แห่กิน ‘ส้มตำห้อยขา’ ราคาหลักสิบแต่วิวหลักล้าน

แห่กิน ‘ส้มตำห้อยขา’ ราคาหลักสิบแต่วิวหลักล้าน เผย ทำยอดขายเฉพาะในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ได้ถึง 15,000-20,000 บาท

วันที่ 4 มิถุนายน 2561 ที่ร้านริมธารชมทุ่งแลเขา หมู่ที่ 5 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกันไปกินส้มตำห้อยขา ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยท้องทุ่งนา ขุนเขา สายหมอกและนกนานาชนิด แม้ว่าช่วงนี้จะผ่านพ้นฤดูกาลทำนาปีไปแล้ว แต่ความสวยงามตามธรรมชาติที่ไม่ได้ปรุงแต่งและอากาศที่บริสุทธิ์ ยังคงดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

โดยช่วงเช้าตรู่จะขายน้ำชา กาแฟ และขนมพื้นบ้าน ส่วนช่วงสายๆ จะขายส้มตำและอาหารอีสานรสชาติปักษ์ใต้ ราคาตั้งแต่ 40-80 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับประทานได้หลากหลายเมนู ซึ่งส่วนมากลูกค้าจะชอบนั่งกินส้มตำแบบห้อยขา เซลฟี่กับท้องทุ่งนา นกและภูเขา ทำให้มียอดขายโดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ตั้งแต่ 15,000-20,000 บาทเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ผักปลาและอาหารบางชนิด ทำให้ทางร้านได้รับผลกระทบแต่ยังคงขายราคาเดิมไม่มีการปรับเพิ่ม ตามสโลแกนราคาหลักสิบแต่วิวหลักล้าน ทำให้ลูกค้าไม่ลดลงแต่อย่างใด โดยเปิดขายทุกวันไม่มีวันหยุด นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่หน้าร้านให้เกษตรกรนำพืชผักผลไม้ที่ปลูกเองมาขายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดด้วย

ด้าน นางกมลวรรณ คงยิ้ม อายุ 40 ปี เจ้าของร้านกาแฟริมธารชมทุ่งแลเขา ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง กล่าวว่า เปิดมาจะครบ 1 ปีแล้ว ซึ่งราคาสิ่งของที่ปรับขึ้นส่งผลกระทบต่อทางร้าน แต่ก็ไม่ได้ปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ลูกค้าไม่ลดลง โดยมีรายได้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์เกือบ 20,000 บาทต่อวัน ซึ่งส้มตำถือว่าขายดีที่สุด โดยเกือบ 50% มากินส้มตำเพราะบรรยากาศท้องทุ่งนาและขุนเขา โดยในช่วงฤดูทำนาหรือเกี่ยวข้าวก็จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

อดีตพนักงานหนุ่ม บุกไล่จับนมสาวถึงในโรงแรม พอเดินหนีกลับตามมาตบ

อดีตพนักงานหนุ่ม บุกลวนลามสาวถึงในโรงแรม พอโดนปฏิเสธกลับไม่พอใจ เดินมาตบหน้า

คลิปวีดีโอเผยภาพ นายเจนณรงค์ เพ็งสกุล หรือ นายเจน ได้เข้ามาก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายหญิงสาวในโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต โดยก่อนหน้าที่จะมาก่อเหตุ นายเจน เคยทำงานทีโรงแรมแห่งนี้มาก่อน แต่มีพฤติกรรมที่ไม่ดีชอบจับนม จับก้น หญิงสาวในโรงแรม จนเรื่องไปถึงหัวหน้าจึงเห็นว่าเป็นพฤติกรรมทีไม่เหมาะสม เลยให้ออกจากงาน

ต่อมา วันที่ 31 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา นายเจน ได้มารับเงินค่าจ้างที่โรงแรม และได้เดินสวนกับหญิงสาวคนในคลิป ก่อนใช้มือจับที่หน้าอก จับก้น หญิงสาวจึงต่อว่า นายเจน และเดินมาบอกเพื่อนรวมงานทีนั่งอยู่ ซึ่งนายเจนได้เดินตามมาและก่อเหตุดังกล่าว ดังทีเห็นในคลิป

อย. เตือนภัย ‘เยลลี่หมีเผ็ดนรก’ พบโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต

อย. เตือนภัย ระวังอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ “เยลลี่หมีเผ็ดนรก” พบการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เพื่อเตือนภัยให้ผู้ปกครองระมัดระวัง อย่าให้เด็กรับประทานผลิตภัณฑ์ “เยลลี่หมีเผ็ดนรก” เนื่องจากมีผู้ได้รับอันตรายจากการรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปแล้วเกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารนั้น

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รุดตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเว็บไซต์ Facebook ชื่อ “MheeMeekhong” มีการโฆษณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เยลลี่หมีเผ็ดนรกในทำนองว่า “เยลลี่หมีนรก เผ็ดที่สุดในปฐพี” ทำมาจากพริก Carolina reaper ซึ่งเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกเหมาะสำหรับให้เป็นของขวัญกับเพื่อนที่รัก (มาก) หรือนำไปใช้เป็นบทลงโทษ

ซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ หรือคุณภาพของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และจากการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์ พบผลิตภัณฑ์ ชื่อ วุ้นเจลาตินสำเร็จรูปผสมพริก (กลิ่นสตรอเบอร์รี่) (เลขสารบบอาหาร 10-1-00549-5-0012) ผลิตโดย บริษัท ซี.เอ็ม.กัมมี่ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 1083,1085 ซอยกาญจนาภิเษก 008 แขวง/เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ซึ่งวุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทจัดเป็นอาหารที่ต้องมีฉลาก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 100 (พศ. 2529) เรื่อง การแสดงฉลากของวุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่และจากการตรวจสอบฉลากอาหารในเบื้องต้นพบว่า มีการแสดงสูตรส่วนประกอบที่สำคัญไม่ถูกต้อง

เนื่องจากอาหารนี้มีรสเผ็ดเป็นจุดเด่นจะต้องมีการแสดงว่ามีพริกเป็นส่วนประกอบสำคัญลงบนฉลาก แม้ว่าจะมีการใส่พริกผงลงไปเพียงแค่ 1 % กรณีที่ตรวจพบการแสดงฉลากไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท กรณีโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

และหากตรวจพบโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หรือ หลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อ โอ้อวดสรรพคุณเกินความจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมา

รองเลขาธิการ ฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอเตือนผู้ปกครองอย่าให้บุตรหลานซื้อขนมชนิดนี้มารับประทานหรือนำไปแกล้งผู้อื่น เนื่องจากผู้ที่รับประทานขนมชนิดนี้เข้าไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ และอาจได้รับอันตราย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือพบประวัติการเป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ ย้ำเตือนผู้ประกอบการทุกรายให้ดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ และอย่าโฆษณาคุณภาพสรรพคุณ คุณประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และหากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