ได้ยิ้มกันทั้งสำนักแน่ โผล่อีก ร่างทรงพ่อปู่ ‘บ็อบ มาร์เลย์’

สุดฮา!  คลิปอ้าง ร่างทรงพ่อปู่ ‘บ็อบ มาร์เลย์’ โผล่ร่วมงานชุมนุมร่างทรง ด้านชาวเน็ตพากันคอมเมนต์แซะทำไมไม่ร้องเร้กเก้ เต้นหมอลำทำไม ??  

ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับข่าวคราวของคนทรงเจ้า ที่ในช่วงนี้มีร่างทรงชื่อแปลกๆ ได้ปรากฏออกมาให้เหล่าสาวกเข้าไปบูชากราบไหว้เป็นจำนวนมาก อาทิ ร่างทรงพ่อปู่ไบรอัน โอ’คอนเนอร์, ร่างทรง แสงสุริยะเทพ หรือร่างทรงไฮเทค รวมไปถึงร่างทรงพระพิฆเนศ แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะล่าสุดได้มีร่างทรงใหม่ชื่อแปลกโผล่เข้ามาอีก 1 ชื่อ คือร่างทรง พ่อปู่  ‘บ็อบ มาร์เลย์’

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ Sky Thai News ที่ได้ระบุข้อความพร้อมโพสต์คลิป ว่า ทะลุ 4.0 ไปอีกรายแล้วครับพี่น้อง !  เมื่อ ร่างทรงพ่อปู่ “บ็อบ มาร์เลย์” โผล่ ประทับทรงกลางงานเหล่าบรรดาทวยเทพ ซึ่งคลิปได้เผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายกับศิลปินสายเขียวในตำนวนคนดัง ทั้งทรงผมที่เหมือนกัน และเสื้อผ้าที่คล้ายจะถอดแบบกันมา กำลังยืนโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่ในงานพิธีชุมชุมคนเหนือมนุษย์งานหนึ่ง

ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างพากันขำขันกับภาพที่ปรากฏ มากกว่าเทใจเข้าไปศรัทธา บ้างก็ว่า

ร่างทรง, บ็อบ มาร์เลย์, พ่อปูบ็อบ มาร์เลย์,

** บ๊อบ มาเล่ พร่องมึงอะ ..เพลงยังเป็นสตริงอีสานอยู่เลย ,บ๊อบ มาเล่เค้าร้องเพลง เรกเก้แล้วไม่ใช่ภาษาไทยด้วยอีห่าาาา (ร่างทรงมึงเลือกเพลงหน่อยไหม ) #ทำไมบนโลกมีคนแบบนี่อยู่เยอะจังวะ

**  เม้นอะไรให้เกียรติเค้าด้วยคับ อย่า!!เรียกเค้าว่าคนบ้า เพราะศรีธัญญาเรียกเค้าว่าคนไข้

**โอ๊ยยยย คนไร้สติมันมีเยอะมาก กว่าคนที่มีสติ ในประเทศไทย😢😥  กลุ่มที่มีสติ คิดว่าถึงเวลาที่พวกคุณ/เรา ต้องลงมือช่วยกัน สอนลูก สอนหลาย เป็นตัวอย่างที่ดี ให้ ลูกหรือ หลาน เพราะ ลูกและหลาน จะเป็น next generation ที่จะช่วยนำประเทศไทยให้ดีขึ้น

อย่าช้าค่ะ ผู้ที่มีสติ ขอให้ร่วมกันช่วย เพราะไม่อย่างนั้น ประเทศก็จะไม่ พัฒนา อีกทั่งยังจะจมลง แย่ลง เรื่อยๆ
เริ่มจากให้ความเขาใจ ในครอบครัว นาที่ของเรา คือสอนในครอบครัว ต่างคน ต่างทำนาทีนี้ เป็นต้น

เตือน!! นายจ้างบังคับลูกจ้างทำงานล่วงเวลา มีความผิดตามกฎหมาย

เตือน!! นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน ได้กำหนดห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาก่อนได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ดังนั้นหากนายจ้างมีความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลาปกติหรือทำงานล่วงเวลาจะต้องให้ลูกจ้างยินยอมก่อนที่จะมีการทำงานล่วงเวลาทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานมีความจำเป็นต้องทำติดต่อกันไป หากหยุดจะเสียแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาเท่าที่จำเป็นได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกจ้าง

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการทำงานล่วงเวลาแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้กับลูกจ้าง ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนที่ทำด้วย และหากเป็นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนที่ทำ

กสร.จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะมีความผิดโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน

‘น้องยุ้ย’ สาวตาบอด แจ้งของดรับเงินบริจาคเพิ่ม แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว

‘น้องยุ้ย’ สาวตาบอด แจ้งของดรับเงินบริจาคเพิ่ม แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว ขอผู้ใจบุญช่วยคนคนอื่นต่อ

จากกรณีที่มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตที่น่าสลดใจของ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือ น้องยุ้ย อายุ 26 ปี ชาวบ้าน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี เพราะผลข้างเคียงจากการทำงานโรงงานหลอมเหล็ก ซ้ำยังถูกสามีหนีไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกชายวัย 1 ขวบ ตามลำพัง อาศัยอยู่ในเพิงเล็กๆ มีเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าว และอาหารกินประทังชีวิต

กระทั่ง นายพายัพ รอดเมือง อายุ 59 ปี ชาวบ้านหนองหว้า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งพิการเป็นอัมพฤกษ์นอนป่วยติดเตียงมานานกว่า 20 ปี ได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา น้องยุ้ย เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าจะขอบริจาคดวงตาให้กับ น้องยุ้ย 1 ข้าง เพื่อให้น้องมีโอกาสกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จะได้ทำงานหาเลี้ยงลูกได้ด้วยตนเองโดยไม่เป็นภาระคนอื่น นอกจากนี้ ยังมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดมียอดทะลุ 1.4 ล้านบาท

ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก มนัญญา ม่วงสมมุข ได้โพสต์ความคืบหน้าว่า น้องยุ้ย ได้ติดต่อไปขอให้ทำข่าวว่า “ขอแจ้งงดรับบริจาคเงิน เพราะเธอคิดว่ามันเกินพอแล้วสำหรับเธอ เธอขอให้ท่านผู้ใจบุญได้ไปช่วยคนที่ไม่มีจะกินเช่นเธอซึ่งยังมีอีกมากมายต่อไป ส่วนเธอของดรับบริจาคเงินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”