ไฟไหม้ตึกแถว 4 ชั้น 3 คูหา น้องวาวาอายุ 3 ขวบ สำลักควันไฟจนสลบ

ไฟไหม้ตึกแถว 4 ชั้น 3 คูหา สาวโตชิบาสำลักควันเสียชีวิต น้องวาวาอายุ 3 ขวบและพ่อ สำลักควันไฟจนสลบเพราะขาดอากาศหายใจ อาการสาหัส

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. 61 ร.ต.อ.ภพธร ดวงกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้ตึกแถวเลขที่ 42/188 -190 ซอยติวานนท์ 36 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก. พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ณัฎฐ์ วิลัยรัตน์ สวป. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิร่วมกตัญญู รถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครนนทบุรี จำนวน 7 คัน รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา เพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นที่ 3 ลามไปยังชั้นที่ 4 ของอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยมีคนเจ็บติดอยู่ชั้นที่ 4 จำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ ด.ญ.วาวา อายุ 3 ขวบ นายสมพร ศรีสะเภา อายุ 44 ปี บิดาของ ด.ญ. วาวา เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ แต่สำลักควันไฟจนสลบเพราะขาดอากาศหายใจ อาการสาหัสทั้งคู่

นายนรา คุณติรานนท์ อายุ 47 ปี น้องชายนายนเรนท์ คุณติรานนท์ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหลอมทองและเจ้าของอาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับภรรยานอนอยู่ชั้นที่ 2 มีคนเจ็บคือนายสมพรกับบุตรสาวนอนอยู่ชั้นที่ 4 ระหว่างนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดเลยตกใจตื่นตอนที่มีคนตะโกนว่าไฟไหม้ ตนกับภรรยาจึงรีบหนีออกมาได้ทัน

ส่วนนายสมพรกับบุตรสาวหนีไม่ทันสำลักควันจนสลบ ต้องช่วยกันปั๊มหัวใจแล้วรีบนำตัวส่ง ร.พ.พระนั่งเกล้า แต่อาการสาหัสทั้งคู่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ยังชั้นเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งก็พบร่าง น.ส.ละมุน เชื่อมนอก อายุราว 40 ปี ใส่ชุดพนักงานโตชิบา นอนสลบไสลไม่ได้สติ

โดยมีผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมร่างไว้จึงทำให้มองไม่เห็นระหว่างที่ช่วยนายสมพรกับ ด.ญ.วาวา เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่สักพักแต่พบว่า น.ส.ลมุน เสียชีวิต จากการสำลักควันไฟไปก่อนหน้านี้แล้ว โดย น.ส.ละมุน นั้นเป็นเพื่อนสนิทกับนายสมพร และมักมาอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากนายสมพรได้แยกทางจากภรรยา เบื้องต้นจะได้สอบสวนหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ว่ามาจากอะไรเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ชื่นชม! ตำรวจจราจรโครงการฯ ลงทุนมุดเข้าไปปลดล็อคเบรครถเมล์

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ให้การช่วยเหลือรถ ปอ.สาย71 มุดเข้าไปปลดล็อคเบรค

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำโดย ร.ต.อ.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง รอง สว. งาน 3 พร้อมกำลังตำรวจช่าง ร่วมกับรถยก สน.หัวหมาก ให้การช่วยเหลือรถ ปอ.สาย71 หมายเลขข้างรถ 2-80213 เบรคล็อคบริเวณปากซอยรามคำแพง 19 ถนนรามคำแหง โดยครั้งนี้ ร.ต.อ.พีรวุฒิ มุดเข้าไปดำเนินการปลดล็อคเบรคด้วยตนเอง หลังจากนั้นจึงให้รถยกดำเนินการลากนำพ้นการขีดขวางเรียบร้อย เปิดการจราจรได้เป็นปกติ

ไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์! อดีตทหารถูกกระบะชนตีลังกาล้อชี้ฟ้า ไร้เจ็บเพราะคาดเข็มขัด

อดีตทหารยศเรือโท ปลดประจำการขับฟอร์จูนเนอร์ถูกสาวเมืองระยองขับกระบะพุ่งชน ตีลังกาล้อชี้ฟ้า โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย เผยปลอดภัยเพราะคาดเข็มขันนิรภัย เตือนผู้ใช้รถทุกคนควรคาด

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 3 มิถุนายน 2561 ร.ต.ต.ฉัตรชัย รักความชอบ รอง สวป.สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันตีลังกอล้อชี้ฟ้า เหตุเกิดบริเวณแยกซอยชัยพฤกษ์ 2 ถนนเลียบทางรถไฟ ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูสภาพรถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ตีลังกาล้อชี้ฟ้า ได้รับความเสียหายโดยมีร.ท.เอกชัย ทองจู อดีตทหารเรือ อายุ 49 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแม่แต่น้อย ข้างกันพบรถยนต์ยี่ห้ออีซุซุ ดีแม็ก สีดำ ได้รับความเสียหายที่ด้านหน้า โดยมีน.ส.พนัดดา พิทักษ์วาปี อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดระยอง ได้รับบาดเจ็บจุกที่หน้าท้องเล็กน้อย

ซึ่งที่กลุ่มชาวบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจาก ผู้ขับขี่ฟอร์จูนเนอร์ ที่ตีลังกาล้อชีฟ้านั้นไม่ได้รับบาดเจ็บแม้ริ้วรอยแมวข่วน มีเพียงรอยกระแทกกระจกเพื่อออกจากตัวรถที่ข้อศอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ทุกคนต่างพากันสอบถามว่าแขวนพระดีอะไร แต่กลับได้รับคำตอบว่าผมคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นประจำ

สอบถาม ร.ท.เอกชัย ได้เปิดเผยว่าขณะนั้นตนเองกำลังขับรถจะไปออกกำลังกาย โดยวิ่งเลียบทางรถไฟมาตามปกติ เมื่อมาถึงแยกนี้ก็ชะลอรถแล้วแต่ไม่เห็นว่ามีรถตรงออกจากซอย รู้อีกทีก็ถูกชนเข้ากลางลำจนตีลังกา ซึ่งขณะนั้นตนเองรู้สึกตัวตลอดเวลาเข็มขัดนิรภัยช่วยรั้งไว้ เคสนี้ถือเป็นตัวอย่างก็อยากฝากประชาชนที่ใช้รถทุกคน ให้คาดเข็มขัดนิรภัยให้เพื่อความปลอดภัย เพราะที่ตนเองรอดมาได้ก็เพราะคาดเข็มขัดนิรภัย