ตำรวจเร่งคลายปม ‘น้องกิ๊ฟ’ เอี่ยวพนันบอล

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งชุดสืบสวนสอบปม “น้องกิ๊ฟ” รับแทงพนันฟุตบอลส่งนายทุน ในจังหวัดตราด จนเป็นชนวนเหตุฆาตกรรม

จากกรณี น.ส.อุมาพร หอยสังข์ หรือ “น้องกิ๊ฟ” เหยื่อที่ถูก 4 คนร้าย อุ้มไปล่วงละเมิดขณะหมดสติจนเสียชีวิต ภายในล้งรับซื้อผลไม้ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี และล่าสุดมีข้อมูลว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับแทงพนันฟุตบอลส่งให้นายทุนรายใหญ่ในจังหวัดตราด นั้น

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ได้ตั้งคณะกรรมสืบสวนสอบสวนไปแล้ว โดยมีพลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังมีตำรวจกองบังคับการปราบปราม ตำรวจภูธร และนิติเวช ร่วมกันคลี่คลายคดี พร้อมกำชับชุดสืบสวน ขยายผลในประเด็นพนันบอลด้วย ว่ามีมูลเหตุจนไปนำสู่การฆาตกรรมหรือไม่ หลังนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศ

ด้านกระบวนการยุติธรรม ออกมาเผยคลิปเสียงสนทนากับนายวุฒิ หอยสังข์ พี่ชายน้องกิ๊ฟ ในประเด็นดังกล่าว และนี่เป็นคลิปเสียงบางช่วงบางตอนที่นายวุฒิ พี่ชายน้องกิ๊ฟ เปิดเผยกับนายสงกานต์ โดยอ้างว่า แฟนเก่าของน้องกิ๊ฟ ให้ข้อมูลมาว่า น้องกิ๊ฟรับแทงพนันบอลให้กับเจ้ามือในจังหวัดตราด ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานเงินหมุนเวียนในบัญชีของน้องกิ๊ฟ จำนวนหลายล้านบาท และอาจเป็นชนวนเหตุของการเสียชีวิต

แต่ล่าสุดวานนี้ (12 มิ.ย.) พี่ชายน้องกิ๊ฟ กลับระบุว่า ต้องการตัดจบประเด็นเรื่องพนันบอล โดยอยากให้มุ่งประเด็นถูกวางแผน-มอมยา, หญิงที่ปรากฏในคลิป รวมถึงหญิงสาวที่ชื่อ “แอร์” ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่มากกว่า พร้อมอ้างอีกว่า บัญชีที่มีเงินเข้า-ออกหลักล้านบาท เป็นยอดเงินจากขายของออนไลน์ แต่ตนเองไม่ทราบรายละเอียด และยืนยันว่า น้องสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพนันบอล หรือสิ่งผิดกฎหมายแน่นอน

และภายหลังนายวุฒิ ยืนยันว่าน้องสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการพนันบอล ทำให้ทนายสงกานต์ แสดงความแปลกใจที่เจ้าตัวออกมาปฏิเสธ ทั้งที่เป็นคนให้ข้อมูลเอง ตามหลักฐานคลิปเสียงดังกล่าว ซึ่งได้ส่งให้กับตำรวจแล้ว และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลงพื้นที่สอบปากคำทางแฟนเก่า ในประเด็นพนันบอลด้วย

เปรียบเทียบคำให้การ ขสมก. – บอร์ด 4 คน ใครกันแน่ไม่บิดเบือน?

