ฮือฮา!! บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าพันปี ใจกลางชุมชน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1,000 ปี หนึ่งเดียวใน จ.พะเยา อยู่ใจกลางของชุมชน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

วันที่ 20 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1,000 ปี หนึ่งเดียวใน จ.พะเยา อยู่ใจกลางของชุมชนบ้านหนองหล่ม หมู่ 8 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งเป็นสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนแกะสลักของ “เจ้าพ่อคำปวน” ทหารเอกพระยาลิ้นก่าน ผู้ปกครองหนองหล่ม(เมืองห้าว) หรือ คือเวียงในอดีตกาล และ ศาลเจ้าพ่อคำปวน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนตำบลหนองหล่ม มาเป็นพันปี

นายไมตรี จันทร์ต๊ะ อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.หนองหล่ม กล่าวว่าบ้านหนองหล่มเป็นเรื่องเล่าขานกันมาว่ามีซากศพช้างที่ตาย ไหลมาอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นอีกแห่ง ที่เป็นที่เรียกชื่อของตำบล “หนองหล่ม” มาจนถึงทุกวันนี้ ที่น่าทึ่งก็คือ ภายในบริเวณหนองหล่มนี้จะมีบ่อน้ำทิพย์

โดยหนองน้ำจะมีน้ำไหลผุดซึมซับออกมาตลอดทั้งปีจากใต้ผิวดินมีปากบ่อ มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 3 เมตร น้ำไม่มีแห้ง ผุดขึ้นมาเองน้ำมีตลอดปี และมีอายุมา 1,000 ปี จนบ่อน้ำแห่งนี้ชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำทิพย์ 1,000 ปี และน้ำในบ่อชาวบ้านถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เอาไว้ดื่มกินหรืออาบช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ตลอดจนนำไป ทำเป็นน้ำพุทธมนต์ในงานพิธีต่างๆ ในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้าท่องเที่ยวชมดูกัน

สำหรับบ่อน้ำทิพย์ ที่มีอายุ 1,000ปี มีที่เดียวใน สวนสาธารณะหนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ใจกลางชุมชนหนองหล่ม ในเนื้อที่ประมาณ 38 ไร่ เป็นป่าชุมชน เป็นลักษณะป่าดงดิบ อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นปกคลุมเย็น ร่มรื่น และทางชุมชนได้สร้างทางเดินไม้ ประมาณ 400 เมตร เพื่อให้ผู้คนตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปชมในป่าไม้ นก ปลา เต่า ฯลฯ ที่เป็นธรรมชาติ และมีระบบนิเวศน์ ที่สมบูรณ์

และที่น่าแปลกพบว่า บ่อน้ำ ทิพย์ 1,000 ปี นั้น น้ำในบ่อน้ำไม่มีแห้ง น้ำใสเย็น สะอาด ดื่มได้ และที่แปลกมากก็คือ เมื่อมีการตักน้ำในบ่อน้ำทิพย์ขึ้นมากันทีละหลายๆ คน กลับพบว่าน้ำในบ่อไม่มีขุ่นแต่อย่างใด จะเป็นน้ำใส ทุกครั้งเมื่อตักขึ้นมาจากบ่อ จนชาวบ้านตำบลหนองหล่ม ต่างเคารพและนับถือ บ่อน้ำทิพย์ 1,000ปี เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่นับถือกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันดังกล่าว

จาก ‘ยิงเป้า’ สู่ ‘ฉีดยาพิษ’ ปลิดชีพนักโทษประหาร

 จาก “ยิงเป้า” สู่ “ฉีดยาพิษ” ประหารชีวิตนักโทษ เผยบทลงโทษนี้ไทยใช้ปลิดชีพนักโทษประหาร แค่ 325 ราย

บทลงโทษ “ประหารชีวิต” ที่หลายคนมองว่าถูก “พักใช้” จากสารบบ กระบวนการยุติธรรมไทย อย่างสิ้นเชิงในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา กลับมาเป็นประเด็นใหญ่สะเทือนสังคมไทยอีกครั้ง หลังวันจันทร์ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ประหารชีวิต นักโทษชาย ธีรศักดิ์ หลงจิ ผู้ต้องขังคดีฆ่าชิงทรัพย์ ปี 2555 ด้วยการฉีดยาพิษ

