วัดเมืองพะเยา ประดับโคมไฟ 12 ราศี

วัดในจังหวัดพะเยา ประดับโคมไฟ 12 ราศี ด้วยสีสันที่สวยงาม จนทำให้ผู้คนในและนอกพื้นที่ต่างเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก

วันนี้(5 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโคมไฟที่ประดับด้วยลวดลาย สีสัน สวยงาม ภายในวิหารวัดแม่นาเรือ ต.แม่นาเรือ อ.เมือง จ.พะเยา ที่พระครูปัญญารัตนพิลาส เจ้าอาวาสวัดแม่นาเรือ พร้อมด้วยคณะศรัทธา ในชุมชน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำขึ้น

โดยโคมไฟนี้ มีมากกว่า 50 ลูก และมีจุดเด่นที่หางโคมเป็นนักษัตร 12 ราศี ตั้งแต่ลูกเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาด 10 -12 นิ้ว ไปจนถึงลูกใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 1.50 – 20 เมตร สูง 2 – 2.50 เมตร นำมาติดตั้งแขวนห้อยไว้บนฝ้าเพดานในวิหารของวัด ผสมผสานกับลวดลายที่เขียนติดผนังและเพดานของวิหารวัด โดยเฉพาะยามมี ลมพัดโคมไฟจะหมุนรอบตัวเอง ยิ่งเห็นลวดลาย สีสัน สวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ ด้วยความสวยงามและแปลกตานี้ ทำให้ผู้คนทั้งในและต่างพื้นที่พากันมาดูความสวยงามกันทุกวัน โดยทางวัดจะเปิดให้ชมตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณวัดแม่นาเรือ ยังมีอะไรที่แปลกๆ แบบไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนอีก เช่น เรือลอยฟ้าที่หน้าประตูวัด และวัดแห่งนี้ยังเป็นศิลปะแบบผสมผสานของ 3 ชาติ คือ ไทย จีน ฝรั่ง อีกด้วย

‘ดอน’ เผย ภรรยาโอนหุ้นให้ลูกแล้ว เมินแรงกดดันขาดคุณสมบัติเป็น รมต.

‘ดอน’ เผย ภรรยาโอนหุ้นให้ลูกแล้ว ไม่สนแรงกดดันขาดคุณสมบัติเป็น รมต. ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งและจะยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ

จากกรณีที่ กกต. มีมติเสียงข้างมากเห็นว่าการถือครองหุ้นของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

ล่าสุด วันนี้ 5 มิ.ย. 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวหลังจากที่มีการชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอีก ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ พร้อมย้ำหากจะลาออกจากตำแหน่งคงจะไม่มาร่วมการประชุม ครม. ในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่รู้สึกกดดัน หลังมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก พร้อมกล่าวว่า อย่าไปสนุกและคล้อยตามกับคำพูดที่คนอื่น ควรรอความชัดเจนจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ขณะที่ ภรรยาได้โอนหุ้นบางส่วนให้กับบุตรชายไปแล้ว ทำให้ขณะนี้ได้ถือหุ้นน้อยกว่าร้อยละ 5 แล้ว

ตำรวจมั่นใจ เอาผิดอดีตสามี ‘เจ๊อ้อย’ ปมฆ่าเผานั่งยาง

อดีตสามี ยังให้การปฏิเสธทุกข้อหา หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจหญิง ในจังหวัดสงขลา ด้านเจ้าหน้าที่เชื่อมั่นเอาผิดได้ เหตุพยานหลักฐานแน่น 

พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีสุดสยอง ฆ่าเผานั่งยาง  นางสาวภิญญดา แป้นจันทร์ หรือ “เจ๊อ้อย” วัย 48 ปี นักธุรกิจขายตรงและขายประกัน ในพื้นที่ จ.สงขลา ว่า ขณะนี้ นายกฤษฎา ไหมขาว วัย 58 ปี อดีตสามีผู้เสียชีวิต ที่ถูกออกหมายจับ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมให้การปฏิเสธทั้ง 4 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำการใดๆ แก่ศพเพื่ออำพรางคดี, ซ่อนเร้นทำลายศพ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

แต่ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าสามารถเอาผิดในคดีดังกล่าวกับผู้ต้องหาได้ เนื่องจากมีพยานหลักฐานมัดแน่นชี้ชัดว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ก่อเหตุสยองดังกล่าว

‘ยืนยันว่า พยานบุคคล และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีความชัดเจน อีกทั้งการสอบสวนยังพบว่า นายกฤษฎา อยู่กับผู้ตายขณะเกิดเหตุ จึงไม่เป็นอุปสรรคกับแนวทางสอบสวนดำเนินคดี โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมว่า นอกจากรถเบนซ์ และรถกระบะ รวม 3 คัน และจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ อีก 1 คันแล้ว ยังมีทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้เสียชีวิตสูญหายอีกหรือไม่ และมีผู้ร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่’

ฆ่าเผานั่งยาง,เจ๊อ้อย

สำหรับคดีนี้ ทางญาติได้เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองสงขลา เมื่อ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า นางสาวภิญญดา หายตัวไป กระทั่ง 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ คือแหวนเพชรและฟันปลอมของนางสาวภิญญดา ในกองเถ้าเศษกระดูก ที่ถูกเผานั่งยาง บริเวณป่าพรุ พื้นที่บ้านท่านางหอม หมู่ 5 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ ก่อนมีการรวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายจับนายกฤษฎา