นายจ้าง ร้องกระทรวงแรงงาน ทบทวนงานห้ามคนต่างด้าวทำ

นายจ้าง ร้องกระทรวงแรงงาน ขอผ่อนผันข้อกำหนดงานห้ามคนต่างด้าวทำ เนื่องจากแรงงานไม่เพียงพอ ขณะที่ 1 ก.ค. เริ่มตรวจจับนายจ้าง-ต่างด้าว ทำผิดกฎหมาย

กลุ่มนายจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านค้า เข้ายื่นหนังสือถึง พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพื่อขอให้ทบทวน เกี่ยวกับข้อกำหนดในงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ โดยมีนายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นผู้รับเรื่อง

ขณะที่นายก่อพงศ์ ธารสุวรรณ ตัวแทนนายจ้างที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แรงงานในตำแหน่งพนักงานขายของหน้าร้าน แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากไม่มีแรงงานไทย รองรับ

โดยมีสาเหตุมาจากคนไทย มีศักยภาพ, มีความรู้-ความสามารถเพิ่มขึ้น และมีทางเลือกมากขึ้น ส่วนใหญ่ จึงเลือกทำงานที่สะดวกสบาย และมีสวัสดิการที่ดีกว่า ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ผ่อนผันข้อกำหนดที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบอาชีพขายของหน้าร้าน

ส่วนบรรยากาศที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือ OSS วานนี้ ยังคงมีแรงงานต่างด้าว เดินทางมาทำทะเบียนประวัติ ตรวจลงตราวีซ่า และขออนุญาตทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และจะไม่มีการขยายระยะเวลาออกไป

ที่สำคัญ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่จะระดมกวาดล้างผู้กระทำผิดกฎหมายครั้งใหญ่ หากพบแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว จะถูกส่งออกนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี

ส่วนนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อแรงงานต่างด้าวที่จ้าง 1 คน และหากกระทำผิดซ้ำ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

กองปราบโต้สภาทนายความฯ ชี้จับ ‘ทนายสุกิจ’ ตามยุทธวิธี

รองผู้บังคับการกองปราบปราม โต้สภาทนายความฯ ยืนยัน จับ ทนายสุกิจ ตามขั้นตอน พร้อมท้าฟ้องกลับ

พันตำรวจเอก จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความชื่อดัง ในคดีบุกรุกป่าสงวนที่จังหวัดตาก กล่าวตอบโต้ทางสภาทนายความฯ กรณีการจับกุมดังกล่าว โดยยืนยันว่า เป็นไปตามยุทธวิธี ไม่มีการใช้อาวุธ หรือทำเกินกว่าเหตุ และเป็นไปตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วยบุคคลใดที่ขัดขวาง หรือหลบหนี ผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์

อีกทั้งก่อนจับกุม ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา และให้เกียรติไม่ใส่กุญแจมือ แต่นายสุกิจ กลับสะบัดมือ ไม่ยอมเข้าห้องสอบสวน จึงเป็นที่มาของภาพการจับกุมดังกล่าว

ส่วนที่สภาทนายความฯ อ้างว่าไม่ให้เกียรติวิชาชีพทนายความ ขอย้ำว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และถือเป็นสิทธิที่อีกฝ่ายจะฟ้องกลับ

ในส่วนของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันเช่นกันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ และการเข้าจับกุมก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังการจับกุม ได้ให้นายสุกิจ และชุดจับกุม ปรับความเข้าใจกันแล้ว เพราะเป็นความเข้าใจผิด ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ติดใจเอาความ พร้อมย้ำว่า ในการจับกุม ไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะทำตามยุทธวิธีและกฎหมาย แต่หากนายสุกิจ ข้องใจการทำงานของตำรวจ สามารถร้องทุกข์ได้

สอดคล้องกับทางพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ระบุว่า ตำรวจทำตามหน้าที่ โดยหากผู้ต้องหาทำตามคำสั่ง ก็จะไม่เกิดเรื่อง

ไม่มาก็ไม่ต้องมา ‘บิ๊กป้อม’ ไม่สน ‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่’ เมินถกพรรคการเมือง 25 มิ.ย.นี้

“ประวิตร”เผยแล้ว นัดพรรคการเมืองประชุม 25 มิ.ย.นี้ ที่สโมสรทบ. ไม่สนหาก “เพื่อไทย-อนาคตใหม่” ไม่เข้าร่วม บอกไม่กังวลนักการเมืองคุยนอกรอบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการนัดประชุมกับพรรคการเมืองว่าการประชุมกับพรรคการเมืองจะจัดขึ้นวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี ในช่วงบ่ายซึ่งใช้เวลาพูดคุยทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง  ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคต ระบุว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น ไม่มาก็ไม่ต้องมา และไม่ส่งผลใดๆ ต่อการประชุมดังกล่าว เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฏหมายและระเบียบต่างๆ ที่รัฐบาลและคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้กำหนดไว้

ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พรรคการเมือง

และที่ในประชุมไม่มีข้อตกลงใดๆ เพราะมีเพียงการพูดคุยเท่านั้น ยืนยันว่าจะไม่เอาร่างสัญญาประชาคมปรองดองเข้ามาหารือด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองเพื่อคลายล็อคโดยเฉพาะ จึงไม่จำเป็นต้องขอความร่วมมือใดๆ ดังนั้นการหารือในครั้งนี้ต้องเปิดเผยข้อตกลงให้ประชาชนรับทราบด้วย  นอกจากนี้ การพูดคุยกับนักการเมืองจะมีขึ้นทั้งหมด 2 รอบ ซึ่งในรอบที่ 2 จะมีขึ้นหลังพระราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้กฎหมายลูกแล้ว โดยมีนายกฯเป็นประธาน

ส่วนกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นัดสมาชิกพรรคเพื่อไทยหารือนอกรอบ ที่สนามกอล์ฟย่านปทุมธานี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่กังวลว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่างๆ ของนักการเมือง แต่อย่าไปทำกิจกรรมทางการเมือง หากเป็นการพูดคุยก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ต้องกำชับกกต.ในการดูแลเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของกกต.อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่กกต.ระบุว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ 3 เดือน ต้องไปถามกกต. เพราะตนไม่ได้ไปกำหนด และตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งใหญ่

ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางไปเยือนประเทศอังกฤษ และมีม็อบไปตะโกนต่อต้านนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า คนไม่พอใจก็ย่อมมี เพราะจะให้พอใจทุกคนไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องประสานกระทรวงการต่างประเทศในการพูดคุย อีกทั้งก็มีคนที่ไปต้อนรับนายกฯเยอะแยะเหตุใดจึงไม่ออกมาพูดกันบ้าง แต่เอาที่เฮงซวยมาพูดกัน

พลเอกประวิตร กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และภาคีเครือข่ายให้กำลังใจตนเองในการป้องกันและปราบปรามธุรกิจพนันด้วยความแข็งขันในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกว่า ต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่ต้องมาให้กำลังก็ได้ หากต้องการมาให้กำลังใจก็ขอขอบคุณ ส่วนปัญหาเรื่องพนันฟุตบอลนั้น ภาพรวมดีขึ้น เนื่องจากเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าตำรวจไปกับกุมและรื้อพนันฟุตบอลออนไลน์มาแล้ว