สยอง! พบสาวโดดชั้น24 ธ.กรุงเทพ สีลมดับ เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุ

สาวแบงก์ดิ่งชั้น 24 ตึก ธ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ร่างกระแทกชั้น 8 ดับคาที่

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสุดสยองขึ้นในอาคารธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. เมื่อมีสาวคนหนึ่งตัดสินในโดดจากชั้น 24 ของตึกดังกล่าวลงมาเสียชีวิตคาที่ บริเวณสวนชั้นที่ 8

โดยทาง ร.ต.อ.บุญลือ ทางตรง รองสว.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นพนักงานของธนาคารดังกล่าว ส่วนสาเหตุแรงจูงใจให้เธอคิดสั้นปลิดชีพตัวเองในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด คาดเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว แต่ทั้งนี้คงต้องมีการสอบสวนจากผู้เห็นเหตุการณ์ และเพื่อนร่วมงานอีกครั้งเพื่อไขความกระจ่างต่อไป

ชาวสวนวอนหน่วยงานช่วยเหลือ หลังสัปะรดขายไม่ออก ต้องเอาไปให้วัวกินแทน

สาวโพสต์โอดเดือดร้อนหนัก หลังสัปะรดขายไม่ออก ต้องนำไปให้สัตว์เลี้ยงกินแทน วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ ด้านชาวเน็ตแนะนำออกเร่ขายก่อนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุภาภรณ์ ดวงแก้ว ได้มีการโพสต์ข้อความเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือจัดการ หลังจากพบว่าสัปะรดที่เขาปลูกในปีนี้ มีผลผลิตมากแต่กลับขายไม่ออก จนทำให้ต้องนำผลผลิตไปเลี้ยงสัตว์แทน โดยมีข้อความระบุว่า

ปีนี้คิดว่าจะโพสต์เรื่องสัประรดแล้ว ดูเอาสัประรดนางแลและภูแลตอนนี้แทบไม่ได้ขาย ปีนี้ราคาถูกแต่ไม่มีคนซี้อยิ่งกว่าปีที่แล้วอีก หน่วยงานไหนก็ไม่มาช่วยตอนที่จะเอาผลงานให้อบรมนั่นอบนี่ชาวสวนก็ไป แต่พอสัประรดไม่ได้ขาย ชาวสวนเดือดร้อนไม่เห็นใครยื่นมือเข้ามาช่วยสักราย แปรรูปก็แปรไม่ไหวมันเยอะมาก ทางออกสุดท้ายก็ให้วัวกินอย่างเดียว แล้วปีนี้จะเาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ละพี่น้อง

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นใจ ก่อนจะพากันเข้าไปให้กำลังใจชาวสวนสัปะรดรายดังกล่าว พร้อมกับแนะนำว่าให้ลองนำใส่รถเร่ขายก่อน เพราะถึงอย่างไรแล้วสัปะรดพันธุ์นี้ก็ยังเป็นที่ต้องการของคนทานอยู่ แถมยังมีราคาที่สูงด้วยหากนำมาปลอกเปลือกแล้วใส่ถุงแช่เย็นขายตามตลาด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

สัปะรด, ข่าวสดวันนี้, ชาวสวน
สัปะรด

ชาวยะลาหันปลูก ‘มะม่วงหิมพานต์’ ขายสร้างรายได้ แถมกินดีมีประโยชน์

ชาวบ้านยะลาหันมาปลูกมะม่วงหิมพานต์ ผักพื้นบ้าน ขายยอดได้ทั้งปี มีรายได้ ประชาชนนิยมชะลอความแก่ ต้านมะเร็ง ตลาดรองรับสูง

ในช่วงนี้ผักพื้นบ้านอย่างยอดมะม่วงหิมพานต์ กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่จังหวัดยะลา ไม่เพียงแต่เฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แต่กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ก็หาซื้อไปไว้รับประทานเป็นผักเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกกันจำนวนมาก เนื่องจากได้มีการวิจัยระบุว่ายอดมะม่วงหิมพานต์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารชะลอความแก่ และป้องกันโรคมะเร็งได้

นายวานิช ศรีสุวรรณ และนางสุดใจ หนูลาย ชาวบ้านอำเภอเมืองยะลา ซึ่งได้ปลูกมะม่วงหิมพานต์ร่วมกับผักพื้นบ้านอื่น ๆ บอกว่า ปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์มาหลายปีแล้ว มีกว่า 20 ต้น โดยจะเก็บยอด ทำเป็นมัด ๆ ไปขาย ๆ มัดละ 5 บาท รวมกับผักพื้นบ้านอื่น ๆ ที่ปลูกไว้ไปขายที่ตลาดเกษตรของสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา โดยเฉพาะยอดมะม่วงหิมพานต์ ปลอดสารพิษ ช่วงนี้ จะขายดีมากเก็บไปขายเท่าไหร่ก็หมด มีรายได้ทุกวัน วันละ 50-100 บาท คนทุกเพศทุกวัยนิยมรับประทานมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานจะมาหาซื้อกันมาก เนื่องจากมีสารชะลอความแก่ ป้องกันโรคมะเร็ง ได้

สำหรับการปลูก การดูแลก็ไม่ยาก จะใช้เมล็ดมะม่วงหิมพานต์มาเพาะใส่ถุง พอเริ่มเป็นต้นก็นำไปลงปลูกได้เลย 3 เดือน ยอดก็จะเริ่มแตกเก็บผลผลิตได้ แต่ถ้าทิ้งไว้ 1 ปี ก็จะมีผลผลิตเต็มที่ ส่วนการบำรุง ดูแล ก็ต้อง รดน้ำ ใส่ปุ๋ยคอกมูลไก่ มูลวัวให้ จะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตแตกยอดอ่อน นอกจากนี้ ก็จะต้องหมั่นตัดแต่งกิ่ง ใบที่อาจจะเป็นโรคใบด่าง และมีเพลี้ยออก

มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ปลูกครั้งเดียวที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งปี ถ้าดูแลรักษาดีก็จะมีผลผลิตไปถึง 10 ปี ผู้ที่มีพื้นที่ปลูกก็สามารถจะปลูกไว้ข้างบ้าน ริมรั้ว เพื่อรับประทานในครอบครัว เหลือจากรับประทานก็สามารถนำไปขายได้ ส่วนตลาดก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ได้เปิดตลาดสำหรับรองรับผักพื้นบ้านอยู่แล้ว รวมทั้งยังสามารถนำไปขายที่ตลาดสดได้ ส่วนการรับประทานนั้นก็สามารถนำไปรับประทานกับน้ำพริก ขนมจีน ได้หลายอย่าง

ที่มา สทท.ยะลา