เรียกสอบเจ้าของโรงงานผลิต ‘ลีน’ อึ้ง! ต้นทุนไม่ถึง 2 บาท

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกเจ้าของโรงงานการผลิตอาหารเสริม”ลีน”มาสอบปากคำ เผยพบข้อมูลต้นทุนการผลิตแผงละ 1 บาท 50 สตางค์

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกผู้บริหาร เจ้าของโรงงาน ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนักลีน (Lyn) ไม่ต่ำกว่า 10 ราย มาสอบปากคำในฐานะพยาน หลังพบว่าในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสารอันตรายประเภทไซบูทรามีน จนทำให้ผู้บริโภคกินและเสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี และ จังหวัดกาญจนบุรี

พลตำรวจเอกวิระชัยกล่าวว่า ได้สอบปากคำทุกขั้นตอน โดยคาดว่าหลังสอบปากคำครบทั้งหมดจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ขั้นตอนต่างๆ จะมีความชัดเจนได้ในสัปดาห์นี้ และคาดว่าน่าจะออกหมายจับได้สัปดาห์หน้า

ขณะที่หนึ่งในพยานให้ข้อมูลกับตำรวจว่า แต่ละเดือนโรงงานจะรับจ้างบรรจุผลิตภัณฑ์จำนวน 3-4 แสนแผง โดยมีต้นทุน  1 บาท 50 สตางค์ต่อแผง ได้กำไรเฉลี่ย 70 สตางค์ต่อแผง แต่มีการนำไปจำหน่ายผ่านตัวแทนในราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป หรือคิดเป็นกำไรกว่า 200 เท่า

อาหารเสริมลดน้ำหนักลีน , กระทรวงสาธารณสุข , วิระชัย ทรงเมตตา , อย. , เครื่องสำอาง

ด้าน นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและ ลงพื้นที่ตรวจโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ณ บริษัท ปฐวิน จำกัด ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

โดยภายหลังการตรวจสอบ พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 ซึ่งจากนี้ได้มอบนโยบายให้นายแพทย์สาธารณสุขจงหวัดทุกจังหวัดเข้มงวดลงพื้นที่ตรวจโรงงานเครื่องสำอาง ทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

ส่วนผู้ผลิตเครื่องสำอางในประเทศรายใหม่จะต้องได้รับการตรวจสถานที่ จาก อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตพื้นที่ตั้งของสถานที่ผลิต ก่อนการอนุญาตจดแจ้งผลิตเครื่องสำอางให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับจากวันที่ยื่นคำขอ ดังนั้นจึงขอให้โรงงานเครื่องสำอางทั่วประเทศปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศฯ ฉบับใหม่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามประกาศฯ อย. จะเพิกถอนใบรับจดแจ้ง รวมทั้งมีโทษจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

แบบนี้ก็มีด้วย ! ศิลปินฝรั่งเศส ใช้ชีวิตในรูปสลักมนุษย์สิงโต

ศิลปินหนุ่มชาวฝรั่งเศสใช้ชีวิตในรูปสลักมนุษย์สิงโตนาน 7 วัน เพื่อถ่ายทอดความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะสมัยใหม่กับยุคก่อนประวัติศาสตร์

“อับราฮัม พอยเชวาล” ศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่ก่อนหน้านี้เคยนั่งกกไข่นาน 3 สัปดาห์ ทดลองงานศิลปะครั้งใหม่ ด้วยการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในรูปสลักจำลองมนุษย์สิงโตยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นเวลานาน 7 วัน ในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ออริยาซิยง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส

โดย พอยเชวาล ให้เหตุผลถึงการทดลองนี้ว่า เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะสมัยใหม่กับยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเขากำหนดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในรูปสลักจำลองมนุษย์สิงโตที่ทำมาจากไม้สน ช่วงวันที่ 2 ถึง 8 มิถุนายน โดยรับประทานเพียงเนื้อแห้ง, ถั่ว และผลไม้

อับราฮัม พอยเชวาล,ฝรั่งเศส,รูปสลักมนุษย์สิงโต

สำหรับรูปสลักมนุษย์สิงโตชิ้นดั้งเดิมถูกค้นพบเมื่อปี 2482 ในถ้ำของชาวเยอรมัน มีอายุย้อนไปเมื่อ 32,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และเป็นสัญลักษณ์ทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้นี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่คับแคบ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 เขาเคยใช้เวลา 13 วัน อยู่ในรูปปั้นหมี ที่ออกแบบให้เป็นโพรงภายใน โดยรับประทานแต่หนอนและด้วง เช่นเดียวกับช่วงที่หมีจำศีลมาแล้ว

สรยุทธ โพสต์ถึงแม่ผู้ล่วงลับ เผยลำบากมาทั้งชีวิต ขายผลไม้เลี้ยงลูก 3 คนจนโต

สรยุทธโพสต์ถึงแม่ผู้ล่วงลับ เผยแม่ลำบากมาทั้งชีวิต ผู้หญิงตัวคนเดียวขายผลไม้เพื่อเลี้ยงลูก 3 คนจนโต

วันนี้ 4 มิ.ย. 61 สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ภาพและข้อความ ถึงแม่ผู้เสียชีวิต โดยเป็นการเปิดเผยถึงเรื่องราวชีวิตในอดีต พร้อมเล่าถึงวินาทีที่แม่เสียชีวิต ลงในเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

