พยานสำคัญโผล่ยืนยันเห็นเหตุการณ์ ‘ธีรศักดิ์’ นักโทษประหาร ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง!!

พยานสำคัญโผล่ยืนยันเห็นเหตุการณ์ ‘ธีรศักดิ์’ นักโทษประหาร ไม่ใช่คนร้ายตัวจริงที่ฆ่าเด็ก ม.5 อย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์

วันที่ 21 มิถุนายน 2561 มีข้อความที่สื่อโซเชียลแชร์ต่อกันว่ามีวัยรุ่นคนหนึ่งเข้าไปโพสต์แสดงความเห็นในเฟสบุ๊ก ที่มีการแชร์ข่าว นายธีรศักดิ์ หลงจิ หรือ มิ๊ก นักโทษประหาร โดยระบุว่า บังมิ๊กไม่ใช่คนร้ายตัวจริง คนร้ายตัวจริงมี 2 คน โดยตนเองกับเพื่อนขับรถเล่นผ่านไปเจอขณะคนร้าย 2 คนกำลังรุมทำร้ายวัยรุ่นคนหนึ่ง (นายดนุเดช สุขมาก น้อง ม.5 ) โดยใช้มีดสปาร์ต้า และตนก็ถูกคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามจะแทงปิดปาก เพราะหันไปเห็นเหตุการณ์พอดีแต่หนีมาได้

ทั้งนี้ เราสามารถติดต่อขอสัมภาษณ์วัยรุ่นคนดังกล่าวได้ ซึ่งรู้จักกับ มิ๊ก ในฐานะที่คนในตำบลเดียวกัน โดยนายเอ (นามสมมุติ) เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนรินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) โดยตนเองนั่งซ้อนท้าย ส่วนเพื่อนเป็นคนขับ

ระหว่างที่ขับขี่รถไปถึงบริเวณนั้น หันไปเห็นวัยรุ่น 2 คน กำลังจ้างแทงวัยรุ่นอีกคนหนึ่ง โดยคนร้ายคนหนึ่งอยู่ด้านหลัง มัดแขนวัยรุ่นคนที่ถูกทำร้ายไว้ ส่วนอีกคนกำลังใช้มีดจ้วง ระยะห่างจากคนร้ายประมาณ 50 เมตร โดยตนกับเพื่อนได้ชะลอรถและหันไปมอง และคนร้าย 2 คนนั้นก็หันมามองตนกับเพื่อนด้วย แต่ตนกับเพื่อนไม่รู้จักจริงๆ ตนก็ขับขี่ชะลอผ่านไป และคนร้าย 2 คนก็ได้วิ่งมาขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์และขับขี่ไล่ตามตนกับเพื่อนมา

ซึ่งในมือถือมีดชูมาด้วยเพื่อจะจ้วงแทงตนคงหวังปิดปาก แต่ตนรีบบอกเพื่อนให้รีบเทิร์นเกียร์ (เปลี่ยนเกียร์รถ จยย.เพื่อเร่งความเร็วรถให้เร็วขึ้น) จึงหนีมาได้ โดยจังหวะที่ตนเองหันไปเห็น 2 คนร้าย และคนร้ายเห็นตนกับเพื่อน นายธีรศักดิ์ หลงจิ หรือ บังมิ๊ก กับเพื่อน ซึ่งตนไม่รู้จักเพื่อนบังมิ๊ก ก็ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาสวนทางกับตนพอดี โดยบังมิ๊กก็เห็นเหตุการณ์ และเห็นตนก็รีบตะโกนบอกตนว่า “อย่าเข้าไป อย่าเข้าไป เขาแทงกันอยู่” แล้วรถเราก็สวนกัน ต่างก็รีบซิ่งรถหนี เพราะคนร้ายทั้ง 2 คนเห็นเรา

แต่คนร้ายได้ขับและไล่ตามมาทางตนกับเพื่อน พร้อมพยายามจะจ้วงแทงตนซึ่งนั่งด้านหลัง แต่เพื่อนซิ่งรถหนีมาได้ คนร้ายไล่ไม่ทัน หลังจากหนีกลับมาได้ก็มาบอกเพื่อนอีก 2 คนว่า ที่เขาแป๊ะช้อยมีวัยรุ่นแทงกัน จึงพากันขับรถย้อนกลับไปดูอีกที ก็เห็นมีตำรวจและชาวบ้านเต็มหมดแล้ว โดยมีดที่คนร้ายจ้วงแทงวัยรุ่นคนที่เสียชีวิตเป็นมีดเล่มใหญ่และยาว ไม่ใช่มีดที่ออกข่าวด้ามเล็กแหลม

ทั้งนี้ หลังเกิดคดีตนกับเพื่อนก็ติดตามข่าวจนกระทั่งมาทราบว่าบังมิ๊กถูกจับ แต่ตนคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะบานปลายกลายมาเป็นแบบนี้ บังมิ๊ก ถูกประหาร จึงรู้สึกเสียใจมาก เพื่อนก็เช่นกัน เพราะบังมิ๊กไม่ได้ทำ และตนก็ไม่เคยถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำหรืออะไร เพราะไม่ได้คิดอะไร ไม่คิดว่าจะต้องมาถึงการประหาร

