สาวเภสัช ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานรับทำเค้กทุเรียน ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี 

สาวเภสัชกรทำอาชีพเสริมใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน รับทำเค้กทุเรียนหมอนทองตามใจลูกค้า ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี

วันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่ 3 ม.1 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ภญ.ศิริพร ใจเพียร อายุ 41 ปี กล่าวว่า ตนเองทำอาชีพหลักเป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลตรัง ใช้เวลาหลังเลิกงานรับทำเค้กตามออเดอร์จากลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งในช่วงนี้ฤดูกาลผลไม้ทุเรียนมาแรง จึงตามใจลูกค้าที่อยากรับประทานทุเรียนแต่จะสั่งไปเป็นเค้กอวยพรวันเกิดให้ผู้ใหญ่ จึงคิดไอเดียใช้ทุเรียนหมอนทอง ทำเป็นเค้กและออกแบบให้เค้กออกมาเป็นเค้กทุเรียนได้อย่างลงตัว

โดยใช้ฝีมือตนเองทั้งหมด เน้นความประณีตทุกสัดส่วนของเค้ก ทั้งการใช้ครีมทำเป็นหนามและมีก้านซึ่งทำด้วยน้ำตาล และเนื้อทุเรียนประดับอยู่บนหน้าเค้ก สร้างความสวยงามและแปลกใหม่ อีกทั้งรสชาติอร่อย เนื้อทุเรียนหมอนทองผสมกับครีมเค้ก และแป้งที่แสนจะนุ่มลิ้น ได้ลองชิมแล้วจะติดใจ สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า เป็นอย่างมาก

สำหรับการทำเค้กทุเรียน ขนาด 3 ปอนด์ จะใช้แป้งประมาณ 100 กรัม ผสมไข่ไก่ 4 ฟอง เนื้อทุเรียนประมาณ 200 กรัม ใช้น้ำมันรำข้าวนุ่มกว่าใช้เนย ใช้หัวกะทิแทนนม หลังจากนั้นใส่ไข่ กะทิ เกลือ น้ำตาล นำมาปั่นโดยใช้เวลาในการปั่น 5 นาที หลังจากนั้นใส่แป้งลงไปและตีให้เข้ากัน แล้วนำเข้าเตาอบ ประมาณ 35- 40 นาที และนำมาตกแต่งหน้าด้วยเนื้อทุเรียนล้วนๆ พร้อมวิปครีมตกแต่งมาทำเป็นเปลือกหนามทุเรียน รวมเนื้อเค้กมีทุเรียนหมอนทองถึง 2.5 กิโลกรัม

ซึ่งตอนนี้ราคาทุเรียนตกกิโลกรัมละ 120-140 บาท ใช้เวลาในการทำรวมตกแต่งหน้าเค้ก 3-4 ชั่วโมง รสชาติหอมกลิ่นทุเรียนหมอนทอง แป้งนุ่ม ทั้งนี้เค้กทุเรียน หากนำไปแช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3 วัน เนื่องจากไม่ใส่สารกันบูด และหากเก็บไว้นานจะทำให้รสชาติเค้กเปลี่ยนไม่อร่อย

ซึ่งเค้กทุเรียนขนาด 3 ปอนด์ รามราคาทุเรียนแล้วจะอยู่ที่ 750 บาท เนื่องจากช่วงนี้ทุเรียนมีราคาค่อนข้างสูง และการแต่งหน้าเค้กให้ออกมาในลักษณะทุเรียนต้องใช้ความประณีตเป็นอยากมากเพราะทำด้วยมือล้วนๆ ทั้งตัวซอสทุเรียน เนื้อเค้ก ตัวน้ำตาล วิปปิ้งครีม แต่งสีเองทั้งหมด

นอกจากนี้เค้กบ้านส้มยังยังมีเมนูอีกหลายรายการ ทั้งเค้กฝอยทองลาวา ราคา 550 บาท วุ้นฝอยทอง 8 ชิ้น 40 บาท พัฟเค้กที่เกิดจากไอเดีย ชิ้นละ 20 บาท ขนมไหว้พระจันทร์ เครปเย็น ฯลฯ ซึ่งเค้กที่สั่งทำจะที่ 2 ปอนด์ ในราคา 450 บาท

ราคาจะแตกต่างและขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและความยากง่าย ซึ่งการทำทั้งหมดจะเน้นงานฝีมือ ราคาค่อนข้างสูง ตกลงราคาก่อนทำ แต่ลูกค้าสามารถคุยต่อรองราคาได้

