ชวนชม!! ดาวเคราะห์น้อย ‘เวสตา’ เข้าใกล้โลกมากสุดรอบ 11 ปี

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนคนไทยชมปรากฏการณ์ ดาวเคราะห์น้อย’เวสตา’เข้าใกล้โลกมากสุดรอบ 11 ปี ในวันนี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ออกประกาศเชิญชวนประชาชนคนไทยติดตามชมปรากฏการณ์ดาวเคราะห์น้อยเวสตาจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในวันนี้ หลังจากเคยปรากฏมาก่อนแล้วเมื่อปี 2550 หรือเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

โดยผู้ที่สนใจสามารถแหงนมองไปบนท้องฟ้าทางฝั่งตั้งแต่เวลาหัวค่ำ ในกลุ่มดาวคนยิงธนู ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นมุมเงยประมาณ 40 องศาจากเส้นขอบฟ้า หากใช้กล้องสองตาและแผนที่ดาวช่วยสังเกตการณ์ จะสามารถหาตำแหน่งของดาวเคราะห์น้อยเวสตาได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้การชมดาวเคราะห์น้อยเวสตาควรอยู่ในที่มืดสนิท หลีกเลี่ยงแสงเมืองรบกวนจะสามารถมองเห็นชัดที่สุด

ดาวเคราะห์น้อยเวสตา

สำหรับ ดาวเคราะห์น้อยเวสตา ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2350 เป็นดาวเคราะห์น้อยลำดับที่สี่ โคจรบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อย ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 525 กิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นลำดับสองในหมู่บริวารขนาดเล็กของดวงอาทิตย์รองจากดาวเคราะห์แคระเซเรส แต่โคจรอยู่ใกล้โลกมากกว่าดาวเคราะห์แคระเซเรส

ข้อมูลจากยานสำรวจอวกาศดอว์น ที่ส่งไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยเวสตาและดาวเคราะห์แคระเซเรส ได้เผยแพร่ภาพความละเอียดสูง ภายหลังโคจรสำรวจรอบดาวเคราะห์น้อยเวสตา เมื่อ พ.ศ. 2554 ใช้เวลาประมาณ 1 ปี พบว่า รูปทรงของดาวเคราะห์น้อยเวสตาคล้ายหัวมัน และมีพื้นผิวเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ซับซ้อนคล้ายกับอุกกาบาตหายากในกลุ่ม HED (Howardites, eucrites, and diogenites) ที่ปรากฏบนโลก ข้อมูลจากดอว์นดังกล่าวพิสูจน์ทฤษฏีแหล่งที่มาของอุกกาบาตกลุ่มนี้

ดาวเคราะห์น้อย,  ดาวเคราะห์น้อยเวสตา, ข่าวสดวันนี้

ครอบครัวผู้ถูกประหารชีวิตร่ำไห้ ไม่มีโอกาสได้สั่งเสียร่ำลา

ครอบครัวผู้ถูกประหารชีวิตร่ำไห้ ไม่มีโอกาสได้สั่งเสียร่ำลาก่อนจากกันตลอดชีวิต และเสียใจที่เป็นศพแรกในรอบ 9 ปี

วันที่ 19 มิ.ย.61 ที่ จ.ตรัง หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารนักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ อ.เมือง จ.ตรัง อย่างทารุณโหดร้าย เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) เทศบาลนครตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555

หลังกรมราชทัณฑ์ประหารชีวิต นายธีรศักดิ์ ปรากฏว่าได้รับความสนใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญกระทบต่อจิตใจต่อพ่อแม่ พี่น้องและครอบครัวนายดนุเดช เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 175 หมู่ 7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านนายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ อายุ 19 ปี นักโทษเด็ดขาด คดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณ ที่ถูกศาลฎีกาตัดสินประหารด้วยการฉีดยา เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) เวลา 15.00 น. ซึ่งมารดา ได้เดินทางไปรับศพที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่บ้านเกิด

คาดจะเดินทางถึงจังหวัดตรังในเวลาประมาณ 19.00 น. โดยบรรยากาศที่บ้านพบว่า มีญาติพี่น้องมารอรับศพเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือก็กำลังทยอยเดินทางมาสมทบ พร้อมกับมีการจัดเตรียมเต้นท์ โต๊ะ และอาหารไว้รอรับญาติที่จะเดินทางมาร่วมประกอบพิธีศพในค่ำวันนี้ ทั้งหมดอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ

ด้านนางสาวขนิษตา หลงจิ 20 ปี น้องสาวของนายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ทางครอบครัวแม้จะทำใจมาตลอดเพราะศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ก็ตัดสินประหารชีวิต แต่เสียใจและทำใจไม่ได้เพราะว่าในวันที่ศาลตัดสินประหารชีวิตและสั่งประหารชีวิตเลยนั้น ไม่ได้แจ้งญาติให้ไปดูใจหรือร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย และเสียใจว่ามีการยกเลิกการประหารชีวิตไปแล้ว แต่พี่ชายมาถูกประหารชีวิตเป็นรายแรกในรอบ 9 ปี เดิมครอบครัวตั้งใจจะเดินทางไปเยี่ยมอยู่แล้วในวันนี้ เนื่องจากพี่ชายส่งจดหมายมาขอเงินจำนวน 2,000 บาท พร้อมวุฒิการศึกษา และทางพี่สาวก็ไปส่งให้แล้ว

