ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น 100 บาท

ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น 100 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันศุกร์ที่ 15 มิ.ย. 2561 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ซึ่งราคามีการปรับขึ้น 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,495.76 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,850.00 บาท ขายออกบาทละ 19,950.00 บาท

ผบ.ตร.สั่งเอาผิดไม่เลี้ยง ตำรวจไถ่ลอตเตอรี่พ่อค้าแม่ค้า

รองโฆษก ตร. เร่งติดตาม 4 คนร้าย อ้างเป็นตำรวจไถ่ลอตเตอรี่พ่อค้าแม่ค้า ระบุ ผบ.ตร.สั่งเอาผิดไม่เลี้ยงหากเป็นตำรวจจริง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุ คนร้าย 4 คน แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกรับเงินผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จำหน่ายเกินราคา ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยชาย 4 คน อ้างต้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่อซื้อลอตเตอรี่ เมื่อพบว่ามีการขายเกินราคาที่กฏหมายกำหนด ก็จะนำตัวขึ้นรถยนต์กระบะและขับพาวนไปเพื่อเจรจาต่อรองให้เสียค่าปรับบนรถ หากไม่ทำตามจะถูกส่งตัวดำเนินคดี ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่หลายรายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ใช้วิธีการเดียวกัน โดยพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ต้องยอมจ่ายเงินตั้งแต่ 2,000 – 3,000 บาท เพื่อยอมให้จบเรื่อง โดยมีผู้เสียหาย จำนวน 3 คน เกิดเหตุในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร

จากการสอบสวน ผู้เสียหายทั้ง 3 คน แจ้งข้อมูลรถยนต์กระบะ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุว่าเป็น รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน กฉ 6140 ระยอง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม เนื่องจากป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นของรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ผู้เสียหายทั้ง 3 ดูภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา จำนวน 4 นาย และภาพบอร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร แล้วไม่ใช่คนร้าย ผู้เสียหายทั้ง 3 คน ยืนยันว่าลักษณะคนร้ายไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏตามรูปภาพดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุและตามเส้นทาง

ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นผู้ใด ซึ่งหากประชาชนพบการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัว เพื่อความบริสุทธิ์ใจ หรือขอตรวจสอบบัตรประจำตัว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไปปฏิบัติหน้าที่เหลื่อมล้ำกับกฎหมาย โดยหากเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ทาง ผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ไม่เลี้ยงไว้อยู่แล้ว ซึ่งหากพบการกระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

ชาวบ้านแตกตื่น! พบสับปะรดประหลาด 9 ลูก 36 แขนง คอหวยไม่พลาดขอเลขเด็ด

ชาวบ้านแตกตื่น!!! สับปะรดประหลาด 9 ลูก 36 แขนง คอหวยไม่พลาดแห่กราบไหว้ ทาแป้งขอเลขเด็ด

วานนี้(14 มิ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าพบต้นสับปะรดแปลกประหลาดต้นหนึ่ง ออกลูกจำนวน 9 ลูก แต่ละลูกมีแขนงโผล่จำนวน 36 แขนง อย่างไรก็ตามสับปะรดแปลกประหลาดดังกล่าว เจ้าของนำมาถวายให้วัดวังหิน เพื่อให้ชาวบ้านได้ดูความแปลก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงวัดวังหิน หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง พบชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เดินทางมากราบไหว้ และทาแป้งขอเลขเด็ดจากต้นสับปะรดประหลาดดังกล่าว โดยต้นสับปะรดประหลาด นำมาเก็บไว้ในขันน้ำมนต์ทองแดง หน้ากุฏิของพระประสงค์ สิริจันโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด โดยวางรวมกับลูกนิมิต 9 ลูก

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำกระถางธูป เทียน และแป้ง ตั้งอยู่ใกล้ต้นสับปะรดประหลาดอีกด้วย ตรวจสอบต้นสับปะรดแปลกประหลาดดังกล่าวมีลักษณะไม่เหมือนสับปะรดทั่วไป แต่มีลูกงอกโผล่ลักษณะแบนออกข้างติดกันหลายลูก คล้ายกับพัด มีตาและยอดงอกโผล่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่มากราบไหว้บอกจำนวนลูกและแขนงที่งอกออกมาไม่ตรงกัน บางคนบอก 8 ลูก บางคนบอก 9 ลูก ส่วนแขนงที่งอกบางคนบอก 36 และบางคนบอก 39 คน

พระประสงค์ สิริจันโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้นางสร้อย หมวกทอง อายุ 75 ปี ชาวบ้านที่อาศัยละแวกใกล้วัด ได้นำสับปะรดแปลกประหลาดดังกล่าวมาถวายให้กับวัดวังหิน เพราะเชื่อว่าสับปะรดดังกล่าวเป็นสิ่งสิริมงคล จึงอยากให้ทางวัดเก็บไว้เพื่อให้ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดได้ดู อาตมาจึงนำมาวางในขันน้ำมนต์ทองแดง รวมกับลูกนิมิตของวัด หลังจากชาวบ้านทราบข่าวสับปะรดประหลาด เดินทางมาดูและกราบไหว้และขอเลข เพราะชาวบ้านไม่เคยพบสับปะรดแปลกประหลาดดังกล่าว แต่อาตมาเชื่อว่าน่าจะเปิดจากความผิดธรรมชาติจองสายพันธ์สับปะรด

ด้านนางสร้อย หมวกทอง อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ เล่าว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพปลูกสับปะรดขายมาแล้วกว่า 60 ปี ส่วนสับปะรดลูกดังกล่าวเริ่มปลูกเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา ตอนแรกสับปะรดลูกดังกล่าวก็เจริญเติบโตตามปกติ เหมือนต้นอื่นๆ จนกระทั่งเข้าเดือนที่ 2 พบว่าสับปะรดต้นดังกล่าวมีลูกงอกติดกันหลายลูก และมีแขนงงอกหลายแขนง จึงคิดว่าสับปะรดคงเจริญเติมโตผิดปกติ คงไม่นานสับปะรดคงแห้งเหี่ยวยืนต้นตายไปเอง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเก็บสับปะรดขายพบว่าสับปะรดลูกดังกล่าวเจริญเติบโตใหญ่ขึ้น ตนจึงตัดไปถวายวัดวังหิน เพื่อให้ชาวบ้านได้ดู