ย้อนไปในปี 2478 จนถึงปัจจุบัน มีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว 325 ราย แบ่งเป็น “ยิงเป้า” 319 ราย โดยรายแรกที่ถูกเพชฌฆาตลั่นไกปลิดชีวิตคือ สิบเอก สวัสดิ์ มะหะหมัด ผู้ต้องหาคดี “กบฏนายสิบ” ในวันที่ 11 กันยายน 2478 จนมาถึงรายสุดท้ายที่ถูกยิงเป้าคือ นักโทษชายสุดใจ ชนะ ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ถูกประหารเมื่อ 11 ธันวาคม 2546

กระทั่งมีการเปลี่ยนวิธีบังคับโทษประหารชีวิต จากยิงเป้า มาเป็น “ฉีดสารพิษ” ครั้งแรกเมื่อ 12 ธันวาคม 2546 กับนักโทษเด็ดขาดคดียาเสพติด 3 ราย และคดีความผิดต่อชีวิต 1 ราย จากนั้น 24 สิงหาคม 2552 ได้มีการฉีดยาพิษปลิดชีพนักโทษคดียาเสพติด 2 ราย หลังจากนั้น ก็ไม่มีนักโทษเด็ดขาดถูกประหารชีวิต ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

เนื่องจากทางการไทยได้ร่วมลงนามเป็นภาคี ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยหากใน 10 ปี ไม่มีการลงโทษประหารชีวิต ไทยต้องตัดโทษ “ประหารชีวิต” ออกจากโทษทางอาญา จนกระทั่งมีการฉีดยาพิษประหารนักโทษรายล่าสุด

และจากโทษประหารครั้งล่าสุดนี้ ทำให้สังคมเสียงแตก มีทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ขณะที่สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้ชี้แจงถึง 7 พฤติกรรมการฆ่า ที่ต้องรับโทษหนักด้วยการประหารชีวิต เช่น การฆ่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ทวดที่สืบสายโลหิตโดยตรง การฆ่าโดยทรมานหรือทารุณโหดร้าย และการฆ่าโดยไตร่ตรอง หรือจ้างวานฆ่า

ประหารชีวิต

ไม่ว่าจากนี้ จะมีการประหารชีวิตอีกหรือไม่ แต่กรณีล่าสุดนี้ ได้ก่อให้เกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะกับคดีสะเทือนขวัญก่อนหน้านี้ ที่ผู้ต้องหาหลุดรอดโทษประหารหลายครั้งหลายครา หรือข้อสังเกตในการ “รื้อ” โทษประหารกลับมา เพื่อ “รีเซ็ท” ข้อตกลงสากล จนถึงข้อถกเถียงการคงโทษประหารไว้เพื่อป้องปรามสังคม หรือมีไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะก่ออาชญากรรมร้ายแรง ได้ยั้งคิด

4.0 จริงๆ ฮือฮา! วัดดังผุดของขลัง ให้บูชาผงชูรสเรียกทรัพย์

ฮือฮาวัดดัง จ.นครนายก จัดบูชาผงชูรสเรียกทรัพย์ ด้านชาวเน็ตแห่คอมเม้นท์ พร้อมส่ายหัวเรามาถึงจุดนี้กันแล้วหรือ ?? 

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ Sky Thai News  ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีวัดบางแห่งเปิดให้มีการเช่าบูชาผงชูรสกันแล้ว โดยมีข้อความระบุว่า

ผงเรียกทรัพย์, บูชาผงชูรส, วัดหลวงพ่อปากแดง, ข่าวจังหวัดนครนายก, ข่าวสดวันนี้
บูชาผงชูรส

 

นี่เรามาถึงจุดที่ต้องบูชาผงชูรส กันแล้วเหรอ ? 😆😆😆 เมื่อประเทศเรามาถึงจุดที่ต้องเช่าบูชากราบไหว้ผงชูรสเพื่อเรียกทรัพย์กันแล้วเหรอวะ เจริญละเมืองไทย นี่แหละเมืองพุทธ #Thailand 4.0

#กราบ #ไหว้ #เช่าบูชา
#ผงเรียกทรัพย์ (#ผงชูรส)

#วัดหลวงพ่อปากแดง #จังหวัดนครนายก

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างส่ายหัวไปกับเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่คาดคิดว่าจะมีคนบางกลุ่มเช่าไปบูชาจริงๆ เพราะหากบูชาไปแล้วแต่ไม่ทำมาหากินก็ยากที่จะมีทรัพย์สมบัติเข้ามาได้

ขณะที่บางส่วนได้มีการแสดงความเห็นแบบเป็นห่วงผู้ที่พกไว้บูชาว่า ไม่อยากคิดหากเจอด่านตรวจเพราะจากผงชูรสอาจกลายเป้นยาเสพติดจำพวกยาไอซ์ได้ เป็นต้น