“ ตนเองรู้สึกรับไม่ได้ มันสะเทือนใจจริงๆกับเรื่องนี้ ซึ่งไม่สมควรที่จะโดนเขาเป็นคนแรก อย่างเช่นคดีเปรี้ยวฆ่าหั่นศพสมควรที่จะโดนก่อน ซึ่งพี่ของตนเองไม่ได้โดนคดีร้ายแรงอะไรมาก แต่ทำไมต้องเป็นคนแรกที่โดนประหาร และเหมือนที่เขาบอกว่าหยุดประหารไปแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมาเริ่มกับพี่ของตนเองเป็นคนแรกด้วย ซึ่งตนเองไม่เข้าใจ และก็ไม่ได้มีการบอกล่วงหน้าด้วยว่าจะโดนโทษประหาร

ซึ่งที่จริงการประหารจะต้องบอกญาติและขึ้นศาลอีกครั้งญาติจะได้สั่งเสีย และทางพี่ของตนก็ยังส่งจดหมายมาให้ทุกครั้งบอกว่าสบายดีไหมอยู่ทางนั้น ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงเขาสบายดี ฝากช่วยดูแลแม่และดูแลลูกด้วย ขอให้ส่งเอกสารมาว่าจะไปเรียนต่อให้จบ ม.6 เพราะอยากกลับตัวกลับใจ เมื่อวานตนเองก็ไปส่งให้รวมกับจดหมายพร้อมเงิน 2 พันบาท ก็ไปส่งให้พี่ของตนเอง แต่เมื่อวานทางกทม.ตอนบ่ายแจ้งมาว่าให้แม่ของตนเองมารับศพของลูกชายได้เลยพรุ่งนี้เช้า แม่ก็ตกใจร้องไห้รับไม่ได้

และแม่ได้ขึ้นเครื่องไปเมื่อวาน 18 มิ.ย.ตอน 6 โมงเย็น เขาได้สั่งเสียกับลูกชายกับเมียคนแรก เขาฝากว่าช่วยดูแลลูกให้ดีด้วยน่ะเขาไม่อยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนเมียก็ยกโทษให้ ซึ่งนายธีรศักดิ์ มีแฟน 2 คน คนเก่ามีลูก 2 คน คนใหม่มีลูกด้วยกัน 1 คน คนโตอยู่ป.1 คนน้องอยู่อนุบาล

นางสาวจุฑามาศ หลงจิ 27 ปี พี่สาว กล่าวว่า ตนเองยังทำใจไม่ได้ ซึ่งมันไม่ยุติธรรมทำไมต้องเป็นเขาคนแรกด้วย และเขาไม่ได้บอกล่วงหน้ากับญาติ มาบอกตอนที่จะประหารซึ่งยังไม่ได้สั่งเสียกับญาติเลย สะเทือนใจจริงๆหากบอกล่วงหน้าจะได้ขึ้นไปดูใจครั้งสุดท้าย หากทางกรมราชทัณฑ์ได้แจ้งล่วงหน้าบ้างทางครอบครัวก็จะขึ้นไปดูใจครั้งสุดท้าย

ชายกลางคนช็อกเสียชีวิต หลังพาสาวเข้าโรงแรม คาดโด๊ปยาเกิดขนาด

หนุ่มวัย อายุ 41 ปี พาสาวเข้าโรงแรม ก่อนโด๊ปยาเกิดขนาดช็อกเสียชีวิต !!

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อช่วงคืนของวันที่ 18 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชุมพล ทรงงาม รองสว.สอบสวนสภ.คลองหลวงได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงประสานแพทย์เวรร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมม่านรูด ภายในห้องที่11 พบเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง อยู่ระหว่างช่วยปั้มหัวใจและปฐมพยาบาลให้กับชายวัย 41 ปีรายหนึ่ง ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนในลักษณะตัวเกร็ง ข้างกันพบแผงยาตกอยู่ 1 เม็ด และถุงยางอนามัยใช้แล้ว 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้จากการสอบสวนเพื่อนผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ตั้งวงดื่มสุรากันอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม. จากนั้นผู้ตายได้ขอตัวออกมาทำธุระข้างนอกหลังจากที่ได้ดื่มกินกันสักพัก แต่พอเวลาผ่านไปประมาณ 3 ชม.ได้มีผู้หญิงขับขี่รถจยย.มาแจ้งกับตนเองว่า เพื่อนหมดสติอยู่ภายในโรงแรมที่เกิดเหตุห้องที่ 11 จึงเดินทางมาตรวจสอบก็พบเพื่อนไม่ได้สติจึงโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายมาเปิดห้องเวลาประมาณ 20.06 น.ก่อนที่จะเข้าไปครู่ใหญ่ก็มีหญิง 1 คน ขับขี่จยย.ตามไปภายในห้อง จากนั้นเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ หญิงดังกล่าวได้ขับจยย.ออกไปแล้วไม่กลับเข้ามา ก่อนที่จะมีเพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตมาที่เกิดเหตุ

ทางด้านร.ต.อ.ชุมพล ทรงงาม รองสว.สอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในห้องพบแผงยาที่คาดว่าเป็นยาชูกำลังที่ผู้ตายกินเข้าไปก่อนจะใช้กำลังสุดตัวจนเกิดอาการช็อกจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป