วิจารณ์หนัก!! ปธน.ฟิลิปปินส์ จูบปากคนงานสตรีในงานพบปะแรงงานในเกาหลีใต้

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ถูกหลายฝ่าย วิจารณ์อย่างหนัก กรณีการจูบปากแรงงานสตรีคนหนึ่งในงานพบปะแรงงานโพ้นทะเลชาวฟิลิปปินส์ในกรุงโซล

บีบีซีรายงานว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ถูกหลายฝ่ายรวมถึงองค์กรชื่อว่า กาเบรียลา กลุ่มสิทธิมนุษชนฟิลิปปินส์และผู้ใช้สื่อออนไลน์ของฟิลิปปินส์วิจารณ์ว่า เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของผู้นำประเทศที่ไม่เคยให้เกียรติสตรี กรณีการจูบปากแรงงานสตรีคนหนึ่งในงานพบปะแรงงานโพ้นทะเลชาวฟิลิปปินส์ในกรุงโซล เกาหลีใต้ ในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในเกาหลีใต้เมื่อวานนี้

โดยช่วงหนึ่งของปราศรัยบนเวที ผู้นำฟิลิปปินส์ได้เรียกสตรี 2 คนขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับรางวัลคือหนังสื่อเล่มหนึ่ง เขากอดสตรีคนแรกแล้วก็ให้เธอหอมเขาที่แก้ม ก่อนจะแสดงท่าทางขอให้สตรีคนที่ 2 ซึ่งสื่อฟิลิปปินส์เปิดเผยชื่อในเวลาต่อมาว่าชื่อว่า น.ส.บี คิม ที่มีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย จูบเขาที่ริมฝีปาก โดยหลังการรบเร้าอยู่หลายครั้งจากผู้นำฟิลปปินส์ ในที่สุดนายดูเตอร์เตจึงโน้มตัวไปให้สตรีคนดังกล่าวจูบที่ริมฝีปาก เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงเชียร์จากผู้คนคือแรงงานฟิลิปปินส์คนอื่นๆที่ไปร่วมกิจกรรมนี้

ด้านน.ส.บี คิม ซึ่งปัจจุบัน แต่งงานแล้วกับสามีชาวเกาหลีใต้ เปิดใจในเวลาต่อมาว่า นายดูเตอร์เตไม่ได้จูบปากเธอในเชิงชู้สาว เพิ่มเติมว่าผู้นำฟิลิปปินส์เพียงแต่ต้องการจะให้กลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ที่ไปร่วมงานรู้สึกมีขวัญกำลังใจดีขึ้นและมีความสุขเท่านั้น

ขอบคุณ จส.100

คอหวยเฮ!! ทะเบียนรถ รพ.บรรทุกสังขาร ‘พ่อท่านชม’ เกจิเมืองคอน ให้โชคเต็มๆ

คอหวยเฮลั่นวัดหวยออกตรงทะเบียนรถโรงพยาบาลบรรทุกสังขาร  พ่อท่านชม เกจิเมืองคอน

จากกรณีที่พระครูโพธิสารประสาธน์ หรือ “พระอาจารย์ชม ” อายุ 81 ปี 5 เดือน เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เกจิอาจารย์ชื่อดังจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ละสังขารมรณภาพเมื่อเวลา 02.25 น.วันที่ 29 พ.ค.61 ชาวพุทธเชื่อว่าเชื่อว่าท่านเป็นพระมีบุญญาธิการที่มามรณภาพคืนวันวิสาขบูชาพอดี โดยวันดังกล่าวตรงกับวันที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น.วันที่ 29 พ.ค. 61ที่ผ่านมา บรรดาศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน แห่มาร่วมพิธีรดน้ำศพอย่างเนืองแน่นนับหมื่นคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 4 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสวดพระอภิธรรมศพอาจารย์ชม แต่ละคืนมีประชาชน ทั้งในจังหวัดและจากต่างจังหวัด เดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก โดยเข้ากราบสังขารของพระอาจารย์ชม ที่บรรจุในโลกแก้ว อย่างไรก็ตามสังขารของท่านดูเหมือนท่านยังไม่มรณภาพ แต่เป็นการจำวัดหรือนอนหลับตามปกติเท่านั้น

