อัยการเลื่อนสั่งคดี ‘เมจิก สกิน’ ไป 12 ก.ค. นี้ สอบเพิ่มสรรพคุณเกินจริง

อัยการเลื่อนสั่งคดี ‘เมจิก สกิน’ ไป 12 ก.ค. นี้ สอบเพิ่มอ้างสรรพคุณเกินจริง

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้าการสั่งคดีผู้ต้องหาในเครือเมจิกสกิน คดีนี้ พนักงานสอบสวน สรุปสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท เมจิกสกิน จำกัด , นายกร พวงสน , นางวรรณภา พวงสน (ภรรยาของนายกร) น.ส.ตรีชฎา หรือส้ม , บริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และ น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 , พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558โดยผู้ต้องหาที่ 1-4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือข้อมูลที่เป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน , ผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางปลอม รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง

ทั้งนี้ นายพรชัย บุญถนอม อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 กล่าวว่า ในการสรุปความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาต้องมีพยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์พอที่จะมีความเห็นสั่งคดีได้ไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งคดีนี้มีการกล่าวหาเครื่องสำอางว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน พนักงานสอบสวนได้ส่งเครื่องสำอางไปตรวจ ทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการหาสารพิษในส่วนผสมของเครื่องสำอาง แต่ไม่ตรวจหาสารประกอบและสรรพคุณที่ชี้ให้อัยการเห็นว่า เครื่องสำอางดังกล่าวนั้น มีการอวดอ้างเกินจริงอย่างไร จึงสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมในประเด็นนี้เพราะเป็นสาระสำคัญทางคดี

ในส่วนของ นายกร และนางวรรณภา พวงสน 2 สามีภรรยา จะครบกำหนด ฝากขัง ผัดที่ 4 ในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย. 61) เมื่อการสั่งคดียังไม่แล้วเสร็จ อัยการจึงต้องทำหนังสือแจ้งไปยังศาล เพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปก่อน และนัดให้มาฟังคำสั่งทางคดี ในวันที่ 12 ก.ค. นี้

ส่วน นางสาวตรีชฎา และ นางสาวปาจรีย์ ได้รับการประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน หลังจากพนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีจะนัดให้ทั้งหมดมาฟังคำสั่งต่อไป

2 ตม. รับละเว้นขั้นตอนปฏิบัติ ทำให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีได้

2 ตม. รับละเว้นขั้นตอนปฏิบัติ ทำให้ อดีตพระพรหมเมธี หลบหนีได้ เบื้องต้นดำเนินการส่งเรื่องเพื่อให้พิจารณาอนุมัติคำสั่งลงโทษ

จากกรณีที่ มีการตรวจสอบข้อมูลพบว่า อดีตพระพรหมเมธี ได้หลบหนีออกทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ตม. ระดับสารวัตร 1 นาย และรองสารวัตร อีก 1 นาย ที่รับผิดชอบตรวจสอบ บุคคลเข้า-ออก บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน ฐานบกพร่องต่อหน้าที่

ล่าสุด พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่ามีการละเว้นขั้นตอนปฏิบัติระหว่างทำงานบริเวณจุดตรวจดังกล่าวจริง คือมีการตรวจสอบแค่ในส่วนของเอกสาร แต่ไม่ได้ตรวจค้นรถที่ผ่านเข้า-ออก

ทำให้บก.ตม.4 กำลังดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อให้พิจารณาอนุมัติคำสั่งลงโทษ แต่จะต้องรอตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนจากกองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้งว่า เส้นทางที่ อดีตพระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ใช้ในการหลบหนีแท้จริงแล้ว คือผ่านทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 หรือว่าเส้นทางธรรมชาติ

แก้ไขปัญหารถติด! รอบเกาะรัตนโกสินทร์ อนุญาติบัสจอดรับ-ส่งนักท่องเที่ยว

แก้ไขปัญหารถติด! รอบเกาะรัตนโกสินทร์ อนุญาติรถบัสจอดรับ-ส่งนักท่องเที่ยว

วันนี้ (8 มิ.ย. 61) ที่ บริเวณ ท้องสนามหลวง บรรยากาศสภาพการจราจร พื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง หลังจากจัดระเบียบการจราจรตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่อนุญาติให้รถบัสนำเที่ยว นำรถเข้ามาจอดรับ -ส่ง นักท่องเที่ยว ได้ที่บริเวณ ถนนเส้นกลางสนามหลวง เพื่อความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่

โดยภาพรวมในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รถคล่องตัวในทุกช่องทาง ขณะที่ รถประจำทางสามารถเข้าป้ายจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารได้สะดวกขึ้น เนื่องจากไม่มีรถบัสนำเทียวมาจอดกีดขวางเส้นทาง จนทำให้สภาพการจราจรบริเวณโดยรอบเกิดการชะลอตัวเหมือนก่อนหน้านี้

ขณะที่นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง ยังคงเดินทางมาอย่างคึกคัก โดยตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีรถบัสนำเที่ยว เข้ามาจอดส่งผู้โดยสาร ยังจุดที่จัดเตรียมไว้ แล้วกว่า 220 คัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานรักษาความสะอาด คอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่ให้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เป็นช่วงฤดูฝน ส่งผลให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจะเปียกฝน ซึ่งตรงจุดนี้ มัคคุเทศก์ (เกาหลี) ได้เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้มีความสะดวกมากกว่าเมื่อก่อนที่ผ่านมา เนื่องจากเดินใกล้ขึ้น และทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเต็นท์มาบริการให้นักท่องเที่ยวไว้สำหรับเป็นจุดพักคอยระหว่างรอรถ

หรือนักท่องเที่ยวในกรุปด้วยกัน ส่วนในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง ยังมีรถบัสจอดรับส่งในจุดอื่นๆ ด้วย เช่น บริเวณหน้าสวนสราญรมย์ ด้านข้างหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน สำหรับทัวร์ที่มาเที่ยวชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ หรือวัดโพธิ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องของการอำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ช่วงที่มีฝนตกและมีลมแรงสำนักการโยธากรุงเทพฯได้เข้ามาดำเนินการ ปรับปรุงเพิ่มความแข็งแรงเต็นท์พักคอย เสริมสมอบกยึดตัวเต้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด