ยกเลิกค่าธรรมเนียมชำระเงินสมทบผ่านธนาคาร ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40

ประกันสังคม ยกเลิกค่าธรรมเนียม การชำระเงินสมทบผ่านธนาคารและหน่วยบริการ ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40

นางสาวอำพันธ์ ธุววิทย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง ความคืบหน้าการยกเลิกค่าธรรมเนียมการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แทนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ผ่านธนาคารและหน่วยบริการ ว่า เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมได้ยกเลิกค่าธรรมเนียมฯ ดังกล่าว

โดยมี ธนาคารและหน่วยบริการ ยกเลิกค่าธรรมเนียมแล้ว 15 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จำกัด บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 สามารถติดต่อขอรับบริการได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 61 เป็นต้นไป

นางสาวอำพันธ์ กล่าวต่อไปว่า การยกเลิกค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา (ชุดที่ 13) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 ที่เห็นชอบให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายค่าธรรมเนียมการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แทนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ผ่านธนาคารและหน่วยบริการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกันตน

ตามนโยบายของกระทรวงแรงงานโดย พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายด้านแรงงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แรงงานนอกระบบเข้าถึงระบบหลักประกันทางสังคม รวมถึงการสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมให้สามารถคุ้มครองแรงงานได้อย่างทั่วถึง ซึ่งผู้ประกันตนสามารถใช้บริการชำระเงินสมทบผ่านระบบธนาคารและหน่วยบริการหลายช่องทาง โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม การชำระเงินแต่อย่างใด ดังนี้

– ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ชำระเงินได้ที่ เคาน์เตอร์ธนาคาร กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา ธนชาต เคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ทำการไปรษณีย์ เคาน์เตอร์เซ็นเพย์ หรือหักบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา ธนชาต ทหารไทย กรุงเทพ ไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย

– ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ชำระเงินได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา ธกส. เคาน์เตอร์เซอร์วิส เทสโก้โลตัส ตู้บุญเติม และเคาน์เตอร์บิ๊กซี หรือหักบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา ธนชาต ทหารไทย กรุงเทพ ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ออมสิน และ ธกส.

ผู้ประกันตนมีปัญหาข้อสงสัยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์บริการสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการตลอด 24 ชั่วโมง

ปะการังในเขตอุทยานฯสิรินาถ สีเริ่มซีด เจ้าหน้าเร่งหามาตราการรับมือ

ปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ สีเริ่มซีด เจ้าหน้าเร่งหามาตราการในการเฝ้าระวัง 

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ติดตามสถานการณ์การฟอกขาวของปะการัง 3 บริเวณ ได้แก่ เขาไสคู เกาะปลิง และหน้าประชารัฐ ที่ระดับความลึก 2-12 เมตร ปะการังส่วนใหญ่มีสีซีด ประมาณร้อยละ 50 ปะการังฟอกขาวร้อยละ 40 ของพื้นที่ ปะการังที่ฟอกขาวส่วนใหญ่ยังคงมีชีวิต

พบปะการังตายจากการฟอกขาวส่วนใหญ่คือกลุ่มปะการังเขากวาง ร้อยละ 15 กลุ่มปะการังฟอกขาวที่พบคือกลุ่ม ปะการังโขด ปะการังเขากวาง ปะการังลูกโป่งเล็ก ปะการังดอกเห็ด ปะการังมูมเมอแรง ปะการังดาวใหญ่ ปะการังถ้วยสมอง ปะการังสมอง ปะการังเกล็ดคว่ำ และปะการังรังผึ้ง อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 30-31 องศาเซลเซียส จากการสำรวจพบว่าที่ระดับความลึกที่เท่ากัน อุณหภูมิเท่ากัน บริเวณที่มีน้ำขุ่นการฟอกขาวของปะการังจะมีความรุนแรงน้อยกว่าพื้นที่น้ำใส

อุทยานแห่งชาติสิรินาถพบปะการังเริ่มมีสีซีดในช่วงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 คาดการณ์ว่าถ้าอุณหภูมิยังคงสูงอยู่ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ ปะการที่กำลังฟอกขาวอยู่จะตายทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีมาตราการในการเฝ้าระวัง และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ควรจัดทำทุ่นไข่ปลาแสดงแนวเขตพื้นที่ที่เกิดฟอกขาว ลดการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ และทดลองจัดทำหลังคากั้นแสง (shading) ให้แก่ปะการังในบริเวณที่มีความหลากหลาย เพื่อลดความเข้มแสงที่ส่องลงมาบนโคโลนีปะการัง

