ทำงานคลุกคลีกับพื้นที่ชื้นแฉะให้ระมัดระวังโรคที่มากับฤดูฝน โดยเฉพาะโรคไข้ฉี่หนู

สำหรับการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11พฤษภาคม 2561 มีรายงานพบผู้ป่วย 589 ราย เสียชีวิต 4 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 5 อันดับแรก คือ ศรีสะเกษ พังงา ยะลา ตรัง นครศรีธรรมราช จากข้อมูลปี 2560 พบผู้ป่วยเกินครึ่งเป็นเกษตรกร (ร้อยละ 50.5) และผู้ป่วยจะพบเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูฝนของปี (มิ.ย.– ต.ค.) โดยพบผู้ป่วยโรคไข้ฉี่หนู 2,006 คน คิดเป็นร้อยละ 57.2 ของผู้ป่วยทั้งปี

เชื้อไข้ฉี่หนู สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยการสัมผัสเชื้อเข้าทางผิวหนังตามรอยแผล รอยขีดข่วน เยื่อบุของตา จมูก ปาก หรือผิวหนังปกติที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ซึ่งเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ตามแหล่งน้ำขังหรือพื้นดินที่เป็นดินโคลนชื้นแฉะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่มีหนูอาศัยอยู่ชุกชุม เช่น ตลาด คันนา สวน หากเริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะปวดน่องหรือโคนขา หรือมีอาการปวดหัว ตาแดง ขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็วอย่าซื้อยามากินเอง เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ที่สำคัญขอให้แจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อการรักษาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพราะหากรักษาล่าช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย ตับวาย เลือดออกในปอด อาจทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคไข้ฉี่หนู โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนที่ชื้นแฉะ หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากเสร็จจากการทำงานควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากต้องจำเป็นต้องเก็บไว้ให้ปกปิดอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิดเพื่อไม่ให้หนูมาปัสสาวะรดได้ กำจัดขยะให้ถูกต้องไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนูได้

ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบู๊ทหรือถุงพลาสติกสะอาดที่หาได้ในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำหรือดินโดยตรง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422