‘เนติวิทย์’ ได้รับเลือก​นั่งกรรมการแอมเนสตี้ประเทศไทย

‘เนติวิทย์’ ได้รับเลือก​นั่งกรรมการแอมเนสตี้ประเทศไทย เผย จะผลักดันความสำคัญ​ของสิทธิ​มนุษยชนของเยาวชน คืนคุณ​ค่าความเป็นมนุษย์​ให้กลับมาในโรงเรียน

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2561 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ซึ่งกำหนดการประชุมได้มีการติดตามงานในปีที่ผ่านมาและร่วมกำหนดอนาคตการทำงานสิทธิมนุษยชนร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้จัดการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ พร้อมประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการผ่านเพจเฟซบุ๊กเพจ

โดยผู้ที่ได้รับเลือกคณะกรรมการชุดล่าสุดของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้แก่ 1.พริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นกรรมการ 2.เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล กรรมการเยาวชน 3.กรกนก คำตา กรรมการ 4.ปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัย 5.กุล ประธานกรรมการ 6.เอกชัย ปิ่นแก้ว เหรัญญิก 7.อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ กรรมการ

ล่าสุด นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ ผมได้รับเลือกตั้ง​จากสมาชิกในที่ประชุม​ใหญ่​ประจำปี ของ แอมเนสตี้ อินเตอร์​เนชั่น​แนล ประเทศไทย (Amnesty International Thailand)​ ให้เป็นกรรมการเยาวชน (Youth Board) ในบอร์ด​บริหารขององค์กร​ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ร่วมงานใน องค์กร​พิทักษ์​สิทธิมนุษยชน​ที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 7 ล้านคนและมีประวัติ​ศาสตร์​อันทรงเกียรติ​เพื่อเพื่อนมนุษย์​กว่าห้าสิบปี

ภารกิจ​ต่อไปคงจะมากมาย แต่ผมจะผลักดันความสำคัญ​ของสิทธิ​มนุษยชนของเยาวชน ซึ่งถูกละเลยจากโรงเรียน และระบบการศึกษา​ไทย​ เราต้องคืนคุณ​ค่าความเป็นมนุษย์​ให้กลับมาในโรงเรียน นี่คือเรื่องพื้นฐาน​ที่สำคัญ​ในการพัฒนา​มนุษย์​ ขณะเดียวกันการต่อสู้​เพื่อสิทธิ​เสรีภาพ​ของปวงชนชาวไทยที่ถูกรัฐบาลทหารปิดปากมากว่าสี่ปีแล้ว

ไม่รู้​จะ​เป็น​อย่างไรต่อ ต้องร่วมด้วยช่วยกันจึงสำเร็จ​ ขอให้อย่าฝากมาที่คนคนเดียว เราทุกคนสามารถช่วยสร้าง​ความ​เปลี่ยน​แปลงแก่สังคมไทยและเพื่อนมนุษย์​ของเราได้ เพื่อนๆนักเรียนนิสิตนักศึกษา​สนใจหลังไมค์​มาร่วมงานกับผมได้นะครับ ขอบคุณ​สมาชิกทุกท่านที่ลงคะแนนให้ครับ #นักเรียน​เลว​ใน​ระบบ​การศึกษา​แส​นดี​”

สุดซึ้ง!! ‘น้องยุ้ย’ หลั่งน้ำตาก้มกราบ ลุงป่วยอัมพฤกษ์ที่ขอบริจาคดวงตาให้

นาทีสุดซึ้ง ‘น้องยุ้ย’ สาวตาบอด หลั่งน้ำตาก้มกราบ ลุงป่วยอัมพฤกษ์ที่ขอบริจาคดวงตาให้

จากกรณีของ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือ น้องยุ้ย อายุ 26 ปี ชาวบ้าน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี เพราะผลข้างเคียงจากการทำงานโรงงานหลอมเหล็ก พร้อมต้องเลี้ยงดูลูกน้อยวัยขวบเศษ กระทั่ง นายพายัพ รอดเมือง อายุ 59 ปี ชาวบ้าน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ นานกว่า 20 ปี ได้ติดต่อไปหาน้องยุ้ย เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าจะขอบริจาคดวงตาให้กับ น้องยุ้ย 1 ข้าง

โดยล่าสุดวันนี้ (11 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊ก มนัญญา ม่วงสมมุข ได้โพสต์ภาพและข้อความวินาที ‘น้องยุ้ย’ สาวพิการตาบอด ได้พบกับนายพายัพ ที่ติดต่อขอบริจาคดวงตาให้ โดยมีข้อความระะบุว่า “#ยากที่จะอธิบายถึงความรู้สึก.. วินาทีแรกเมื่อลุงพายัพ รอดเมือง ที่เดินไม่ได้ชาวฉะเชิงเทราประสงค์ให้ดวงตาหนึ่งข้างแก่สุนิสาหญิงตาบอดชาวบุรีรัมย์ ลุงได้เห็นเธอ และเธอได้สัมผัสกาย ได้ยินเสียงของลุง ถึงแม้ด้วยข้อกฏหมายไม่อาจเป็นไปได้ก็ตาม นับถือน้ำใจลุงยิ่งใหญ่นัก”

ขอบคุณเฟซบุ๊ก มนัญญา ม่วงสมมุข

แม่ค้าสาวกินยาแผนโบราณ หน้าเป็นอัมพาต

แม่ค้าขายเบเกอรี่ ในจังหวัดระยอง ซื้อยาแผนโบราณมารับประทานเอง ส่งผลให้หน้าเกิดแผลพุพอง ปากชาไม่มีความรู้สึก

วันนี้(11 มิ.ย.) แม่ค้าขายเบเกอรี่ ในจังหวัดระยอง ซื้อยาแผนโบราณมารับประทานเอง ส่งผลให้หน้าเกิดแผลพุพอง ปากชาไม่มีความรู้สึก นางทัศวรรณ สังวาลย์เพชร อายุ 32 ปี แม่ขายเบเกอรี่ ยังคงนอนพักรักษาอาการบาดแผลที่ใบหน้าด้านซ้าย ที่ยังบวมพุพอง ด้วยสภาพอิดโรย ที่โรงพยาบาลระยอง นางทัศวรรณ เล่าว่า ตัวเองมีโรคประจำตัวอยู่คือ HLE หรือ โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง และเกิดอุบัติเหตุหกล้ม กระดูกใบหน้าร้าว สามีจึงแนะนำให้ไปซื้อยาแผนโบราณมากิน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา

ก่อนซื้อบอกทางร้านว่า ต้องการซื้อยาประสานกระดูก พร้อมถามว่า เป็นโรคดังกล่าวกินได้หรือไม่ ทางร้านบอกกินได้ พร้อมแนะนำให้กินยาลูกกลอน และยาเส้น หลังกินยาไปได้ 24 เม็ด ตื่นมากับพบว่าหน้าข้างซ้ายไม่รู้สึก ขยับไม่ได้ มีตุ่มเม็ดใสๆ ขึ้น จึงรีบมาพบแพทย์

ขณะที่ทางร้านอ้างว่าคนไข้เป็นงูสวัสดิ์ จึงให้ยาขับพิษอีก 3 กระปุก นางทัศวรรณ ยังเรียกร้องให้ร้านขายยาดังกล่าว ออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบว่ายาแผนโบราณดังกล่าวจดทะเบียนถูกต้อง หรือเป็นอันตรายหรือไม่ ด้านแพทย์แผนปัจจุบัน แจ้งว่าอาการที่เป็นไม่ใช่โรคงูสวัด แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร ต้องขอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง คาดว่าจะต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 14 วันจึงจะสามารถระบุได้