นายสมบัติ สัตย์ชัย อายุ 54 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระครูโพธิสารประสาธน์ หรือ อาจารย์ชม กล่าวว่า พระอาจารย์ชม เป็นพระภิกษุที่มีความเมตตาสูงและเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก เมื่อ 10 ปีก่อนที่ตนบวชเป็นพระภิกษุ อาจารย์ชมเป็นพระอุปัชฌาย์และจำพรรษาที่วัดโพธิ์เสด็จ และมีโอกาสปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์ชม อย่างใกล้ชิด

โดยช่วงที่เข้าห้องจำวัดท่านจะไม่นอนเหมือนพระรูปอื่น ๆ แต่ท่านจะนั่งสมาธิในกรดที่ห้อยอยู่ในกุฏิของท่านตลอดทั้งคืน หรือที่เรียกว่า “ นั่งหลับ ” ท่านจะนั่งนิ่งเป็นเวลานาน 6-8 ชม. โดยไม่มีใครรบกวนท่าน ตนได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปดูท่าน หลายครั้งที่ตนมองไม่เห็นร่างอาจารย์ และเกิดความสงสัยว่าท่านหายไปไหน แต่เมื่อขยี้ตามองในกรดอีกครั้งกลับพบร่างท่านนั่งสมาธินิ่งอยู่ที่เดิม ตนจึงมั่นใจว่าอาจารย์ชม ท่านสมารถนั่งสมาธิเข้าถึงฌาน 4

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ท่านชอบปลูกพืชไม้มงคล และสมุนไพรไว้รอบกุฏิและรอบบริเวณวัด โดยมีพันธุ์ไม้มงคลที่หายากจำนวนมาก เมื่อช่วงที่ท่านเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก “ พวงโกเมน ” ที่ท่านปลูกไว้หน้ากุฏิออกดอกเป็นพวงประมาณ 5 – 6 พวง สวยงามมากและยังปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ โดยทุกคืนแขกที่มาร่วมสวดพระอภิธรรมศพคิดว่าเป็นดอกไม้พลาสติก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานแขกที่มาร่วมงานต่างนั่งจับกุมพูดคุยวิพากวิจารณ์การมรณภาพของพระอาจารย์ชม กันอย่างกว้างขวาง และเชื่อว่าท่านรู้ล่วงหน้าจะละสังขารในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2561 (29 พ.ค.) โดยก่อนหน้าที่ท่านจะละสังขาร ท่านได้ให้นายณรงค์ อร่ามศักดิ์ อายุ 49 ปี ลูกศิษย์ช่วยขับรถนำท่านไปกราบพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และเข้าพบพระเทพวินยาพร เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 และพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธรรมยุต) เพื่อบอกกล่าวรายละเอียดเกี่ยวทรัพย์สินต่าง ๆ ของวัด