สามารถ โพสต์เปรียบเทียบคำให้การ ขสมก. – บอร์ด 4 คน ใครกันแน่ไม่บิดเบือน? ปมรถเมล์ NGV ฉาว

วันที่ 13 มิ.ย. 2561 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) ชุดใหม่ โดยไม่มีรายชื่อบอร์ดชุดเก่าที่เป็นฝ่ายค้าน โดยข้อความระบุว่า 

หลังจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ให้ทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 และ 20 ธันวาคม 2560 เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น นั่นหมายความว่าบอร์ด ขสมก.ไม่มีมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมทั้งซ่อมบำรุงรักษาเป็นเวลา 10 ปี

ดังนั้น สัญญาที่ทำไว้แล้วนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ติดตามเรื่องนี้หลายท่านอยากรู้ว่าเหตุใดคำให้การของ ขสมก. จึงไม่สามารถหักล้างคำให้การของบอร์ดเสียงข้างน้อยจำนวน 4 คน ที่ไปให้ถ้อยคำในฐานะพยานตามหมายเรียกของศาลได้ เป็นผลให้ศาลมีคำสั่งดังกล่าวออกมา ทั้งนี้ ศาลได้มีหมายเรียกบอร์ดทั้งหมดจำนวน 10 คน ไปให้ถ้อยคำในฐานะพยาน แต่บอร์ดอีก 6 คน ไม่ไป

ผมได้เปรียบเทียบคำให้การโดยสรุปของ ขสมก. กับของบอร์ด 4 คน เพื่อให้ผู้ติดตามเรื่องนี้ได้พิจารณาว่าใครกันแน่ที่ไม่บิดเบือน

1. การประชุมบอร์ด ขสมก. เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 มีบอร์ดเข้าร่วมประชุม 9 คน จากทั้งหมด 10 คน ขสมก.อ้างว่าบอร์ดมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์ ไม่มีบอร์ดคนใดมีมติไม่เห็นชอบ แต่ในขณะลงมตินั้น รศ.ดร.คณิต วัฒนวิเชียร ซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ดเสียงข้างน้อย ได้ออกจากที่ประชุม ทำให้มีบอร์ดเหลือ 8 คน

ซึ่งนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ดได้กล่าวว่า “คณะกรรมการมีความเห็นชอบตามเสนอ แต่ยกเว้นอนุมัติให้ ขสมก.ใช้มติที่ประชุมวันนี้ดำเนินการ ให้เอามติที่พร้อมข้อสังเกตออกมาว่าสรุปอย่างไร และก็วันที่ 20 ธันวาคม 2560 เราก็บันทึกอีกทีหนึ่ง ขอดูตรงนั้นอีกที ในหลักการเราอนุมัติแต่ขอดูเวิร์ดดิ้งกับดูการดำเนินการที่กล่าวไป เพราะ 2 วันเอง ไม่แน่ใจว่าการบันทึกทั้งหมดครอบคลุมตามที่เราเสนอหรือเปล่า

ถ้ามีบันทึกออกมาก่อน จะเวียนก่อนก็ดี ท่านคณะกรรมการจะได้ดูและมีความเห็นแก้ไขและไปรับรองในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 เพราะ 2 วัน คงไม่มีผลอะไร” ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่ประธานที่ประชุมเป็นคนพูดเท่านั้น แต่ไม่มีผู้คัดค้าน บอร์ด ขสมก.จึงถือเป็นมติและมีผลใช้บังคับ

รศ.คณิต วัฒนวิเชียร พยานให้ถ้อยคำว่า ตนได้สอบถามข้อสงสัยต่างๆ หลายประเด็น แต่ไม่ได้รับคำตอบจาก ขสมก. จากนั้นตนได้รับโทรศัพท์ จึงเดินออกไปรับโทรศัพท์หน้าห้องประชุมใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ปรากฏว่าได้มีการเลิกประชุมแล้ว ตนไม่ทราบว่าได้มีการลงมติกันหรือไม่ แต่เห็นว่าหากมีการลงมติ เจ้าหน้าที่จะต้องเชิญตนเข้ามาลงมติ จึงไม่คิดว่ามีการลงมติ แต่มีผู้มาแจ้งว่าประเด็นต่างๆ ที่สอบถามไปจะได้พูดคุยชี้แจงกันในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 20 ธันวาคม 2560

รศ.พัชรา พัชราวนิช พยานให้ถ้อยคำว่า ตนได้ซักถาม ขสมก.หลายคำถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ขสมก.จึงรับที่จะไปหาข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป (20 ธันวาคม 2560) ขอยืนยันว่าที่ประชุมไม่ได้มีการลงมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์

นายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ พยานให้ถ้อยคำว่า ตนได้สอบถามและทักท้วงข้อสงสัยในการกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม เนื่องจาก ขสมก.สืบราคาจากแหล่งเดียว และมีการซื้อขายกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้ง แหล่งดังกล่าวยังมีความเกี่ยวโยงกับ ช.ทวี ในฐานะผู้ถือหุ้นอีกด้วย ซึ่ง ขสมก.ไม่ควรใช้เป็นราคาอ้างอิง ตนจึงไม่อาจเห็นชอบอนุมัติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์ได้

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ พยานให้ถ้อยคำว่า ตนได้สอบถาม ขสมก. 3 ประเด็น ซึ่งต่อมาประธานได้สรุปว่า เมื่อไม่มีใครถามแล้วถือว่าเห็นชอบตามที่ ขสมก.เสนอ แต่บอกว่า ให้ ขสมก.ไปจัดเอกสารและตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาที่บอร์ดสอบถามและนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป (20 ธันวาคม 2560) ซึ่งเป็นการพูดของประธานคนเดียว ตนเห็นว่าการอนุมัติหรือเห็นชอบดังกล่าวเป็นการอนุมัติในหลักการโดยมีเงื่อนไขที่จะต้องนำรายละเอียดตามที่บอร์ดสอบถามมาชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป

2. การประชุมบอร์ด ขสมก. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 มีบอร์ดเข้าร่วมประชุม 6 คน จากทั้งหมด 10 คน เป็นการประชุมเพื่อรับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ขสมก.อ้างว่าได้ชี้แจงข้อสงสัยต่อบอร์ดแล้ว แต่ยังมีบอร์ด 3 คน ที่ติดใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคา ระยะเวลาที่ให้ผู้เสนอราคาเตรียมเอกสารโดยให้เวลาสั้นมาก การกำหนดราคากลาง และประเด็นอื่นๆ

ซึ่ง ขสมก.ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ แต่เห็นว่ารายละเอียดเป็นไปตามรายงานการประชุม จากนั้นได้มีการลงมติ ปรากฏว่ามีบอร์ด 3 คน ไม่รับรองรายงานการประชุม ได้แก่ รศ.คณิต วัฒนวิเชียร พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ และนายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ ส่วนบอร์ดอีก 3 คน ได้แก่ นายณัฐชาติ จารุจินดา นายสมศักดิ์ ห่มทอง และ รศ.พัชรา พัชราวนิช ไม่ได้ลงมติว่าไม่เห็นด้วย ซึ่งประธานก็ไม่ได้ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่

และแม้ว่าทั้งสามคนไม่ได้แสดงออกโดยการลงมติอย่างชัดเจนอย่างเช่นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่ประธานที่ประชุม (นายณัฐชาติ จารุจินดา) ถือว่า นายณัฐชาติ จารุจินดา นายสมศักดิ์ ห่มทอง และ รศ.พัชรา พัชราวนิช มีมติเห็นด้วย เมื่อมีเสียงรับรองเท่ากัน ประธานจึงมีสิทธิ์ออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียง โดยออกเสียงเห็นด้วย แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในรายงานการประชุมหรือข้อความการถอดเทปแต่อย่างใด

รศ.คณิต วัฒนวิเชียร พยานให้ถ้อยคำว่า ได้ตรวจรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 แล้วพบว่ามีหลายประเด็นที่ตนซักถามแล้วไม่ได้คำตอบ และไม่มีการบันทึกความเห็นและข้อซักถามของตนไว้ในรายงานการประชุมดังกล่าว ตนจึงทำหนังสือโต้แย้งอย่างเป็นทางการไปยัง ขสมก. ทั้งนี้ ตนได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่รับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560

รศ.พัชรา พัชราวนิช พยานให้ถ้อยคำว่า เมื่อบอร์ดได้เห็นรายงานการประชุมซึ่งระบุว่ามีการลงมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์ ทำให้บอร์ดต้องสอบถามเกี่ยวกับประเด็นที่ได้อภิปรายกันในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 และยังไม่ได้รับคำชี้แจง

