พลังงาน เตรียมใช้เงินกองทุนน้ำมัน พยุงดีเซลไม่ให้ราคาเกิน 30 บาท

กระทรวงพลังงาน เตรียมนำเงินกองทุนน้ำมันมาพยุงราคาดีเซล เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกเกิน 30 บาทต่อลิตร

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้กระทรวงพลังงานเตรียมนำเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตราคาน้ำมันผันผวนอย่างรวดเร็วต่อผู้บริโภค ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง.

พิจารณาเห็นชอบนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันมีเงินคงเหลือประมาณ 30,000 ล้านบาท เป็นเครื่องมือแบ่งเบาราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลร้อยละ 50 ของราคาที่ควรจะเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกไม่ให้เกินกว่า 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลาสั้นๆ

ซึ่งเงินกองทุนจะเพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการดังกล่าวได้ประมาณ 10 เดือน โดยหาก กบง.เห็นชอบจะดำเนินการได้ทันที ในระหว่างที่ยังไม่มีจำหน่ายน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ หรือ บี 20 ในสถานีบริการช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้

นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนได้ผ่อนผันการประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้เหมือนเดิม โดยจะให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ประกาศการปรับราคาน้ำมันผ่านทางเวบไซต์ของ สนพ. และให้บริษัทน้ำมัน ประกาศได้เหมือนที่ผ่านมา จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนสูง หลังจากนั้นจะพิจารณานโยบายเกี่ยวกับการประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าอีกครั้ง

สธ.เผยผลหารือกรมบัญชีกลาง ไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างลูกจ้างสธ.แต่อย่างใด

กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการหารือกรมบัญชีกลาง ระเบียบดังกล่าวไม่กระทบต่อการจ้างลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด ขอให้เจ้าหน้าที่อย่ากังวลและทำงานตามปกติ

บ่ายวานนี้ (23 พฤษภาคม 2561) ที่กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับนางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ถึงระเบียบกระทรวงการคลัง

เรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561 ที่ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ว่า กระทรวงการคลังได้ออกระเบียบดังกล่าว ตามมติครม. เพื่อจัดระบบการจ้างลูกจ้างในหน่วยงานราชการที่ใช้เงินนอกงบประมาณ

ผลจากการหารือในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้รับการยืนยันจากอธิบดีกรมบัญชีกลางว่า ระเบียบของกระทรวงการคลังที่ออกมานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจ้างลูกจ้างฯของกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้ทำความตกลงและได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลัง

ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีระเบียบการจ้างด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561 ซึ่งลงนามและประกาศใช้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 ก่อนที่ระเบียบดังกล่าวจะออกมา ลูกจ้างฯยังคงปฏิบัติงานตามปกติเหมือนเดิม

โดยกระทรวงการคลังจะทำหนังสือทำความเข้าใจเพิ่มเติมมายังกระทรวงสาธารณสุข จึงขอความร่วมมือให้ผู้บริหารได้สื่อสารทำความเข้าใจกับลูกจ้างในหน่วยงานต่อไปด้วยนายแพทย์ธวัช กล่าว

เตือนอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา ชี้ ราคาก๊าซหุงต้มกระทบต้นทุนอาหารไม่ถึง 1 บาท

กรมการค้าภายใน เตือนผู้ประกอบการร้านอาหารจานด่วน อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา เนื่องจากการราคาก๊าซหุงต้มกระทบต้นทุนผลิตอาหารไม่ถึง 1 บาท

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการศึกษาผลกระทบของการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 กิโลกรัม จาก 353 บาท เป็น 395 บาท หรือเพิ่มขึ้น 49 บาท จะทำให้ต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารจานด่วน เพิ่มขึ้น 15-20 สตางค์ต่อจาน

ซึ่งคำนวณจากก๊าซหุงต้ม 1 ถัง ปรุงอาหารได้ 100-200 จาน เช่น ก๋วยเตี๋ยว มีต้นทุนก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้น 1.88 บาทต่อชาม ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการอาหารจานด่วนจะขึ้นราคา เนื่องจากกระทบต้นทุนการผลิตอาหารน้อย

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้จะหารือกับผู้ผลิตสินค้าเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับขึ้น หลังแนวโน้มราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น โดยจะขอความร่วมมือให้ชะลอขึ้นราคาสินค้าไว้ก่อน หากต้นทุนไม่ปรับขึ้นมากนัก

นอกจากนี้ ได้คำนวณต้นทุนการขึ้นค่าขนส่งรถบรรทุกที่จะปรับขึ้นมาร้อยละ 5 พบว่าจะกระทบราคาขายปลีกสินค้าในภาพรวมน้อยสุดร้อยละ 0.0032 และกระทบมากสุดที่ร้อยละ 0.4853% โดยสินค้าที่กระทบน้อยสุด คือ ผ้าอนามัย และสินค้ากระทบมากสุด คือ ปูนซีเมนต์ ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มสินค้าที่กระทบมากที่สุด คือ นมถั่วเหลือง / สินค้าที่กระทบน้อยสุด คือ ปลากระป๋อง