เข่าแทบทรุด!! กระบะจอดรถในคอนโดนาน 10 เดือน โดนปรับเกือบ 3 แสน

กระบะจอดรถในคอนโดฯ นาน 10 เดือน ถูกนิติฯ ติดป้ายค่าปรับจอดรถเกินเวลา เกือบ 3 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก Connection Thailand ได้โพสต์ภาพรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง โดยบริเวณกระจกหน้ารถมีการติดป้ายใบแจ้งเตือนค่าที่จอดรถ โดยมีข้่อความระบุไว้ว่า

“เรียนท่านเจ้าของรถ เนื่องจากท่านได้จอดรถที่ลานจอดเกิน 10 เดือน ซึ่งมีการคิดค่าจอดถึงวันที่ 22/05/61 เป็นจำนวนเงิน 294,280 บาท ตลอดจนคิดค่าจอดรถตามจริง ถ้าท่านยังไม่นำรถออกจากอาคาร กรณีท่านเจ้าของรถมีความประสงค์ใช้สิทธิ์คูปองบัตรจอดรถคอนโดฯ ทางนิติฯอนุญาตให้ใช้ 1 ใบ ต่อ 24 ชั่วโมงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นท่านเจ้าของรถจะต้องชำระค่าจอดรถตามจริง”

ขอบคุณ Connection Thailand

คลิปตำรวจจับชายหนุ่มใส่กุญแจมือ หลังถูกซักถามทำไม ? ต้องยึดใบขับขี่

วิจารณ์แซดคลิปนาทีตำรวจจับชายคนหนึ่งที่ทำผิดกฎจราจรใส่กุญแจมือ อ้างขวางการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากเขาต้องการคำตอบทำไม ? ต้องยึดใบขับขี่ 

‘ใบขับขี่’

วันนี้ (21 มิ.ย. 2561) เพจ สำนักข่าวธรรมาภิบาลโพสต์. ได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับชายคนหนึ่งใส่กุญแจมือเพื่อควบคุมตัวไปโรงพัก เนื่องจากชายคนดังกล่าวซักถามเจ้าหน้าที่ถึงสาเหตุของการยึดใบขับขี่ จากกรณีที่เขาทำผิดกฎจราจร

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ชายคนดังกล่าวพยายามถามหาคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงการยึดใบขับขี่ของเขาทั้งๆ ที่ตำรวจได้มีการเขียนใบสั่งมาแล้ว ซึ่งเมื่อถามไปหลายครั้งตำรวจก็ไม่มีคำตอบให้ บอกแค่ว่ามีสิทธิเก็บไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าปรับแล้วเสร็จถึงจะมารับกลับคืนได้ จากนั้นชายคนเดิมก็ได้มีการอ้างถึงกฎหมายว่าไม่มีมาตราไหนที่เจ้าหน้าที่จะยึดใบขับขี่ได้ ทำให้ตำรวจนายหนึ่งไม่พอใจชายคนดังกล่าวเขาจึงเข้าคุมตัวและจับเขาใส่กุญแจมือก่อนที่คลิปจะตัดไป

ข่าวตำรวจ, ใบขับขี่

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตำรวจนายดังกล่าว ขณะที่ข้อถกเถียงเรื่องตำรวจสามารถยึดใบขับขี่ประชาชนได้หรือไม่นั้น ได้มีข้อกฎหมายที่น่าสนใจ โดยพิจารณาได้ดังนี้

1.ในระบบกฎหมายไทย เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ย่อมเป็นผู้ที่มีอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ในการจำหน่าย จ่าย โอน ทร้พย์สิน รวมถึงทำลายทรัพย์สินนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ บัญญัติไว้ว่า
“มาตรา ๑๓๓๖ ภายในบังคับแห่งกฎหมาย

เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย”

2.อำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ว่านี้ หากมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น ๆ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖ นั้น ขึ้นต้นด้วยถ้อยคำว่า “ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย จำหน่ายทรัพย์สิน ….”

ซึ่งหมายความว่า หากมีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กฎหมายนั้น ๆ ย่อมริดรอนสิทธิหรืออำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้
ตัวอย่างเช่น หากเราเป็นเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์ในดินสอหนึ่งแท่ง วันหนึ่งเราอาจหักดินสอ เช่นนี้ เราก็สามารถทำได้ เพราะเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ อีกทั้งไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

3.ตำรวจจราจรจะมีอำนาจยึดใบขับขี่หรือไม่ จากที่กล่าวมาทั้ง ๒ ประการข้างต้น จะเห็นว่า ใบขับขี่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา คนอื่นจะมายึดมายุ่งโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายไม่ได้

ระทึก! ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้ามือสองวอด เสียหายกว่า 2 ล้าน

ระทึก! ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้ามือสองอ.บางละมุง จ.ชลบุรี  วอด เสียหายกว่า 2 ล้าน

วันนี้(21 มิ.ย.) เมื่อเวลา 01.00 น.  พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บของเก่าริมถนนสายยุทธศาสตร์หมายเลข 331 บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านหนองตาสน ม.1 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ขลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ

ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก็บของเก่ามือสอง บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ เพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำเข้าระงับเหตุ แต่เพลิงได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สิ้นค้ามือสองซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากไม้และพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า ถูกเปลวไฟไหม้จนเหลือแต่ซาก เพลิงยังได้ลุกลามไปไหม้สิ้นค้าจำพวกเฟอร์นิเจอร์ที่เก็บไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 3 ตู้ เจ้าหน้าที่พยายามฉีดน้ำสกัดแต่ไม่สามารถหยุดยั้งเปลวไฟที่โหมอย่างรุนแรงไว้ได้ ทำให้สินค้าที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังลุกลามไปไหม้ร้านอาหารครัวนายหัวที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโกดัง ทำให้อุปกรณ์ต่างๆของร้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากจำนวนรถดับเพลิงขององค์กรบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วเข้ามาสนับสนุนเพียงคันเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำกำลังเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

สอบถามนายพีรพงษ์กรณ์ พูโต อายุ 23 ปี เจ้าของกิจการ เล่าว่า ขณะที่เกิดเหตุตนเองนอนอยู่กับภรรยาและลูกวัย 3 ขวบได้ยินเสียงปะทุของไม้ที่ถูกเพลงไหม้ จึงออกมาตรวจสอบก็พบว่าเพลิงกำลังโหมไหม้ จึงรีบนำลูกน้อยและภรรยาหนีเอาชีวิตรอด ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ พอเพลิงสงบมีเด็กวัยรุ่นที่ผ่านไปมาเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นคนกำลังจุดไฟอยู่บริเวณโคนต้นไม้ด้านหลังโกดัง แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่

ส่วนนายกิติอนันต์ เจริญสุข อายุ 61 ปี เจ้าของร้านอาหารนายหัว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ ได้มีไฟปะทุที่ป่าด้านหลังจึงได้ช่วยกันดับแล้ว จนกระทั่งไฟได้ลุกลามไหม้สินค้าภายในโกดัง

เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ส่วนมูลค่าความเสียหายในคาดว่าประมาณ 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง