น้อยนิดแต่มีค่า!! ‘ครูเชาว์’ มอบเงินสมทบเข้ากองทุนมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่า

ครูเชาว์ มอบเงินสมทบเข้ากองทุนมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่ห้องทำงานรองอธิบดีกรมป่าไม้ อาคารเทียมคมกฤส นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ รับมอบเงินจำนวน 200 บาท จากนายเชาวลิต สาดสมัย หรือ (ครูเชาว์) อายุ 39 ปี เพื่อมอบเงินสมทบเข้ากองทุนมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประวัติการทำงาน ครูเชาว์ เป็นครูอาสาตำแหน่งนักพัฒนาสังคม สังกัดกลุ่มงานสงเคราะห์และพิทักษ์เด็ก สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 มาจนถึงปัจจุบัน โดยรับผิดชอบดำเนินงานในศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 ประสานกับศูนย์ช่วยเหลือสังคม ทำงานเพื่อเด็กเร่ร่อนและเด็กในชุมชนแออัดให้กลายเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม โดยประสานกับศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร. 1300 มา อย่างต่อเนื่อง

“ครูเชาว์ ครูข้างถนน บุคคลคุณภาพแห่งปี 2017 ด้านเด็กและเยาวชน ผู้อุทิศตนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในสังคม มีความตั้งใจพัฒนาชุมนและคุณภาพเด็กให้ดีขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและอนาคตของเด็กให้กลายเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) คณะศึกษาศาสตร์(พลศึกษา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รางวัลเกียรติคุณที่ได้รับ ได้แก่ 2555 “รางวัลเชิดชูเกียรติ “สายนํ้ายาทอง” บุคคลต้นแบบจากสถานสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ หรือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ประสงค์ความสำเร็จในชีวิต รางวัล “คนค้นฅนอวอร์ด” ในสาขา “คนเล็กหัวใจใหญ่” ครูเชาว์ เรือจ้างข้างถนน ของบริษัททีวีบูรพา ปี 2557 รางวัล 10 คนต้นแบบได้รับจำนวน Like มากที่สุดในกิจกรรมเมืองไทย Real Smile Society จัดขึ้นใน Facebook ปี 2558 รางวัล “นักสังคมสงเคราะดีเด่น” โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สาวแคชเชียร์ผวา!! ถูกไอ้โรคจิตขี่รถประกบข้างจับหน้าอก

สาวแคชเชียร์ผวาขี่รถจักรยานยนต์ยางแตก กลับบ้านถูกโรคจิตขี่รถประกบข้างจับหน้าอก และขี่ตามหมายข่มขืนวิ่งหนีตายกว่า 1 กิโลเมตร

วันนี้ (5 มิ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.นรินทรพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ระบุว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนเลิกงานจาก ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.7ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขณะนั้นตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ มาตามถนนเส้นเรียบทางรถไฟ ไร่กล้วย-ห้วยยายพรหม ม.1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่ระหว่างทางรถจักรยานยนต์เกิดยางแตก หลังจากนั้นก็ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30-35 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรุ่นสี และยี่ห้อ ขับขี่มาข้างตนและเอื้อมมือข้างซ้ายมาจับหน้าอกตน

ซึ่งคนร้ายพยายามจะขับขี่มาปาดหน้ารถตน เพื่อให้ตนจอด พอตนจอดรถคนร้ายก็รีบลงจากรถแล้วได้มาขึ้นค่อมรถจักรยานยนต์ของตน พร้อมกับโอบและลวนลามตน จนตนต้องสะบัดจนหลุด วิ่งหนีออกมาประมาณ 100 เมตร ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมาก เพราะในบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ไม่มีแสงไฟ หรือใครขับขี่รถผ่านมาเลย หลังจากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งเข้ามาหาตน ตนจึงตัดสินใจวิ่งหนีต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรได้ จนมาพบกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขี่รถผ่านมาพอดี จึงเรียกให้ช่วย

สุดท้ายคนร้ายเห็นท่าไม่ดี ได้วิ่งกลับไปที่รถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไป หลังจากนั้นตนเองได้ให้วินมอเตรอ์ไซค์รับจ้างพาไปส่งเอารถจักรยานยนต์ และเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ต.หญิงมะลุลี คำคง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีราชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้าน น.ส.นรินทรพร กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนอยากเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าคนร้ายเป็นภัยแก่ผู้หญิงที่ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก อีกทั้งตนก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนิน ติดตั้งไฟส่องสว่างในบริเวณถนนดังกล่าวด้วย

สุดทึ่ง! ผ้ามหายันต์ผืนใหญ่ที่สุดในโลก เก่าแก่หนึ่งเดียวในประเทศ

สุดทึ่ง! ผ้ามหายันต์ผืนใหญ่ที่สุดในโลก เก่าแก่ 1 เดียวในประเทศ

วันนี้ (5 มิ.ย.61) มีรายงานว่า พระอธิการประหยัด วชิรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดบ้านต๋อมกลาง อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีการสะสมวัตถุและศิลปวัตถุโบราณไว้ในพิพิธภัณฑ์ภายในวัด  ซึ่งมีการเก็บรวบรวมผ้ายันต์ผืนผ้าโบราณขนาดใหญ่อายุกว่า 200 ปี ไว้ในพิพิธภัณฑ์

โดยผ้ายันต์แต่ละผืนได้มีการนำใส่กรอบไว้ และนำไปติดตามผนังจำนวนหลายสิบผืน แต่ละผืนมีเกจิอาจารย์ทั้งยุคโบราณ สมัยก่อน และอาจารย์ยุคปัจจุบันลงตัวเลขยันต์และตัวอักขระไว้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งทางวัดได้เก็บรวบรวมผ้ายันต์ขนาดใหญ่ที่มีญาติโยมนำมาถวายให้ แต่ละผืนมีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี

ทั้งนี้ พระอธิการประหยัด ได้พาผู้สื่อข่าวดูผ้ายันต์โบราณที่มีอายุตั้งแต่ 200 ปี ที่เก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ผ้ายันต์ยักษ์ ในวัดจำนวนหลายสิบผืน แต่ละผืนมีขนาดกว้างตั้งแต่ 1.50 – 2.80 เมตร ยาว 2-3 เมตร โดยทำกรอบไม้สักปิดกระจกใสติดไว้กับฝาผนังในพิพิธภัณฑ์และผนังในอุโบสถ เรียงเป็นระเบียบอย่างสวยงาม เพื่อเก็บรักษาผ้ายันต์ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ดูและศึกษาต่อไป

ผ้ายันต์ทั้งหมดได้รับการถ่ายทอดเก็บรักษามาจากอดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน และนำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ผ้ายันต์ยักษ์ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นวัตถุโบราณที่หายาก และเป็นผ้ายันต์ที่เกจิอาจารย์ทั้งในยุคโบราณ และยุคปัจจุบัน ลงอักขระไว้อย่างสมบูรณ์ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน โดยมีทั้งรูปสัตว์ในวรรณคดี ตัวเลข และตัวอักษรเป็นภาษาล้านนาทั้งหมด

สำหรับผ้ายันต์ในวัดบ้านต๋อมกลางแห่งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นผ้ายันต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศหรือใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ที่สำคัญการลงอักขระเลขยันต์นั้น คนโบราณจะถือเอาฤกษ์งามยามดี เป็นวันลงเลขหรืออักขระ เช่น วันเพ็ญเดือน 12 วันเกิดปรากฎการณ์จันทรุปราคา วันเป็งปุ๊ด (วันพุธตรงกับขึ้น 15 ค่ำ) วันพญาวัน และวันสำคัญอื่นๆ