ตำรวจเตรียมดำเนินคดีสีกา – ลูกศิษย์ พา “อดีตพระพรหมเมธี” หนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีสีกา รวมถึงลูกศิษย์คนสนิท ที่ช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี ผ่านด่านข้ามไปยัง สปป.ลาว

ตลอด 11 วัน ที่อดีตพระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด หลบหนี และเดินทางข้ามไปยัง สปป.ลาว นั้น ได้มีสีกา และลูกศิษย์คนสนิท คอยให้การช่วยเหลือ เนื่องจากมีความสนิทสนม คุ้นเคย จากการร่วมเดินทางไปทำบุญใน สปป.ลาว

โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า มีบุคคลเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการหลบหนีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวลาว 3 คน และคนไทยอีก 2 คน ซึ่งชาวไทยที่เป็นสีกาคนสนิท และเป็นลูกศิษย์ ถูกตำรวจได้ควบคุมตัวไว้แล้ว และอยู่หว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

มีรายงานว่า สีกาคนสนิทอดีตพระพรหมเมธี เป็นนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งมีสามีทำธุรกิจเหมืองแร่ ใน สปป.ลาว ทำให้รู้ช่องทางในการช่วยเหลือหลบหนีออกต่างประเทศได้ง่าย โดยทางตำรวจกำลังตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระพรหมเมธี ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล 4 เกาะ ให้ธรรมชาติได้พักฟื้น

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล จำนวน 4 เกาะ 4 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้น หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวตลอด 8 เดือน สร้างความเสียให้ให้กับธรรมชาติ

วันที่ 3 มิถุนายน 2561 ทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประกาศปิดการท่องเที่ยวทางทะเล ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายนของทุกปี เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สั่งการให้อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมดำเนินการปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายนของทุกปี

ทั้งนี้ เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมสามารถฟื้นฟูสภาพตามธรรมชาติได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อันเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสำหรับการออกไปท่องเที่ยวทางทะเล โดยทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมกำหนดเปิดการท่องเที่ยวใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคม 2561

ด้านนายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งขาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2561 ประกอบด้วย เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะแหวน เกาะเชือก โดยได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวรับทราบมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ไปเฝ้าระวังควบคุมลาดตระเวนไม่ให้มีการนำเรือออกไปเที่ยวทางทะเลโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จึงขอความร่วมมือจากเรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ ว่าอย่าได้พานักท่องเที่ยวเข้าไป และไม่กลัวจะกระทบการท่องเที่ยวเพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหน้าฤดูมรสุม เกรงนักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทั้งนี้ การท่องเที่ยวของตรังเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

วิระชัยยัน! ตำรวจไทยไม่อคติกับผู้หญิง

พล.ต.อ.วิระชัยแจง หลังมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยัน! ตำรวจไทยไม่อคติกับผู้หญิง  

แฟนเพจ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความพูดกถึง กรณีที่มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ได้มีความเคลื่อนไหวด้านการคุ้มครองสิทธิผู้ประกอบอาชีพบริการ โดยได้จัดให้มีการเสวนาเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และได้วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. แม้รัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์และค้าประเวณี แต่ผู้หญิงที่ถูกจับในคดีค้าประเวณี กลับไม่ได้รับการปกป้อง และมักจะถูก “ละเมิดซ้ำ” จากกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การบุกจับกุมโดยวิธีการ “ล่อซื้อ” ทั้งที่อาจเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับการค้าประเวณี ซึ่งในระดับสากลถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่ตัวแทนของรัฐบาลไทยเคยยืนยันในเวทีการประชุมด้านสิทธิมนุษยชนที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2560 ว่า “ไทยไม่มีนโยบายล่อซื้อ”

2. ประเทศไทยมีบทลงโทษการค้าประเวณี แต่กลับมีสถานบริการต่างๆ จนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่การบุกจับกุมในคดีค้าประเวณีในไทย เป็นการดำเนินการที่มีอคติกับผู้หญิงค้าประเวณี เพราะผู้ชายที่เป็นผู้ซื้อได้รับการปล่อยตัว แต่ผู้หญิงกลับถูกคลุมโม่ง นอกจากนี้การจับกุมตัวบางกรณีมีการเปิดเผยตัวตน ทำให้ได้รับผลกระทบไปถึงครอบครัวและสังคม ถูกตัดขาดไม่ให้ติดต่อกับครอบครัว หรือถูกควบคุมตัวเป็นเวลานานหลายเดือน โดยอ้างว่าเป็นการคุ้มครองเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ผู้ถูกควบคุมตัวที่ขายบริการโดยสมัครใจ โดยเฉพาะชาวเมียนมาและลาว ถูกส่งตัวไปห้องกักของ ตม. ซึ่งมีสภาพแออัด เมื่อเจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ

3. อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือซีดอ (CEDAW) ซึ่งทางการไทยได้ให้สัตยาบันไว้ มีเนื้อหาตอนหนึ่งที่ระบุให้แต่ละประเทศ “ยกเลิกความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการค้าประเวณี” และให้คุ้มครองสิทธิผู้ขายบริการโดยสมัครใจ เช่นเดียวกับการคุ้มครองแรงงานที่ประกอบอาชีพอื่นๆ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี และยกเลิกการดำเนินคดีอาญากับผู้ขายบริการให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้าประเวณี

ภาพประกอบเนื้อหา

ในการนี้ พ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า ปัญหาการค้าประเวณีนั้นนับเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกระบุไว้ในยุทธศาสตร์การสืบสวนปราบปรามคดีค้ามนุษย์ ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา การจับกุมหรือดำเนินคดีนั้นจะมุ่งเน้นไปที่ผู้แสวงประโยชน์ทางเพศมากถึง 84.4% เช่น ผู้เป็นธุระจัดหา หรือแม่เล้า โดยจากสถิติการจับกุมซึ่งสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจได้รวบไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เป็นต้นมา แสดงให้เห็นว่ามีเหยื่อการค้ามนุษย์ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ในทางกลับกันจำนวนผู้เสียหายกลับลดลงไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ สำหรับภารกิจการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายที่ชัดเจนด้านการปฏิบัติต่อผู้ถูกบังคับให้ค้าประเวณีทุกเพศทุกวัยเสมือนเหยื่อผู้ถูกกระทำ โดยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อผู้ตกเป็นเหยื่อไว้แล้วอย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นที่ประจักษ์ต่อองค์กรสิทธิมนุษยชนและ NGO ต่างๆ ที่เข้ามาร่วมปฏิบัติงานหรือเข้ามาตรวจสอบก็ตาม โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังไม่มีรายงานหรือได้รับการร้องเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจงใจละเมิดต่อสิทธิของเหยื่อแต่อย่างใด

ส่วนที่มีข่าวว่ามีการจับกุมการค้าประเวณีด้วยวิธีการล่อซื้่อบริการนั้น เป็นการล่อซื้อเพื่อมุ่งจับกุม “ผู้ที่แสวงประโยชน์จากการค้าประเวณี” เช่น ผู้เป็นธุระจัดหา หรือแม่เล้า เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชน หรือผู้ถูกบังคับค้าประเวณี โดยเจ้าหน้าที่มิได้เลือกปฏิบัติว่าผู้ที่แสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีนั้นจะเป็นชายหรือหญิงแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าผู้ค้าประเวณีไม่ใช่เป้าหมายของการจับกุม

สำหรับสถานบริการต่างๆ เช่น สถานบริการ อาบ อบ นวด ที่มีให้เห็นโดยทั่วไปนั้น เนื่องจากกฎหมายอนุญาตให้เปิดดำเนินกิจการได้ โดยห้ามมิให้มีการค้าประเวณี แต่การจะเข้าไปตรวจสอบว่ามีการลักลอบค้าประเวณีภายในสถานบริการต่างๆ หรือไม่นั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากธรรมชาติของการลักลอบค้าประเวณี มักจะกระทำในที่ลับหรือห้องส่วนตัว ยากต่อการเข้าถึง และในการจับกุมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องนั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานการจ่ายเงิน การพูดตกลง และการเสนอขายบริการแบบคาหนังคาเขา จึงจะเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดในชั้นศาลได้ ดังนั้น การปราบปรามสถานบริการที่ลักลอบค้าประเวณีโดยไม่ใช้วิธีการล่อซื้อ จึงเกินวิสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถกระทำได้โดยง่าย

ส่วนกรณีที่กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่เลือกดำเนินคดีต่อหญิงค้าประเวณี แต่ไม่ดำเนินคดีต่อชายผู้ซื้อบริการนั้น ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับรายงานหรือการร้องเรียนจากหน่วยงานใดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเลือกปฏิบัติในการดำเนินคดีกับผู้หญิงเพียงฝายเดียว และจากการเข้ากวาดล้างสถานบริการทุกครั้ง หากจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ค้าประเวณี ก็จะดำเนินคดีกับผู้ค้าประเวณีซึ่งมิใช่เด็กหรือเยาวชน

โดยมิได้ละเว้นไม่ว่าจะเป็นหญิงขายบริการหรือชายขายบริการก็ตาม มีอัตราโทษเพียงแค่ปรับไม่เกิน 1,000 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่น่าสงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้ค้าประเวณีแต่อย่างใด ส่วนผู้ซื้อบริการทางเพศไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หากมิได้ซื้อบริการจากผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กฎหมายก็มิได้กำหนดว่าเป็นความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหาซื้อบริการทางเพศได้ มิได้กระทำไปเพราะมีอคติต่อเพศหญิงแต่อย่างใด

สำหรับข้อห่วงใยในเรื่องของผลกระทบทางสังคมที่ผู้ค้าประเวณีอาจได้รับเนื่องจากถูกเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะชนนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากการที่ได้มีหนังสือแจ้งเวียนมิให้มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ต้องหาออกไปแล้วเป็นจำนวนหลายฉบับ และได้มีการจัดทำพื้นที่สำหรับการสอบสวนที่มีความเป็นส่วนตัวไว้ ณ สถานีตำรวจต่างๆ แล้ว

หากแต่บางครั้งในระหว่างการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง อาจเป็นโอกาสให้สามารถถูกถ่ายภาพโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจคำนึงถึงประเด็นนี้เสมอ และจะจัดหาเครื่องอำพรางใบหน้า เช่น หมวก แว่นตากันแดด หน้ากากหรือหมวกไหมพรม และเสื้อแจ๊คเก็ต ให้แก่ผู้ต้องหาเท่าที่จะสามารถทำได้ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้มีหนังสือกำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรัดกุมให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพสูงสุดตามสิทธิของผู้ต้องหาทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงก็ตาม

สำหรับการควบคุมตัวผู้ต้องหาค้าประเวณีเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ทั้งที่เป็นการค้าประเวณีโดยสมัครใจนั้น เป็นไปตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกระทำไปเพื่อปกป้องคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ที่เป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองเท่านั้น เช่น ผู้ใหญ่ที่ถูกพ่อแม่บังคับให้มาขายบริการ ไร้ที่พึ่ง หากส่งตัวกลับไปบ้านก็จะถูกบังคับให้ออกมาขายบริการอีก เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องส่งตัวบุคคลเหล่านี้ไปเข้ารับการส่งเสริมอาชีพยังหน่วยงานที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ในการใช้ชีวิตและสร้างทางเลือกอื่นในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ค้าประเวณี ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคร้าย หรือปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ตลอดจนปัญหาสังคมอื่นๆ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเข้าสู่วงจรการค้าประเวณี

สำหรับผู้ค้าประเวณีชาวเมียนมาร์และลาว ที่ถูกส่งตัวไปห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั้น เนื่องจากการค้าประเวณียังคงเป็นความผิดตามกฎหมายไทยอยู่ และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยก็มิได้รับอนุญาตให้ค้าประเวณีได้เช่นกัน ดังนั้น ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกันกับผู้ต้องหาชาวไทย ยกเว้นกรณีที่เป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมือง หากเป็นผู้ต้องหาสัญชาติลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถดำเนินการผลักดันกลับประเทศได้ จึงต้องถูกควบคุมตัวไว้ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ซึ่งถึงแม้ห้องกักจะมีสภาพแออัดบ้างในบางห้วงเวลา แต่ขอยืนยันว่าห้องกักมีสภาพดีพอตามมาตรฐานและอัตภาพ เนื่องจากจะมีหน่วยงานสิทธิมนุษย์ชนต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานด้านมนุษยธรรม เช่น คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) มาตรวจเยี่ยมเป็นประจำ และหากได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงสภาพห้องกัก ก็จะดำเนินการอย่างเคร่งครัด ซึ่งการดำเนินการทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ รวมถึงสิทธิการได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยด้วย จึงขอยืนยันว่าไม่มีผู้ใดถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้รับการดูแลที่ดีอย่างแน่นอน

สำหรับข้อเสนอให้มีการยกเลิกความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการค้าประเวณีตามรัฐบาลไทยที่ได้ให้สัตยาบันไว้ ในอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือซีดอ (CEDAW) นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีข้อขัดข้องประการใด