เปิดเวทีรับฟังความเห็น เสนอขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ตามระยะทาง-ช่วงรถติด

ทีดีอาร์ไอ เปิดเวทีรับฟังความเห็น แนวทางปรับค่ามิเตอร์แท็กซี่ ซึ่งจะใช้วิธีคิดค่าโดยสารตามเวลาเดินทางช่วงรถติด เพื่อไม่ให้เป็นข้ออ้างไม่รับผู้โดยสารบ่อยๆ

ภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาการพัฒนาเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการของรถแท็กซี่ โดยพิจารณาโครงสร้างต้นทุนและการประกอบการ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีอาร์ไอ) ระบุว่า จากผลสำรวจพบว่าผู้ขับขี่แท็กซี่ในปัจจุบันมีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำประมาณวันละ 200-300 บาท เนื่องจากต้องหักรายจ่ายเฉลี่ยวันละ 1,100 บาท ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีรายได้เฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 1,600 บาท จึงจะคุ้มทุน

ส่วนค่าโดยสารที่เริ่มต้น 35 บาท เห็นว่าไม่จำเป็นต้องปรับขึ้น แต่ควรปรับค่าโดยสารตามระยะทางที่เดินทางจริงร่วมกับเวลารถติด ส่งผลให้เมื่อไปในพื้นที่รถไม่ติดผู้โดยสารก็จะเสียค่าเดินทางไม่มาก แต่หากไปพื้นที่รถติดผู้ขับรถจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะเกิดความเป็นธรรม

ด้านนายจงรักษ์ กิจสำราญกุล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า หากจะปรับขึ้นราคาต้องทำให้แน่ใจว่าบริการจะดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าผลศึกษาโครงสร้างราคาใหม่จะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้นจะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาและกระทรวงคมนาคมต่อไป

ส่วนการออกกฎหมายขนส่งใหม่ จะมีมาตรากำหนดให้ผู้ประกอบการเจ้าของอู่ หรือสหกรณ์แท็กซี่ ต้องเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมายที่ขอใบอนุญาต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของ สนช.

คนขับรถบรรทุกโอด ตร.ไม่เข้าใจ เหตุรถใหม่ต้องใช้ใบขับขี่ได้ถึงจะไปได้

คนขับรถบรรทุกโอด ตร.ไม่เข้าใจ เหตุรถใหม่ต้องใช้ใบขับขี่ได้ถึงจะไปได้

วันนี้ 15 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก UShare-เตือนภัย ได้โพสต์แชร์เรื่องราวการใช้รถบรรทุกรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันทางกรมการขนส่งทางบก ได้มีการติดตั้งเครื่องติดตาม GPS และบันทึกข้อมูลการขับขี่ โดยผู้ขับรถต้องรูดบัตรใบขับขี่ทุกครั้งที่ใช้งาน โดยมีข้อความระบุว่า “รถไป4.0แล้ว ตำรวจยัง0.4 อยู่เลยครับ จากคลิปที่มีปัญหาดังในโซเชียล..ที่ถูกตำรวจจราจรยึดใบใบขับขี่…คนขับแย้งว่าถ้าไม่ใบขับขี่จะขับต่อไปได้มั้ย?? กับรถที่ติด GPS ที่ตำรวจจะยึดใบขับขี่ (ตำรวจต้องรู้เทคโนโลโลยี่ในปัจจุบัน)”

ภายหลังคลิปดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

ขอบคุณ UShare-เตือนภัย

เผยเรื่องราวตลกดัง! “เด่น ดอกประดู่” งานหดหาย ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า

เด่น ดอกประดู่ ดารานักแสดงตลกชื่อดัง งานหดหายทำให้เกิดอาการซึมเศร้า ตัดสินใจออกจากบ้านบวชเพื่อสงบจิตใจ

วันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เด่น ดอกประดู่ ดารานักแสดงตลกชื่อดังมาบวชพระอยู่ที่วัดชุมพลนิกายาราม ต. บ้านเลน อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา ถึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบพระเด่น ดอกประดู่ อายุ 76 ปี หรือ นาย บรรพต วีระรัฐ กำลังทำความสะอาดวัดอยู่จึงได้เข้าไปสอบถาม พระเด่น กล่าวว่า มาบวชที่วัดแห่งนี้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ได้รับฉายา เตชธัมโม ส่วนสาเหตุที่มาบวช เพราะระยะหลังหลังจากที่เคยตกเป็นข่าวทำให้งาน หดหายไป อยู่บ้านกับภรรยา เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรทำเลยไม่ได้ช่วยครอบครัวหารายได้ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จึงตัดสินใจ ออกจากบ้านมา

มีเพียงเสื้อผ้ามาชุดเดียว กับยาที่รักษาอาการเบาหวานและความดัน ได้เขียนจดหมายบอกภรรยาไว้ว่า จะออกไปบวชเพื่อสงบจิตใจ มาถึงที่หัวลำโพง มีประชาชนเข้ามาทักทายสอบถามว่าจะเดินทางไปไหนบอกว่า จะไปเชียงใหม่ จะไปบวช แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะไปบวชที่วัดไหน จึงมีคนแนะนำให้มาบวชที่วัดชุมพล เนื่องจากเป็นวัดที่เงียบสงบพระสงฆ์ปฏิบัติธรรม เคร่งครัด จึงได้เดินทางมา และขอบวชกับทางเจ้าอาวาส ท่านแม่ตาให้บวช ผ่านมาร 7 วันจิตใจเริ่มสงบ

แต่ยังมีบางช่วงที่ยังควรคิดถึงเรื่องต่างๆ ยังตัดไม่ได้ โชคดีที่มีพระหลายรูท่านคอยช่วยแนะนำเรื่องการสวดมนต์เรื่องการปฏิบัติตน การปฏิบัติธรรมส่วนจะบวชนานแค่ไหนหรือจะบวชตลอดไปหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ แต่รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้มาบวช การมาบวชไม่ได้มีปัญหาอะไรกันทางภรรยาและครอบครัว เป็นความตั้งใจของตนเอง

มาบวชได้ประมาณ 2 วันจึงจะติดต่อบอกกับภรรยาว่าบวชอยู่ที่วัดนี้ ภรรยาซึ่งเป็นคนชอบเข้าวัดทำบุญอยู่แล้วได้อนุโมทนาสาธุ ที่มีเป็นเด่นดอกประดู่ได้ทุกวันนี้เพราะ สื่อมวลชน และ ประชาชนที่ชื่นชอบตน ให้การสนับสนุนขอขอบคุณ ทุกกำลังใจที่มีให้กันมาตลอด พระเด่น ดอกประดู่กล่าว