โดยตนไปแสดงความเห็นระบายเหตุการณ์ในเฟซบุ๊กหลังจากอ่านข่าว ไม่คิดว่าจะมีคนแชร์ส่งต่อๆ กันไป แต่ตนกับเพื่อนยืนยันว่า คนร้าย 2 คนที่ก่อเหตุนั้น ตนไม่รู้จักจริงๆ จำได้แค่ว่าคนแทงผิวดำ รูปร่างสูงใหญ่ ส่วนคนมัดตัวเล็กกว่า ซึ่งตนกับเพื่อนก็รู้สึกตกใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์จะมาเป็นแบบนี้กับบังมิ๊ก แค่รู้จักกันเพราะคนในตำบลเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้กินนอน หรือเที่ยวด้วยกัน

ส่วนบรรยากาศที่ บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 7 ต.ควนปริง อ.เมือง ซึ่งในวันนี้มีการจัดเตรียมทำบุญครบ 3 วัน ที่ นักโทษชายมิ๊ก นางสายจิตร หลงจิ อายุ 47 ปี มารดา และ นางสาวขนิษตา หลงจิ 20 ปี น้องสาวของนายธีรศักดิ์ ได้อ่านจดหมายพินัยกรรมที่นายธีรศักดิ์ เขียนสั่งเสียถึงแม่และคนในครอบครัวให้ฟัง

โดยนางสายจิตร กล่าวอย่างยากลำบากและน้ำตาคลอตลอดเวลาว่า ตลอด 6 ปีที่ลูกชายอยู่ในเรือนจำและแม่เดินทางเยี่ยม ลูกชายจะบอกกับตนตลอดว่า เขาไม่ได้ทำถ้าเขาทำเขารับแล้ว เขาพูดว่า “ผมไม่ได้ทำม๊ะเหอ จนนาทีสุดท้าย เขาก็บอกว่า เขาไม่ได้ทำ” จึงสงสารลูก ซึ่งในเหตุการณ์มีคนเห็นหลายคน อยากให้คนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น อยากขอวิงวอนขอความช่วยเหลือ อยากให้ออกมาให้ความจริง

ส่วนตัวก็เข้าใจฝั่งคนสูญเสีย (น้อง ม.5) เพราะเขาก็ พ่อ แม่ ลูก ไม่มีใครไม่เสียใจ หัวอกคนเป็นแม่ ถ้าลูกเราทำจริงเราก็ยอมรับตรงนั้น แต่ขณะนี้ลูกยืนยันกับแม่ว่าลูกไม่ได้ทำ มาถึงขณะนี้รอตำรวจจับคนร้ายอีกคน ซึ่งเป็นความหวังว่าคนร้ายที่เหลืออีกคนที่ตำรวจบอก จะได้มาพูดความจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ ตอนเห็นภาพข่าวที่คนตายนอนอยู่แล้วแม่เขากอดลูกตนก็เสียใจ ก็ถามลูกว่าลูกทำหรือไม่  ถ้าลูกทำลูกต้องยอมรับนะ ลูกก็บอกว่าผมไม่ได้ทำม๊ะ จึงเสียใจมาก เสียใจแทนเขา เพราะนึกถึงหัวอกลูกเขาลูกเราจึงเสียใจ

กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศประจำวันที่ 22 มิ.ย.2561

กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศประจำวันที่ 22 มิ.ย.2561 ไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ตะวันออก และใต้ 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

หนุ่มโวยตำรวจ ไม่ยอมให้ยึดใบขับขี่ แถมแย่งคืน ทั้งที่ทำผิดกฎจราจร

หนุ่มโวยตำรวจ ไม่ยอมให้ยึดใบขับขี่ แถมแย่งคืน ทั้งที่ทำผิดกฎจราจร

จากเหตุการณ์ภายในคลิปที่ผู้ถ่ายกำลังเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรถึงเรื่องการจ่ายค่าปรับและยึดใบขับขี่ ซึ่งผู้ถ่ายคลิปไม่ยอมให้ยึด ก่อนมีการแย่งคืนใบขับขี่ ล่าสุด (21 มิ.ย. 61) มีรายงานว่า ทาง สน.ดินแดง ได้ดำเนินคดีชายคนถ่ายคลิป ทำผิด พ.ร.บ.จราจร ไม่ขับชิดช่องทางด้านซ้าย และแย่งคืนใบขับขี่ ซึ่งส่งฟ้องศาลฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานแล้ว

ภายหลังทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายสุรศักดิ์ พรสี่ อายุ 38 ปี ขับรถตู้ส่วนบุคคลนำเที่ยว ในสถานที่ต่างๆ และวานนี้ (20 มิ.ย. 61) เจ้าหน้าที่ได้ส่งฟ้องศาลในเหตุดังกล่าว โดยศาลได้ทำการนัดพิพากษา ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ให้การยอมรับสารภาพ ศาลจึงสั่งปรับ 2000 บาท จำคุก 1 เดือน ให้รอลงอาญา 1 ปี และปรับ 500 บาท โทษฐานผิด พ.ร.บ.จราจร