ข้อความทั้งหมดระบไว้ดังนี้ …

พ่อผมเสียตั้งผมยังไม่รู้ความ ในความทรงจำของผมจึงมีแค่แม่ที่ทำหน้าที่ทั้งแม่และพ่อไปพร้อมกัน แม่ลำบากมาทั้งชีวิต ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่แม่สบาย ผู้หญิงตัวคนเดียวขายผลไม้เพื่อเลี้ยงลูก 3 คนจนโต ทั้งขายส่งขายปลีกจนแทบไม่มีเวลานอน ตอนหลัง จากค้าขายผลไม้สุดท้ายต้องมาขายของจุกจิก ชิ้นละบาทสองบาท เพราะตึกแถวถูกเวนคืนสร้างทางด่วน

วันไหนพอจะมีเวลาหยุดพักบ้าง แม่ก็ยังอุตส่าห์ขับรถพาลูกๆ ไปเที่ยวทะเล เวลาเดียวที่ผมรู้สึกได้ว่า แม่สบายใจคือการได้เห็นลูกๆ ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาที่แม่ควรจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เพราะลูกๆ เริ่มมีฐานะ มีกำลังจะดูแลให้แม่ได้ไปพักผ่อน ไปท่องเที่ยวรอบโลก แม่ก็กลับล้มป่วยเป็นพาร์กินสันเทียม ซึ่งเป็นอาการป่วยที่ทุกข์ทรมานมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด

ผมไม่เคยรู้ว่าแม่อยากให้ผมที่เป็นลูกชายคนเดียวบวช เพราะแม่ไม่เคยบอก เพิ่งมารู้จากญาติหลังจากผมลาสิกขาแล้วว่า เมื่อครั้งแม่ยังพูดคุยได้ แม่เคยบอกว่าอยากให้ผมบวช แต่ไม่ได้บอกเพราะเห็นผมงานยุ่งมาก ผมบวช 33 วันครั้งนี้ตั้งใจบวชให้แม่ ทุกเช้าทุกค่ำหลังสวดมนต์ทำวัตร ผมตั้งใจอธิษฐานจิตขออุทิศบุญกุศลให้แม่ และเจ้ากรรมนายเวรของแม่

ผมนึกถึงแต่หน้าแม่และความทุกข์ทรมานของแม่โดยคิดเองในใจว่า หากมีเจ้ากรรมนายเวร ขอโปรดหยุดทรมานแม่ผม แม่ผมทุกข์มากพอแล้ว แต่อีกใจก็แอบกลัวว่า หากเจ้ากรรมนายเวรท่านอโหสิกรรมให้แม่แล้ว แม่ผมอาจจะจากผมกับพี่น้องไป ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมดีใจที่แม่ปลาบปลื้มใจที่ผมได้บวชให้แม่ เพราะวันที่ผมรับกิจนิมนต์มารับบาตรและสวดมนต์ให้แม่ที่โรงพยาบาล แม่ยกมือ แม่น้ำตาไหล แม้จะพูดไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวัน 6 โมงเย็น แม่จะตื่นตาใสรอผมเฟสไทม์มาสวดมนต์ให้ฟัง

วันที่ 3 มิถุนายน 2561 แม่อาการแย่ลง จากการติดเชื้อดื้อยาขั้นรุนแรง ก่อนหน้านี้แม่เคยติดเชื้อดื้อยาจนอาการทรุดมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งก่อนผมบวชวันเดียวที่พี่น้องไม่ได้บอกผม แต่ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความดันตก ปอดติดเชื้อจนคุณหมอรับว่าไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์เหมือนที่ผ่านมา แม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว

ผมเดินเข้าออกห้องฉุกเฉินหลายครั้ง ตัดสินใจว่าจะพาแม่สวดมนต์ดีมั้ย ใจหนึ่งก็กลัวไม่ทันก่อนที่แม่จะจากไป แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้แม่จากไป สุดท้ายผมตัดสินใจจับมือแม่ที่ไม่รู้สึกตัวแล้วบอกกับแม่ว่า สวดมนต์พร้อมกับลูกนะแม่ เรามาสวดทำวัตรเย็นด้วยกัน แล้วผมก็เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเย็นแปลอย่างช้าๆ อย่างที่เคยสวดในวิหารต่อหน้าพระ บางช่วงที่มีคำที่ใช้แตกต่างกันของผู้ชายกับผู้หญิง ผมก็สวดของผมก่อน และก็บอกแม่ว่าท่อนนี้ของแม่นะ จนจบบททำวัตรเย็น ผมก็สวดบทนมัสการพระอรหันต์ 8 ทิศ ความดันแม่ยังตกลงเรื่อยๆ ในใจผมกลัวว่า จะสวดไม่จบ

ระหว่างนั้นแม่กลับรู้สึกตัวกลืนน้ำลายอยู่พักหนึ่ง ผมสวดบทถวายพรพระ พาหุง มหากาฯ กระทั่งบทภะวะสัพฯ จนจบ พี่สาวกับน้องสาวเอ่ยกับแม่ว่าสาธุ อึดใจนั้นเอง เครื่องสัญญาณชีพก็ส่งเสียงดัง ผมเหลือบตาขึ้นไปเห็นชีพจรลงมาอยู่ที่ 0 … ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องทรมานอีกแล้ว หลับให้สบายนะหม่าม้า