จับแก๊ง “โรแมนซ์สแกม” ปลอมเฟซบุ๊กหลอกให้เหยื่อโอนเงิน ผู้ต้องหา ชายชาวต่างชาติผิวสี จำนวน 6 คน และ หญิงคนไทย จำนวน 2 คน
สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายซึ่งอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ส่งข้อความอินบ๊อกเข้ามาร้องเรียนในเพจเฟซบุ๊ก “สุรเชษฐ์ หักพาล” ว่าถูกคนร้ายสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา และส่งข้อความมาหลอกลวงสร้างสถานะการณ์หลอกลวงว่าส่งสินค้ามาจาก ต่างประเทศและติดค้างอยู่ที่สนามบิน ต้องโอนเงินมายังศุลกากรหรือเจ้าหน้าที่ขนส่งเพื่อจะนำสินค้าออก
นอกจากนี้ยังมีคน ไทยร่วมขบวนการทำหน้าที่เป็นคอลเซนเตอร์พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ สร้างสถานการณ์หลอกลวงเหยื่อว่า มีสินค้าหรือพัสดุ ส่งมาจากต่างประเทศ ซึ่งติดค้างอยู่ที่สนามบิน โดยเหยื่อต้องโอนเงินมายังศุลกากร หรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อที่จะนาพัสดุ ออกไปได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าไปยังบัญชีตามที่คนร้ายแจ้ง
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท , ,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.๑ ,พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.ศารุต แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.๑ ,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.๒ , พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ “ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตารวจแห่งชาติ”ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๒ บก.ทท.๓ และ เจ้าหน้าที่ตารวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต ออก สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด
จากการสืบสวนทราบว่าเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้าไปยังบัญชีของคนร้าย นั้นถูกกดออกจากบัญชีในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยคนที่มากดเงินเป็นหญิงไทย และชายต่างประเทศ ผิวสี จึงได้ออกสืบสวนติดตามตัวจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมาหลบ ซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ได้เข้าไปแสดงตัวเป็น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบชายต่างชาติ ผิวสี จำนวน 6 คนประกอบด้วย
1. Mr. Eriri Franklin อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย
2. Mr. Pedro Da Silva อายุ 28 ปี สัญชาติ กินี-บิสเซา
3. Mr. Marcelinus Chijioke Mbakwe อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย
4. Mr. Ogochukwu John Obioha อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย
5. Mr. Nnamdi Barnabas Agubosim อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย
6. Mr.Emmanuel Kasujja อายุ 37 ปี สัญชาติอูกันดา ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของชายต่างชาติทั้งหมดพบมีพฤติกรรมสร้างเฟซบุ๊กปลอม
และส่งข้อความไปหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ (โรแมนซ์สแกม) โดยมีข้อความการสนทนาหลอกลวงหลายรายการ และพบ ผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 1 รายซึ่งอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งถูก Mr. Eriri Franklin หลอกลวงในลักษณะเดียวกัน จึงได้ ติดต่อไปยังผู้เสียหายให้ทำการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กไว้ ทำการตรวจสอบหาผู้เสียหายเพิ่มเติม
นอกจากนั้นยังพบว่า Mr.Emmanuel Kasujja เป็นชายต่างชาติ ผิวสี ซึ่งเป็นคน กดเงินจากบัญชีที่รับโอนเงินมาจากผู้เสียหาย และจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของชายชาวต่างชาติทั้ง 6 คนพบว่า เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายและอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจึงได้จับกุมดำเนินคดี ตามกฎหมาย
ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ Mr.EririFranklin,Mr.EmmanuelKasujja,น.ส.จริาภรณ์ พันนารัตน์ (เป็น แฟน ของ Mr.Emmanuel Kasujja ) ซึ่งทำหน้าที่กดเงิน และ น.ส.วิจิตตรา อัมศึก (เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน) ในความผิด ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหา ทั้ง 4 คนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก ทีมงานโฆษก ตร.







