ฮือฮา!! งานบวชลูกเศรษฐีเมืองโพธาราม เตรียมโปรยทานเงินสด 1 ล้าน

งานบวชลูกเศรษฐีเมืองโพธาราม เตรียมโปรยทานเงินสด 1 ล้าน เผยเป็นคนเดียวกันที่เคยแจกอั่งเปาให้ชาวบ้านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่่ผานมา

เมื่อวานนี้ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความของเฟซบุ๊กชื่อ สมชาย กมลพันธ์ทิพย์ ซึ่งเป็นเสี่ยใหญ่ เศรษฐีเมืองโพธาราม ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ขอเชิญเพื่อนๆทุกคน ร่วมงานบวชลูกชายผมเอง ในวันเสาร์ที่ 23 เดือนนี้ ขบวนแห่ออกจากบ้านริมน้ำเวลา 8.00 น แห่มาที่วัดโพธาราม งานนี้พ่อนาคจะโปรยทาน 1 ล้านบาท ขอเชิญทุกคนมาร่วมงานกันนะครับ”

“พนักงานกำลังเตรียมความพร้อม พับเงินใส่ลูกไข่ จำนวน 10000 ลูกเท่ากับ 1 ล้านบาท เพื่อให้นาคโปรยทาน เช้าวันที่ 23 ที่วัดโพธารามเวลา 9 นาฬิกา ขอเชิญทุกท่านร่วมงานนะครับ”

อย่างไรก็ตามหากหลายๆคนจำกันได้ เศรษฐีเมืองโพธารามคนนี้ เคยแจกอั่งเปาให้ชาวบ้านมาแล้วเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เผยหลังมีการเผยแพร่โพสตืดังกล่าวออกไปมีชาวเน็ตต่างพากันแชร์ไปแล้วกว่า 4 หมื่นครั้ง พร้อมอนุโทนาบุญในครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณ สมชาย กมลพันธ์ทิพย์

เผยแล้ว ที่มาระเบิดไปป์บอมบ์กว่า 40 ลูก หลังยึดได้ที่ นราธิวาส

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เผยระเบิด 41 ลูกซุกปิกอัพที่ตากใบ เป็นไปป์บอมบ์ วัสดุท่อพีวีซีที่ใช้ไม่พบในไทย มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อคนร้ายมุ่งเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ สั่งเข้มจุดตรวจค้น 

จากกรณีที่ตำรวจทางหลวงได้ทำการตั้งจุดตรวจไม่ประจำที่ บนถนน 4057 สายสุไหงโก-ลก – ตากใบ บ้านสะหริ่ง ม.1 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จว.นราธิวาส ก่อนจะตรวจพบวัตถุระเบิดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะคันหนึ่งตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

วันนี้ (22 มิ.ย. 2561) พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า รับวัตถุระเบิดมาจากชายฉกรรจ์ 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ซ้อนท้าย มาส่งวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง

จึงนำขึ้นรถยนต์ โดยนำผ้านวมมารองเพื่อป้องกันการกระแทกสะเทือน และขับมาตามเส้นทางก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว ส่วนแหล่งที่มาของระเบิดนั้นทางเจ้าหน้าที่เผยว่า มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากวัสดุที่นำมาประกอบระเบิด โดยเฉพาะท่อพีวีซี เป็นท่อที่ไม่พบในประเทศไทย

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าวัตถุระเบิดที่ทำได้การตรวจยึดได้ คาดว่าคนร้ายน่าจะนำมาป่วนพื้นที่โดยมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพราะระเบิดไปป์บอมบ์เป็นชนิดขว้าง คาดเป้าหมายเป็นจุดตรวจ หรือจุดตรวจยุทธศาสตร์ทีที่ล่อแหลม ขณะเดียวกัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ได้มีการสั่งการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจค้นยานพาหนะ บุคคลตามเป้าหมาย เน้นคนที่ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ หรือผู้ชายแต่งกายชุดคลุมฮิญาบแต่งเป็นหญิงเนื่องจากพบว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ มักแต่งกายอำพรางใบหน้า และแต่งกายอย่างผิดปกติเสมอ

ศาลเกาหลีใต้ ตัดสินฆ่าสุนัขเพื่อบริโภคเนื้อ ผิดกฎหมาย

ศาลเกาหลีใต้ตัดสินให้การฆ่าสุนัขเพื่อนำมาเป็นอาหาร เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์เชื่อว่าจะช่วยปูทางไปสู่การออกกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

ศาลเมืองบูชอนในเกาหลีใต้ ตัดสินให้การฆ่าสุนัขเพื่อนำมาเป็นอาหารเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากเมื่อปีที่แล้ว องค์การแคร์ ยื่นฟ้องต่อศาลเมืองบูชอน โดยกล่าวหาฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งว่าฆ่าสัตว์โดยปราศจากเหตุผลสมควร รวมทั้งเป็นฟาร์มที่ทำผิดกฎหมายก่อสร้างอาคารและสุขอนามัย

ภายหลังอัยการยื่นฟ้องเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลเมืองบูชอนก็มีคำตัดสิน แต่รายละเอียดของคดีเพิ่งเปิดเผยในสัปดาห์นี้ คำพิพากษาของศาลระบุว่า ความต้องการบริโภคเนื้อสุนัขไม่ใช่เหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อฆ่าสุนัข และสั่งปรับเจ้าของฟาร์มสุนัขแห่งนี้เป็นเงิน 3 ล้านวอน หรือราว 8 หมื่น 9 พันบาท โดยเจ้าของฟาร์มไม่ได้ยื่นอุทธรณ์

ทนายความของกลุ่มแคร์ เผยว่า การตัดสินคดีครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ศาลตัดสินว่าการฆ่าสุนัขเพื่อกินเนื้อเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เป็นคำพิพากษาที่ปูทางไปสู่การออกกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้

ด้านนางพัก โซยอน ผู้อำนวยการกลุ่มแคร์ กล่าวว่า ทางกลุ่มกำลังเฝ้าตรวจสอบฟาร์มสุนัขและโรงฆ่าสัตว์ทั่วประเทศ และถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็จะยื่นฟ้องต่อศาลเช่นเดียวกับฟาร์มสุนัขที่เมืองบูชอน

โดยในสัปดาห์นี้ ส.ส.รายหนึ่งของพรรคประชาธิปไตยเกาหลีใต้ เสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อจำกัดชนิดของสัตว์ที่สามารถฆ่าเพื่อเป็นอาหาร หรือปศุสัตว์ โดยสุนัขไม่ถูกจัดประเภทว่าเป็นปศุสัตว์ ขณะที่ตัวแทนสมาคมฟาร์มสุนัขไม่เห็นด้วยที่จะมีกฎหมายห้ามฆ่าสุนัขเพื่อกินเนื้อ โดยระบุว่าต้องแยกระหว่างสุนัขที่เลี้ยงเพื่อต้องการเนื้อ กับสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยง

ผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อปีที่แล้วพบว่า ชาวเกาหลีใต้ร้อยละ 70 ไม่กินเนื้อสุนัข แต่มีเพียงร้อยละ 40 ที่เห็นว่าการกินเนื้อสุนัขควรเป็นสิ่งผิดกฎหมาย