ในการทำแต่ละครั้งจะมีรายได้ 1,000-2,000 บาท ซึ่งทางร้านจะเน้นเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรและวัตถุดิบสะอาดใหม่สด ไร้สารกันบูด ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยใช้แนวคิดที่ว่า “เราทานยังไงก็อยากให้ลูกค้าทานของดีเช่นเรา” หากลูกค้าสนใจสามารถสั่งจองผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือทางเพจ”Cake-บ้านส้ม”

คปภ. เร่งรัดบริษัทประกัน จ่ายค่าสินไหมให้ทายาทผู้เสียชีวิต 7 ราย จำนวน 6.3 ล้านบาท

คปภ. เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต 7 ราย แล้ว จำนวน 6.3 ล้านบาท จากกรณีอุบัติเหตุรถชนที่จังหวัดชลบุรี นัดจ่ายค่าสินไหมฯวันที่ 8 มิถุนายนนี้

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ได้เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง หมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถ 3 คันที่ จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง คือ 1. รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กรุงเทพมหานคร 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม และ 3. รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร 2561 บนพื้นที่ ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

จากการติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดของสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี และสำนักงาน คปภ. จังหวัดศรีสะเกษ พบว่า รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กทม.ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทประกันคุ้มภัยจำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ DM7260RS0683001001 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 DM7060RS3679 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม ไม่พบข้อมูลการทำประกันภัย

3.รถยนต์กระบะ เลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด(มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061MC0/6101/00109-6 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2562 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท2+ กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061V5016101/00001-0 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2561

4.รถพ่วงหมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 15AC1000298200000201706 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 3 กรมธรรม์ที่ 15AV3000079400000201707 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561 และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่15AC1000446300000201709 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดศรีสะเกษ เร่งประสานกับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด โดยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามพ.ร.บ.แก่ทายาทผู้เสียชีวิต รายละ 900,000 บาท รวม 4 ราย 3,600,000 บาท ทั้งนี้ ได้กำหนดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดศรีษะเกษ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 13.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธานพิธี และเลขาธิการ คปภ. ได้มอบหมายให้ ผอ.สำนักงาน คปภ.ภาค 5 และผอ.คปภ.จังหวัดศรีษะเกษ เข้าร่วมพิธีมอบสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตด้วย สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตอีก 3 รายที่เหลือ รวมจำนวน 2,700,000 บาท ซึ่งมีภูมิลำเนาจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครพนม สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการประสานกับทายาทผู้เสียชีวิต เพื่อให้มารับค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัยต่อไป

สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อการสูญเสียในครั้งนี้ และจะให้ความช่วยเหลือด้วยความเป็นธรรม โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้อยากฝากเตือนถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท เตรียมสภาพร่างกายและตรวจสภาพรถให้พร้อม รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นประชาชนจึงควรให้ความสำคัญในเรื่องของการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัยได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186

นายกรัฐมนตรียืนยัน ตรวจสอบโรงงาน แอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรียืนยันตรวจสอบโรงงานแอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส

วานนี้ (5 มิถุนายน 2561) บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าเศษซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันจากการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานที่นำเข้าเศษซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 7 โรงงาน แต่มีโรงงานเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการอนุญาต ลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทย ทำให้เกิดปัญหาสร้างมลภาวะทีเป็นพิษ ซึ่งได้ระงับไปแล้ว จำนวน 5 โรงงาน

ส่วนการนำเข้าขยะพลาสติกนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยมีโรงงานนำเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 26 โรงงาน และได้มีการตรวจสอบไปแล้ว จำนวน 17 โรงงาน ส่วนที่เหลืออีก 9 โรงงาน คาดว่าภายในวันศุกร์นี้จะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างครบถ้วน จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้นำเข้าขยะพลาสติก สามารรถรวบรวมขยะพลาสติกได้ทั้งในและนอกประเทศ

แต่มีการแอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลจะได้ตรวจสอบต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันข้างหน้าประเทศไทยจะพัฒนาสู่ประเทศที่มีเทคโนโลยี จะต้องประสบปัญหาขยะในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น จำเป็นจะต้องกำจัดขยะไปด้วย ทั้งนี้ ต้องขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสขึ้นมา พร้อมกล่าวยืนยันว่า อะไรก็ตามที่ประชาชนร้องเรียน และได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ทำถูกต้องตามกฎหมาย