เผยเหตุผล สาวไปเจอแท็กซี่หนุ่ม เรียงน้ำขวดไว้ในรถ

สาวโพสต์เรื่องเล่าสุดประทับใจ หลังซาบซึ้ง!  เจอแท็กซี่หนุ่มน้ำดี เตรียมน้ำขวดเรียงรายไว้ในรถ

วันนี้ (4 มิ.ย. 2561) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวดีๆ  จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mint Changkasiri ที่ได้เผยแพร่เรื่องราวประทับใจจากคนขับแท็กซี่ หลังจากเธอมีโอกาสใช้บริการแท็กซี่คันหนึ่ง ที่ในรถมีการใส่ขวดน้ำไว้เรียงราย โดยระบุว่า หลายอาทิตย์ก่อนมีโอกาสได้ขึ้นแท็กซี่ 🚕

พอขึ้นรถปุ๊บอิชั้นก็เห็นด้านข้างประตูมีขวดน้ำวางเรียงอยู่ เลยถามขึ้นมาว่า “พี่คะ..น้ำนี่เอาไว้ขายหรอคะ“ พี่เค้าบอก “เอาไว้แจกลูกค้าครับ ถ้าไม่รังเกียจทานได้นะครับ “ แล้วพี่เค้าก็เล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงมีผู้โดยสารอาการเบาหวานกำเริบระหว่างทาง จะกินยาก็ไม่มีน้ำอีก

แท็กซี่

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพี่แกเลยซื้อน้ำติดรถไว้บริการผู้โดยสารตลอด 🔄ย้อนไปที่พี่เค้าพูดว่า “ถ้าไม่รังเกียจทานได้นะครับ” ….วันหนึ่งมีคุณป้าผู้โดยสารคนหนึ่งบอกพี่เค้าว่าใครจะกล้าไปกินน้ำแก ใส่อะไรลงไปรึเปล่าก็ไม่รู้ 😳 พี่เค้าบอกว่าผมเสียใจมากนะ ไม่ทานก็ได้แต่ไม่เห็นต้องดูถูกน้ำใจกันเลย

(เออจิงๆ ถ้าป้าไม่กินป้าก็นั่งเฉยๆ มั้ย แล้วขวดน้ำก็ยังไม่ได้แกะพลาสติกป่ะ) เท่านั้นยังไม่พอพี่แกบอกเค้ามีวันนี้ได้ก็เพราะผู้โดยสาร เค้าถึงออกรถป้ายแดงได้ (รถที่เค้าใช้หากินอยู่นี่แหละ) เค้าถึงอยากตอบแทนผู้ที่มาใช้บริการเค้า คือพี่จิตใจโครตดี คนคิดดีทำดีเราก็ควรยกย่อง ตั้งแต่ขึ้นแท็กซี่มา พี่เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม แท็กซี่ดีๆ ก็มีนะยูว์ 👏🏻👏🏻👏🏻#อยากเล่าสู่กันฟัง#เจอแท็กซี่ใจดี😁

ทั้งเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมในความมีน้ำใจของคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ก่อนจะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแสดงความเห็นไว้แบบติดตลกว่า ขอพี่ๆไม่ปฎิเสธผู้โดยสาร..ผมก็ว่าน้ำใจงามแล้วครับ. (เคยโบกเกือบสิบคัน…ไม่ไปสักคัน) 

เริ่มเก็บค่าผ่านทางวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–บางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้

เริ่มเก็บค่าผ่านทาง ถนนวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–ต่างระดับบางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้

ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแทนกรมทางหลวง ตามมติ ครม. ปี 2554 บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง ดังนี้

รถ 4 ล้อ 15 บาท

รถ 6 ล้อ 25 บาท

รถที่มีล้อเกิน 6 ล้อขึ้นไป 35 บาท

ซึ่งค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะนำส่งกรมทางหลวง เพื่อเข้าบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เก็บรักษา และจะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทาง สะพาน ตลอดจนระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการจราจรให้แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งไฟฟ้าแสงสว่าง กล้อง CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย เป็นต้น

รวมทั้งใช้สำหรับก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์สายทางอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน รักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

เตือน! อย่าเมินปัญหา “ก้าวร้าว” ของลูก ชี้ร้อยละ 40 โตขึ้น เสี่ยงเป็นนักเลง

กรมสุขภาพจิต เตือนผู้ปกครอง อย่าเมินปัญหา “ก้าวร้าว” ของลูก ชี้ร้อยละ 40 โตขึ้นอาจเสี่ยงเป็น นักเลงอันธพาล

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาใหญ่ที่พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นขณะนี้คือความก้าวร้าว เกเรรุนแรง ซึ่งจัดเป็นโรคทางพฤติกรรมชนิดหนึ่งของเด็กเรียกว่าโรคพฤติกรรมเกเรก้าวร้าว ( conduct disorder ) ต้องได้รับการกล่อมเกลาบำบัดรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยให้ดีขึ้น