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

แม่นักเรียน ม.3 เหยื่อครูเอกชนโหด โต้โรงเรียน บิดเบือนข่าวอ้างลูกชายเกเร

แม่นักเรียน ม.3 เหยื่อครูเอกชนโหด โต้โรงเรียน บิดเบือนข่าวอ้างลูกชายเกเร ยอมรับลูกชายดื้อตามวัย เผยเรียนเก่งสอบติด ม.1 โรงเรียนชื่อดังเมืองคอน ยันลูกชายเป็นเด็กดีเลิกเรียนช่วยงานพ่อแม่

จากกรณีมีโลกโซเชียล เพจชื่อดัง “UShare – เตือนภัย” เผยแพร่คลิปวินาทีชายวัยกลางคน สวมแว่นตา ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำกางเกงขายาวสีดำ เข้าชกต่อยทำร้ายร่างกายชายวัยรุ่น อายยุประมาณ 14-15 ปี สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีกากีคล้ายกางเกงนักเรียน พร้อมระบุ “ คุณครูชกต่อยนักเรียน ทำเกินกว่าเหตุไหม # ยังไม่ทราบสาเหตุ ที่นครศรีธรรมราช อ.เมือง “ ตรวจสอบคลิปความยาว 50 วินาที บันทึกด้วยสมาทร์โฟนในห้องคล้ายห้องเรียน

ขณะชายวัยกลางคน ที่ถูกอ้างว่าเป็นครู มีสีหน้าท่าทางโกรธโมโห ยืนจ้องหน้าชายวัยรุ่น ที่ถูกอ้างว่าเป็นนักเรียน ก่อนที่ชายวัยกลางคนดังกล่าวใช้เท้าถีบเก้าอี้พลาสติกสีฟ้ากระเด็นใสชายวัยรุ่น ก่อนพูดออกมาด้วยประโยคสั้นๆ จับใจความได้ว่า “สู้ไหม“ หลังสิ้นคำพูดชายวัยกลางคน กระโจนใช้หมัดเท้าประเคน ชกต่อยถีบใส่ชายวัยรุ่น อย่างเมามันส์ จนร่างชายวัยรุ่น ถลำโซเซไปติดหน้าต่างห้อง พร้อมกับมีเสียงผู้หญิง ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ถ่ายคลิป พูดออกมาสั้นๆ ว่า เคนอย่าร้อง

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไม่กี่นาทีชาวเน็ตเข้าชม แชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิชายวัยกลางคน ที่ถูกอ้างว่าเป็นครู ทำเกินกว่าเหตุ ในขณะที่ความคิดเห็นส่วนหนึ่งระบุว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ครูทำร้ายนักเรียนจริง แต่เป็นคลิปที่เกิดขึ้นนานแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงเรียนอนุสรณ์พรสวัสดิ์ ถ.กระโรม ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โรงเรียนที่เกิดเหตุตามคลิป ได้พบกับนายพรสวัสดิ์ รัตนสุวรรณ อายุ 73 ปี ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุสรณ์พรสวัสดิ์ โดยนายพรสวัสดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในโรงเรียน แต่เกิดขึ้นนานแล้วเมื่อต้นปี 2560

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ม.3 คนดังกล่าวมาพบพูดคุยตกลงกับทางโรงเรียน และมีการขอโทษกับผู้ปกครองจนเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว ไม่มีการเอาเรื่องหรือแจ้งความแต่อย่างใด แต่ไม่ทราบว่าทำไมถึงเอาคลิปนี้ไปแชร์กันทางโลกโซเซียลอีก จนทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย แต่ตนก็ไม่ติดใจที่จะฟ้องหรือเอาเรื่องกับคนที่เอาคลิปนี้ไปโพสในโลกโซเซียลแต่อย่างใด เพราะความเป็นครูไม่คิดจะเอาเรื่องลูกศิษย์แน่นอน

นายพรสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเด็กนักเรียนชายคนนี้บอกตรง ๆ ว่า มีนิสัยเกเรไม่เรียบร้อยไม่สนใจเรียนเลย ชอบกลั่นแกล้งเพื่อนในห้องเรียน ไม่รับผิดชอบ ไม่ทำการบ้านที่ครูสั่ง ทำข้อสอบก็ส่งกระดาษเปล่า เป็นที่เอือมระอาของครูทุกคน แต่ครูทุกคนก็อดทนมาโดยตลอด เพราะต้องการสั่งสอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดีทุกคน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นหลังเกิดเหตุตนก็เรียกครูชายคนนั้นมาว่ากล่าวตักเตือนให้มีความอดทนมากกว่านี้ อย่าใจร้อน เพราะเราเป็นครูต้องอดทนให้มากกกว่านี้ แม้ลูกศิษย์จะไม่ดียังไง ครูก็ต้องอดทนให้ได้ เราต้องทำให้ลูกศิษย์เป็นคนดีให้ได้

