อุตุฯ เผยทั่วไทยมีฝนเพิ่ม ตกหนักบางแห่ง เตือนทะเลอันดามัน-อ่าวไทยคลื่นสูง

อุตุฯ เผยภาคเหนือฝนตกหนัก กทม.-อีสาน-ภาคกลาง 30 เปอร์เซ็นต์ เตือน 15-18 มิ.ย. ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมรสุมพัดปกคลุม

วันนี้(14 มิ.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 15-18 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท นครปฐม กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

พนักงาน รพ. ใช้เวลาหลังเลิกงานปลูก ‘เชอร์รี่ญี่ปุ่น’ ขายสร้ายรายได้หลักหมื่น

สาวเจ้าพนักงานธุรการประจำโรงพยาบาลวังวิเศษ ใช้เวลาหลังเลิกงาน ปลูกพืชทางเลือกตัวใหม่ เชอร์รี่ญี่ปุ่นสีแดงสด ส่งขายในตลาด และโรงพยาบาล ถูกใจกลุ่มคนรักสุขภาพ หลากประโยชน์  เก็บขายรายได้ดีต่อวันได้ถึง 600 บาท

วันที่ 13 มิถุนายน 2561 ที่สวนแก้ว มัลเบอร์รี่ ตั้งอยู่เลขที่ 294 ม.1 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง นางสาวจินตนา แสงปลอด หรือแก้ว อายุ 37 ปี เจ้าพนักงานธุรการประจำโรงพยาบาลวังวิเศษ 56 ม.9 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ 1 ไร่ โดยปลูกทั้งมัลเบอร์รี่ และเชอร์รี่ญี่ปุ่น ซึ่งเชอร์รี่ญี่ปุ่นตนเองได้สั่งเมล็ดพันธุ์มาจากสื่อโซเชียล และเป็นพืชทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และในตอนนี้เชอร์รี่ญี่ปุ่น กลับได้ผลตอบรับดีมากโดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้หญิงจะชอบทานเพราะมีประโยชน์ทำให้ผิวสวย

ซึ่งต้นเชอร์รี่ญี่ปุ่นที่ตนเองปลูกในตอนนี้มีอายุตั้งแต่ 1- 2 ปี เมื่อออกผลจะให้ลูกเต็มมากและให้ได้ตลอดทั้งปี ส่วนเรื่องการดูแลรักษาก็จะง่ายๆคล้ายการปลูกมัลเบอร์รี่ หากงดน้ำสัก 1 สัปดาห์ก็สามารถเร่งผลให้ออกง่ายขึ้น เลี้ยงดูแบบธรรมชาติ รสชาติจะออกเปรี้ยวนำตามด้วยหวาน ลักษณะของลูกจะสีแดงสด ซึ่งการเก็บในแต่ละครั้งต่อ 1 ต้นจะได้ 2-3 กิโลกรัม เมื่อออกลูกเต็มต้นจะสวยมาก โดยตนเองจะเก็บขายกิโลกรัมละ 200 บาท แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมเป็นกล่องเล็กในราคา 20 บาท เชอร์รี่ญี่ปุ่น สามารถเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน เพราะจะเน้นกินผลสดๆทั้งลูก ซึ่งรายได้ต่อวันจะได้ประมาณ 400-600 บาท

สำหรับเชอร์รี่ญี่ปุ่น จะมีคุณประโยชน์หลายอย่างเช่น ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ประโยชน์ของเชอร์รี่ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยลดการผลิตเมลานิน จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวคุณขาวขึ้นได้ การรับประทานเชอร์รี่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และเพิ่มความกระปี้กระเปร่ามากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย และความแก่ สารโพลีฟีนอลในผลเชอร์รี่ช่วยป้องกันเซลล์ดีเอ็นเอถูกทำลายได้ ประโยชน์เชอร์รี่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ สารไลโคพีน ในผลเชอร์รี่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึงร้อยละ 20 และยังช่วยความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ทำให้กลุ่มลูกค้าที่นิยมนอกจากจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพแล้ว ยังสั่งไปให้คนที่เป็นโรคมะเร็งไว้ทานอีกด้วย

ส่วนทางด้านนายสิทธิพร พูดเพราะ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวว่า ทางหมู่บ้านได้มีการส่งเสริมให้ในหมู่บ้านทำเกษตรกรรม ประหยัดใช้จ่ายและเป็นการสร้างอาชีพเสริมรายได้ เนื่องจากในแต่ละครัวเริ่มทำพืชผักสวนครัวกินเอง ทำให้ในชาวบ้านรู้จักแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่อยอดให้แก่มูลค่าของตนเอง โดยเฉพาะที่สวนแก้วมัลเบอร์รี่ได้แปรรูปต่อยอดจากสินค้าทางการเกษตรมาเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ผลมัลเบอร์รี่ ทำเป็นน้ำมัลเบอร์รี่ เป็นการสร้างมูลค่าให้สินค้าและยังตรงต่อความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

บุพเพสันนิวาส ประวัติศาสตร์และวรรณกรรม

เปิดเวที เสวนา“บุพเพสันนิวาส ประวัติศาสตร์และวรรณกรรม” ที่หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรีเฉลิมพระเกียรติ

ที่หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ นางประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการเสวนา “บุพเพสันนิวาส ประวัติศาสตร์และวรรณกรรม” ในวันนี้ (13 มิ.ย.61) พร้อมกล่าวว่า ในเวลานี้ต้องยอมรับว่าละคร บุพเพสันนิวาส ได้สร้างกระแสความตื่นตัวให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย หันมาสนใจเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะการนำวัฒนธรรมประเพณีในสมัยอยุธยา มาใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ การแต่งกาย อาหาร และถ้อยคำ ตลอดจนสถานที่ถ่ายทำในละคร ส่งผลให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองโบราณต่างๆ ในพระนครศรีอยุธยาดีขึ้นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญประชาชนยังคงนิยมการแต่งกายย้อนยุคไปเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งกรมศิลปากรถือเป็นภารกิจสำคัญในการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมและแหล่งโบราณสถานให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เชื่อมั่นว่าการเสวนาในครั้งนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้รับรู้และเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดสุพรรณบุรี และร่วมกันศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระเพทราชา ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่เยาวชนรุ่นหลังควรยึดถือเป็นแบบอย่างในความรักชาติ รักแผ่นดิน

ด้านนางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการสำนักศิลปกรที่ 12 กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสวนาในครั้งนี้ มีวิทยากรการเสวนา ประกอบด้วย นายสด แดงเอียด อดีตอธิบดีกรมการศาสนา นายบุญเดือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ กรมศิลปากร นางสาวจันทร์ยวีร์ สมปรีดา(รอมแพง)ผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” และนายเขมชาติ เทพไชย อดีตผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังได้จัดแสดงภาพแผนที่เก่าอยุธยา หุ่นจำลองเหตุการณ์และตัวละคร รวมทั้งการจำหน่ายหนังสือจากสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์และสำนักพิมพ์เมืองเมืองโบราณ โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการเสวนา กว่า 300 คน

ที่มา สวท.สุพรรณบุรี