ซึ่งในการประชุมครั้งหลังเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ประธานไม่ได้ขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายงานการประชุมครั้งก่อน แต่ รศ.คณิต วัฒนวิเชียร พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ และนายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ ได้แถลงว่าไม่เห็นชอบในการรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน ส่วนประธานไม่ได้พูดว่ามีมติไปทางใด สำหรับตนนั้นของดออกเสียง เพราะเพิ่งได้รับรายงานการประชุมในวันประชุม โดยขอยืนยันว่าในขณะงดออกเสียงนั้นยังไม่มีการปิดประชุม

นายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ พยานให้ถ้อยคำว่า ตนไม่เห็นชอบทั้งสองกรณีคือ ไม่เห็นชอบให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์ และไม่เห็นชอบในการรับรองมติที่ประชุมครั้งก่อน

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ พยานให้ถ้อยคำว่า ได้เห็นรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 พบว่ามีการตอบคำถามที่บอร์ดได้ซักถามเพียงบางประเด็นเท่านั้น ตนจึงแสดงเจตนาลงมติไม่รับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน และไม่เห็นชอบให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์

อ่านทั้งหมดแล้ว ลองตรองดูว่าในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 มีการลงมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวี ร่วมกับสแกนอินเตอร์หรือไม่ และในการประชุมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 มีบอร์ดลงมติไม่รับรองรายงานการประชุม 3 คน งดออกเสียง 1 คน และรับรอง 2 คน ตามคำให้การของบอร์ด 4 คน หรือไม่รับรอง 3 คน และรับรอง 3 คน ตามคำให้การของ ขสมก.

ทั้งหมดนี้ พอจะรู้ว่าคำให้การของใคร ขสมก.หรือ บอร์ด 4 คน ที่ไม่บิดเบือน ใครบิดเบือนหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จก็จะถูกลงโทษ เมื่อได้ข้อยุติจากศาลปกครองแล้ว หวังว่า ขสมก.จะเร่งจัดหารถเมล์ใหม่ให้ได้ในไม่นาน ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล

สั่งออกราชการอดีต ผอ.ท่าใหม่ หลังพบทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็ก

มีคำสั่งให้อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกจากราชการไว้ก่อน หลังตรวจสอบพบการทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน

นายวิชวุทย์ (วิด-ชะ-วุด) จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ให้นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อำเภอท่าชนะ ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากมีมูลเหตุเชื่อได้ว่า มีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 ที่ได้สอบสวนข้อร้องเรียน 10 ข้อจากชาวบ้าน กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของนายสมเชาว์

จากนี้ ศึกษาธิการจังหวัด จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบวินัยร้ายแรง นายสมเชาว์ ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
ส่วนการดำเนินการของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น พบการซื้อของในโครงการอาหารกลางวัน อาจไม่ครบตามจำนวนที่ระบุตามรายการเบิกจ่ายเงิน จึงต้องรวบรวมเอกสาร ก่อนส่งสำนวนให้คณะกรรมการส่วนกลางพิจารณา

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร หลังมีการร้องเรียน ปปช.กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร สังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน อาจทุจริตเงินโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน และต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน และให้นายกเทศมนตรีเมืองตะพานหิน ชี้แจงถึง 2 ครั้ง ครบกำหนดเมื่อ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่านายกเทศมนตรีเมืองตะพานหิน ยังไม่ส่งรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงมายังจังหวัด

ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ออกหนังสือเร่งรัดให้นายกเทศมนตรีเมืองตะพานหิน ส่งรายงานผลการสรุปความคืบหน้ากรณีการจัดสรรค่าอาหารกลางวันเด็กไม่ครบตามจำนวนเบิกจ่าย เป็นครั้งที่ 3 ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งด่วน ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตะพานหินวิทยาคาร มาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร ภายในศาลากลางจังหวัดพิจิตร ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน -14 ธันวาคมนี้ รวมระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย