ระทึก! รถชนกันหลายคันรวด บนถนนกาญจนาภิเษก บางใหญ่

ระทึก! รถชนกันหลายคันรวด บนช่องทางด่วนบางใหญ่ กีดขวางถนนเลนกลาง ส่งผลให้การจราจรรถติดขัดมาก

วันนี้(6 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.49 น. เกิดเหตุอุบัติเหตุรถชนกันหลายคนรวด บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า ตรงข้ามวัดคงคา บางใหญ่ ในช่องทางด่วน ทำให้รถดังกล่าวกีดขวางถนนเลนกลาง ส่งผลให้การจราจรรถติดขัดมาก

Cr.เหนือ21-37

ดีไซเนอร์ดัง ‘เคท สเปด’ เสียชีวิตแล้วในวัย 55 คาดผูกคอตาย พร้อมทิ้งจดหมายลา

“เคท สเปด” แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังเสียชีวิตแล้วในวัย 55 ปี คาดผูกคอตายในอพาร์ตเมนต์ที่นิวยอร์ก พร้อมทิ้งจดหมายลาตาย

ตำรวจนิวยอร์ก เปิดเผยว่า “เคท สเปด” แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง วัย 55 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในอพาร์ตเมนต์ที่ย่านพาร์ก อะเวนิว ในนครนิวยอร์ก เมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาสหรัฐฯ

โดยตำรวจที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า แม่บ้านเป็นผู้พบเธอผูกคอตาย และมีจดหมายลาตายอยู่ ตำรวจนิวยอร์กยืนยันการเสียชีวิตของดีไซเนอร์ชื่อดัง โดยใช้ชื่อเดิมว่า “แคเธอรีน โนเอล บรอสนาฮาน” เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ “เคท สเปด นิวยอร์ก” เมื่อปี 2536 โดยเริ่มขายกระเป๋าถือผู้หญิงก่อนจะขยายไปยังเสื้อผ้า จิวเวลรี เครื่องนอน และน้ำหอม ขณะที่ปัจจุบัน เคท สเปด มีสาขาในสหรัฐฯ กว่า 140 แห่ง และ 175 สาขาทั่วโลก

เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระวังมัลแวร์ พบเลขไอพีในไทยเสี่ยง 50 รายการ

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ระวังมัลแวร์ ‘VPNFilter’ หลัง 54 ประเทศถูกโจมตี กว่า 5 แสนเครื่อง พบเลขไอพีในไทยเสี่ยง 50 รายการ

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนการแพร่ระบาดมัลแวร์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561

โดยทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัย Talos จากบริษัท Cisco ได้รายงานการแพร่ระบาดของมัลแวร์ “VPNFilter” มุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) กว่า 5 แสนเครื่อง ใน 54 ประเทศ ซึ่งพบการแพร่ระบาดของมัลแวร์ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2559

และอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก โดยเจ้าหน้าที่ FBI ได้เข้าควบคุมโดเมน toknowall.com ที่เป็นช่องทางสำรองในการเผยแพร่มัลแวร์ดังกล่าวแล้ว


สำหรับการทำงานของมัลแวร์ VPNFilter จะอาศัยช่องโหว่ของระบบในอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย (Router) ทั่วไปที่ใช้งานในบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งมัลแวร์สามารถทำงานได้บนหลายระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ และมีการทำงานที่ซับซ้อน โดยมีขั้นตอนการติดมัลแวร์เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นระยะที่แอบอาศัยอยู่ในเครื่องเพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์

ในระยะที่ 2 แม้จะปิด-เปิดเครื่องใหม่ มัลแวร์ก็ยังทำงานได้ปกติ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ต่างจากมัลแวร์บางสายพันธุ์ที่โจมตีอุปกรณ์ IoT ที่ปกติมัลแวร์จะถูกกำจัดไปเมื่อเครื่องเริ่มทำงานใหม่

ระยะที่ 2 มัลแวร์ในระยะนี้ จะถูกติดตั้งในลักษณะ NON-PERSISTENT คือ มัลแวร์จะหยุดทำงานเมื่อทำการปิด-เปิดเครื่อง โดยมัลแวร์ดังกล่าวสามารถขโมยข้อมูล รับคำสั่งต่างๆ จากผู้ประสงค์ร้าย ซึ่งบางเวอร์ชันสามารถทำให้อุปกรณ์ใช้งานไม่ได้โดยการเขียนข้อมูลทับส่วนสำคัญของซอฟต์แวร์ที่ฝังอยู่ในฮาร์ดแวร์ (Firmware)

และระยะ ที่ 3 เป็นส่วนเสริม (plug-in) เพิ่มความสามารถให้มัลแวร์ในระยะที่ 2 ทำหน้าที่คล้ายการดักรอการรับส่งข้อมูลต่างๆ ต่อไปยังเครื่องของผู้ประสงค์ร้าย

ด้านผลกระทบจากมัลแวร์ดังกล่าว จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเครือข่ายที่มีข้อมูลสำคัญ อาทิ สูญเสียข้อมูลสำคัญ สูญเสียความพร้อมใช้งาน ทำให้ระบบเครือข่ายไม่สามารถใช้งานได้ปกติ สูญเสียค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการกู้คืนระบบ เป็นต้น โดยการแพร่ระบาดของมัลแวร์ “VPNFilter” ตรวจพบตั้งแต่ปี 2559 และขณะนี้ได้ขยายขอบเขตการโจมตีไปทั่วโลก กว่า 5 แสนเครื่อง ใน 54 ประเทศทั่วโลก

สำหรับการรับมือและป้องกัน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ในเครือข่ายติดมัลแวร์หรือไม่ โดยตรวจสอบจากข้อมูลการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ หมายเลขไอพี รวมถึงค่า File Hashes ของมัลแวร์ต้องสงสัยภายในเครื่อง ตามคำแนะนำของไทยเซิร์ต (www.thaicert.or.th) ซึ่งหากพบมัลแวร์ในอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Router) ให้ทำการ รีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน (Factory Reset)

และผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าป้องกันการเข้าถึงหน้าเว็บบริหารจัดการของอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย (Router) จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบค่าต่างๆ ที่ตั้งไว้ในอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย และอัปเดตอุปกรณ์เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดมัลแวร์ รวมถึงตั้งรหัสผ่านในการเข้าถึงส่วนบริหารจัดการระบบให้คาดเดาได้ยาก

ทั้งนี้ ไทยเซิร์ตได้ดำเนินการประสานขอข้อมูลรายการหมายเลขไอพี (หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ IP address : Internet Protocol address) ที่ได้รับผลกระทบในประเทศไทยจากหน่วยงานต่างๆ ในเครือข่าย โดยเบื้องต้นพบจำนวนหมายเลขไอพีที่มีความเสี่ยงกว่า 50 รายการ และกำลังประสานข้อมูลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการแก้ไขต่อไปแล้ว