สำหรับนักเรียนชายคนนี้ ปัจจุบันไม่ได้เรียนที่โรงเรียนนี้แล้ว ผู้ปกครองได้ลาออกพาไปเรียนโรงเรียนอื่นแล้ว ส่วนครูชายคนดังกล่าวก็ยังสอนตามปกติที่โรงเรียนเหมือนเดิม เพราะเหตุการณ์ได้จบลงไปนานแล้ว อยากให้สังคมในโลกโซเซียลได้เข้าใจโรงเรียนด้วย สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเชื่อว่าน่าจะมีเบื้องหลังทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนของตนอย่างแน่นอน แต่ตนก็ไม่ติดใจอะไร เพราะเข้าใจในวงการนี้ดี

ขณะที่นักเรียนหญิงของโรงเรียน กล่าวแสดงความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คลิปที่ปรากฏเกิดขึ้นจริงเมื่อต้นปี 2560 เพื่อนนักเรียนชายที่ปรากฏในคลิป ไม่ตั้งใจเรียนเอาแต่ดูคลิปในโทรศัพท์ ซึ่งเป็นอย่างนี้บ่อยครั้ง จนกระทั่งครูว่ากล่าวตักเตือน จนเกิดเรื่องขึ้นตามคลิป ตนอยากให้คนที่ไม่รู้ว่าเรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร อย่าแสดงความคิดเห็นในทางที่ไม่ดีกับโรงเรียนและครู

ต่อมาเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนชลประทาน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องคลิปที่เป็นข่าวในโซเชียล โดยพบนางสวย (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนักเรียนชาย ม.3 เหยื่อครูโหด พร้อมด้วย ด.ช.หล่อ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชายที่ถูกครูทำร้ายร่างกาย

นางสวย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนานหลายเดือนแล้ว หลังเกิดเรื่องตนและสามี เดินทางไปพบครูที่โรงเรียน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า โดยตนสอบถามจากครู และเพื่อนนักเรียนในชั้น สรุปว่าสาเหตุที่ครูโจ๊ก ทำร้ายลูกชายของตนเกิดจากระหว่างชั่วโมงที่ครูโจ๊กสอน ซึ่งครูโจ๊ก จดงานบนกระดาษดำ ให้นักเรียนจดส่ง แต่ลูกชายของตนจดไม่ทัน จึงส่งงานไม่เรียบร้อย ทำให้ครูโจ๊ก ไม่พอใจและเรียกลูกชายของตนไปที่โต๊ะ ก่อนจะชกต่อยลูกชายของตน 2 – 3 หมัด จากนั้นครูโจ๊ก ชกต่อยลูกชายของตนเป็นรอบที่สอง ตามที่ปรากฏในคลิป

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์วันที่เกิดขึ้นวันนี้ครูขอโทษ ยอมรับผิด และรับปากสัญญาว่าจะไม่เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีก หลังได้รับคำขอโทษจากครู ตอนนั้นตนรู้สึกว่าสงสารคุณครู สงสารโรงเรียน อีกอย่างลูกชายของเรายังอยู่ในช่วงกลางเทอม จึงไม่คิดจะเอาเรื่องครู จึงเก็บเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานานหลายเดือน ยอมรับว่าตอนนั้นยังไม่เห็นคลิปที่ลูกชายถูกทำร้าย

นางสวย กล่าวอีกว่า ถึงตอนนี้เมื่อตนเห็นคลิปที่ลูกชายถูกครูโจ๊ก ทำร้ายร่างกาย ตนรับไม่ได้ที่ครูทำเกิดกว่าเหตุ อีกเรื่องตนทราบว่าครูที่โรงเรียนให้ข่าวบิดเบือนจากความเป็นจริง ไม่ว่าจะบอกว่าลูกชายตนเป็นเด็กเกเร ไม่เรียน และชอบแกล้งเพื่อน ตนยอมรับว่าลูกชายของตนดื้อตามวัย แต่ลูกชายของตนเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ตอนจบ ป. 6 โรงเรียนวัดทวดทอง ลูกชายของตนสอบเข้า ม. 1 ติดโรงเรียนชื่อดังของจังหวัด

แต่ลูกชายของตนตัดสินใจที่โรงเรียนโรงเรียนอนุสรณ์พรสวัสดิ์ และตนก็เชื่อมั่นในโรงเรียน เพราะตอนเรียนชั้นประถมลูกชายของตนเรียนพิเศษกับคุณครูผู้หญิงท่านหนึ่ง ซึ่งสอนประจำที่โรงเรียนโรงเรียนอนุสรณ์พรสวัสดิ์ ซึ่งท่านที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอน ตนจึงยอมให้ลูกชายเรียน แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเกิดขึ้นกับลูกชายของตน หลังจากมีคลิปเผยแพร่ ตนไม่ได้ให้ลูกชายของตนไปเรียน และตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้ลูกชายของตน เพราะตนไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยแล้ว