แต่ที่ผ่านมาพ่อแม่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าความก้าวร้าวเป็นการพัฒนาความกล้าแสดงออกของเด็กปกติทั่วๆไป จึงไม่ห้ามปราม โรคนี้หากปล่อยไปเรื่อยๆ เมื่อเด็กโตขึ้นกว่าร้อยละ 40 อาจทำให้เป็นนักเลงอันธพาลได้ และนำมาสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่นเกิดความขัดแย้งในครอบครัว ปัญหาการเรียน ปัญหายาเสพติด และพฤติกรรมทางเพศก่อนวัยอันควร

“ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตในปี 2559 ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ13-17 ปีที่มีประมาณ 4 ล้านกว่าคน พบเป็นโรคพฤติกรรมเกเรก้าวร้าวร้อยละ 3.8 คาดว่ามีประมาณ 1. 5 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาย สาเหตุที่ทำให้เด็กก้าวร้าวมีหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานของเด็กที่เป็นเด็กเลี้ยงยาก เจ้าอารมณ์ ซึ่งมีประมาณร้อยละ 15 หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง เช่นเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก โรคซึมเศร้า และสมองพิการ หรือมาจากสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมซึ่งพบว่าเด็กที่ดูหนัง เล่นเกมที่มีเนื้อหาต่อสู้รุนแรงบ่อยๆ จะมีผลให้เด็กมีจิตใจฮึกเหิม อยากเลียนแบบ แต่ปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดก็คือครอบครัวและการเลี้ยงดู ” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวมี 7 รูปแบบ ได้แก่

1.เลี้ยงแบบทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ดูแล

2. ใช้วิธีลงโทษเด็กรุนแรง

3. เลี้ยงแบบตามใจเด็ก เพราะกลัวเด็กไม่รัก

4. ครอบครัวมีการทะเลาะวิวาท ด่าทอ ตบตีกันให้เด็กเห็นบ่อยๆ

5. ชอบแหย่เด็กหรือยั่วยุอารมณ์ให้เด็กโมโห

6.การเลี้ยงดูเด็กที่ขาดการจัดระเบียบวินัยความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน

7. การให้ท้ายเด็กเมื่อทำผิด ทำให้เด็กคิดว่าเรื่องผิดเป็นเรื่องถูกต้อง

ทางด้านแพทย์หญิงกุสุมาวดี คำเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่นกล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวเช่นการโต้เถียงผู้ใหญ่พบในเด็กทั่วไปได้ เมื่อโตขึ้นพฤติกรรมจะลดลงเรื่อยๆ แต่หากเด็กมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้จะเข้าข่ายว่ามีพฤติกรรมเกเรก้าวร้าวรุนแรง ได้แก่ ทำร้ายคนอื่น ทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายหรือทรมานสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ฉ้อโกงหรือขโมย ละเมิดกฎอย่างรุนแรงเช่นหนีออกจากบ้าน หนีโรงเรียน ซึ่งในเด็กผู้ชายมักเป็นในช่วงอายุ 10-12 ปี ผู้หญิงจะเป็นในช่วงอายุ 14-16 ปี

การแก้ไขและป้องกันปัญหาเด็กก้าวร้าว จะต้องเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก มีข้อแนะนำ 7 ประการดังนี้

1. ผู้ใหญ่ควรควบคุมให้เด็กหยุดความก้าวร้าวด้วยความสงบ เช่น ใช้การกอดหรือจับให้เด็กหยุด หลังจากที่เด็กอารมณ์สงบแล้ว ควรพูดคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่พอใจจนแสดงความก้าวร้าว เพื่อให้เด็กได้ระบายออกเป็นคำพูด

2.ต้องไม่ใช้ความรุนแรงเข้าไปเสริม การลงโทษอย่างรุนแรงในเด็กที่ก้าวร้าวไม่ช่วยให้ความก้าวร้าวดีขึ้น เด็กอาจหยุดพฤติกรรมชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็จะกลับมาแสดงพฤติกรรมนั้นอีก อาจเรื้อรังไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้ 3. ไม่ควรมีข้อต่อรองกันขณะเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว

4. ควรเริ่มฝึกฝนเด็กตั้งแต่อายุ

3 ขวบให้รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองเช่นฝึกให้แยกตัวเมื่อรู้สึกโกรธ

5. ฝึกให้เด็กรู้จักเห็นอกเห็นใจ มีจิตใจโอบอ้อมอารีแก่คน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

6.หลีกเลี่ยงการตำหนิว่ากล่าวเปรียบเทียบ เพราะจะทำให้เด็กมีปมด้อย รวมทั้งการข่มขู่หลอกให้กลัว หรือยั่วยุให้เด็กมีอารมณ์โกรธ เนื่องจากเด็กจะซึมซับพฤติกรรมและนำไปใช้กับคนอื่นต่อ

7. ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างของความปรองดองเป็นมิตรต่อกัน และมีวินัย

หากพฤติกรรมเด็กยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ในระยะแรก ซึ่งมีความจำเป็นมาก เพราะจะช่วยลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และง่ายกว่ามาแก้ไขพฤติกรรมเมื่อโตเป็นวัยรุ่น หรือมีปัญหาเป็นคดีความแล้ว