พร้อมสั่งเสียเรื่องต่างๆ อย่างละเอียด จากนั้นพระศรีธรรมประสาธน์ ได้เรียกลูกศิษย์ที่ทำหน้าที่ขับรถให้พระอาจารย์ชม ไปพบและบอกว่า “ ญาติโยมต้องทำใจนะ สังขารไม่เที่ยงแท้ เกิดมา ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา ” สร้างความสงสัยให้กับลูกศิษย์เป็นอย่างมาก กระทั้งพระอาจารย์ชมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพัฒน์ และละสังขารในเวลา 02.25 น. วันที่ 29 พ.ค.61 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ประจำปี 2561 โดยเชื่อว่าท่านรู้ล่วงหน้าว่าท่านจะละสังขารในวัน เวลาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากหวยออกงวดที่ผ่านมา บรรดาคอหวยที่มากราบสรีระของท่านโชคดีถูกหวยกันกว้างขาวง เนื่องจากเลขท้าย 3 ตัว รางวัลที่ 1 ออก 117 ตรงกับป้ายทะเบียนรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลนครพัฒน์ คันที่บรรทุกสังขารของท่านมาส่งที่วัดโพธิ์เสด็จ ซึ่งเป็นรถตู้ป้ายทะเบียน นข – 9117 นครศรธรรมราช และทราบว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพัฒน์ ได้รับโชคลาภหลายรายด้วย นอกจากนี้เลขท้าย 2 ตัว 95 ก็ตรงกับราคาโลงแก้วที่ทางร้านจำหน่ายให้ โดยปกติร้านจำหน่ายใบละ 130,000 บาท แต่ทางร้านคิดเงินเพียง 95,000 บาท ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลายคนก็ซื้อลอคเตอรี่เลขท้าย 95 รวมทั้งแทงหวยใต้ดินเลขท้าย 2 ตัว 95 รับเงินกันอย่างคึกคัก

จับ ‘บอย บ้านในตูล’ อดีตนักโทษ หลุดจากคุกออกไปค้ายาเสพเสพติด

ตำรวจนครศรีธรรมราช จับ บอย บ้านในตูล อดีตนักโทษคดียาเสพติดเพิ่งหลุดจากคุก นั่งเฝ้าหลุมฝังยาบ้า 31,400 เม็ดเตรียมนำส่งลูกค้า – อึ้งยาบ้าราคาลดลงเหลือเม็ดละ 40 – 50 บาท

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 4 มิ.ย.61 ที่ บก.ภ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวผลงานการจับกุมของ พ.ต.ต.สมพร ภูมิภัทร สว.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ในฐานะ หน.ชปส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

หลังจากสืบทราบว่านายณัฎชนงค์ หนูทอง อายุ 30ปี หรือฉายา บอย บ้านในตูล ซึ่งเคยถูกจำคุกคดียาเสพติดมียาบ้าไว้ในครอบครองจำนวน 200 เม็ด ศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 2ปี และเพิ่งพ้นโทษมาไม่นานยังมีพฤติกรรมลักลอบค้ายาบ้า เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมนายณัฎชนงค์ หรือ บอย บ้านในตูล มานาน 3 เดือน

กระทั่งเมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ ( 4มิ.ย.) พ.ต.ต.สมพร ภูมิภัทร นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณในสวนยางหลังบ้าน พบนายณัฎชนงค์ หรือ บอย กำลังนั่งเฝ้าหลุมฝังยาบ้าและกำลังขุดยาบ้าขึ้นมาเพื่อส่งขายให้ลูกค้า

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังปิดล้อมนายณัฎชนงค์ หรือ บอย เมื่อนายณัฎชนงค์ หรือ บอย เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพยายามวิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ทันควัน ก่อนจะควบคุมตัวพร้อมยาบ้าของกลางที่ใส่ถังน้ำยางสีฟ้าขนาด 50 ลิตร ตรวจสอบพบเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 31,400 เม็ด ค้นในบ้านพบอาวุธปืน 9 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 5 นัด สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาได้ไม่นานก็หันมาค้ายาบ้าอีก กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมได้พร้อมยาบ้าของกลางจำนวนมากดังกล่าว

พล.ต.ต.วันไชย เผยอีกว่า สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้ายังระบาดอย่างหนักในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แม้เจ้าหน้าที่จะระดมกวาดล้างจับกุมอย่างหนักตลอดมาก็ตาม ขณะที่ราคายาบ้าในขณะนี้ได้ถูกลงมากเพียงเม็ดละ 50 บาท เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กดดันตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดเสี่ยงที่ถูกจับ เอเย่นต์ยาบ้าจึงลดราคาลงกว่าครึ่งจากปกติขายกันในราคา 80- 100 บาท