กสร. แจง นายจ้างย้ายที่ทำงาน ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชย

กสร. แจง นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการกระทบการดำรงชีวิต ลูกจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชยพิเศษ ขณะที่ปี 61 วินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษกว่า 8 ล้านบาท

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้ความคุ้มครองลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของ ลูกจ้าง หรือครอบครัว

โดยให้สิทธิลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างกับนายจ้างได้และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ ไม่น้อยกว่าค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับกรณีที่ถูกเลิกจ้าง ในกรณีที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยพิเศษ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องสิทธิดังกล่าวได้

โดยในปีงบประมาณ 2561 คณะกรรมการฯ ได้รับคำร้องและวินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษไปแล้ว จำนวน 18 ราย รวมเป็นเงิน 8,070,960 บาท

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการย้ายสถานประกอบกิจการขึ้นก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายไว้ เช่น การกำหนดระยะเวลาให้นายจ้างแจ้งแก่ลูกจ้างล่วงหน้าก่อนการย้ายสถานประกอบกิจการ กำหนดระยะเวลาบอกเลิกสัญญาของลูกจ้าง เป็นต้น

จึงขอให้นายจ้าง ลูกจ้างทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติตามกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1506

ทอง เปิดตลาดวันนี้ ปรับลง 50 บาท

ทอง เปิดตลาดวันนี้ ปรับลง 50 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,253.20 บาท ขายออกบาทละ 20,200.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.30 น. ปรับลง 50 บาท โดย ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,253.20 บาท ขายออกบาทละ 20,200.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,600.00 บาท ขายออกบาทละ 19,700.00 บาท

สธ.เตือนถูกสัตว์เลี้ยงกัด-ข่วนเล็กน้อยต้องรีบไปพบแพทย์ เสี่ยงพิษสุนัขบ้า

สธ.สงขลา เตือนถึงแม้ว่าสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วนเพียงเล็กน้อยก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า

นายแพทย์อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้กล่าวว่า จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 18 พ.ค. 61 พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้ารวม จำนวน 9 ราย จาก 9 จังหวัด (สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย และยโสธร) ซึ่งผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้ารายที่ 9 นั้น เป็นผู้หญิง อายุ 68 ปี มีประวัติถูกลูกสุนัขอายุ 1 ปีข่วนที่หลังมือ เป็นแผลถลอก โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ก่อนหน้าถูกข่วนสุนัขมีอาการซึมลง บางครั้งก้าวร้าวและหลังข่วนผู้ป่วยได้หายออกจากบ้านไม่กลับมาอีกและผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน (เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2561) พบว่า ร้อยละ 51.3 ของกลุ่มตัวอย่าง เมื่อถูกสุนัขแมวกัด หรือข่วน จะไม่ทำอะไรและไม่ไปพบแพทย์ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้มีความเสียงต่อการเสียชีวิตสูงมากขึ้น

สำหรับการสุ่มตรวจหัวสัตว์ให้ผลพบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า (ผลบวก) มากที่สุด คือ สุรินทร์ (121 หัว) ร้อยเอ็ด (93 หัว) สงขลา (64 หัว) นครราชสีมา (62 หัว) และยโสธร (35 หัว) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดสงขลาการสุ่มตรวจหัวสัตว์ที่สงสัยโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา พบหัวสัตว์มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า 64 หัว โดยพบหัวสัตว์ผลบวกมากที่สุดในอำเภอ เมืองสงขลา (13 หัว ) รองลงมา คือ รัตภูมิ (12 หัว) หาดใหญ่ (8 หัว) สะเดา (7 หัว) คลองหอยโข่งและนาทวี (แห่งละ 6 หัว) ตามลำดับ โดยพบหัวสัตว์มีผลบวกใน 12 อำเภอ

นายแพทย์อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล ได้กล่าวอีกว่า โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่สามารถติดต่อผ่านทางกัด ข่วน เลีย หรือสัมผัสกับน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าทางบาดแผล ระยะฟักตัวของโรคส่วนใหญ่ประมาณ 2-3 เดือน ในบางรายอาจนานเป็นปี หรือหลายปีได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการสัมผัสโรค บริเวณที่ได้รับเชื้อไวรัส และความรุนแรงของบาดแผล โรคพิษสุนัขบ้าพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น สุนัข แมว ค้างคาว โค กระบือ สุกร แต่ในประเทศไทยพบมากในสุนัข แมว และโค ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการแสดงของโรคแล้ว จะไม่สามารถรักษาได้และจะเสียชีวิตอย่างเดียว

ดังนั้น ขอให้ประชาชนมีการเฝ้าระวังป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องต่อไป ดังนี้ เมื่อถูกสุนัข แมว สัตว์เลี้ยง กัด ข่วน เลียแผล หรือแม้กระทั่งเป็นลูกสุนัข ลูกแมว อายุ 2-3 เดือน ให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1.ล้างแผล ด้วยน้ำสะอาดและสบู่เบา ๆ หลายครั้งประมาณ 10 นาที 2.ใส่ยา โดยเช็ดแผลให้แห้งแล้วใส่ยาฆ่าเชื้อเช่นเบตาดีน 3.กักขังสัตว์ เพื่อสังเกตอาการ 10-15 วัน 4.หาหมอโดยด่วนที่สุด เพื่อรักษาและฉีดวัคซีนตามกำหนด และฉีดให้ครบชุดตามนัดทุกครั้ง , นำสุนัข แมว สัตว์เลี้ยง อายุ 2 เดือนขึ้นไป ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดวัคซีนตามนัดทุก ๆ ปี , ลดความเสี่ยงการถูกสุนัขกัดหรือทำร้ายด้วยการปฏิบัติ 5 ย. คือ 1.อย่าแหย่ให้สุนัขโมโหหรือโกรธ 2.อย่าเหยียบหางหัวตัวขาหรือทำให้สุนัขหรือสัตว์เลี้ยงต่างๆตกใจ 3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบชามข้าว หรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และ 5.อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้กับสุนัข หรือสัตว์ต่าง ๆ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ

หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านได้ทุกแห่ง หรือสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422