ม.หอการค้า จับมือ เว็บอาลีบาบา ติวเข้มผู้ประกอบการไทยงาน THAIFEX 2018

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ลงนามความร่วมมือกับ Alibaba.com เพื่อจับมือเป็นศูนย์อบรมอย่างเป็นทางการแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

หลังจากเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ลงนามความร่วมมือกับ Alibaba.com เพื่อจับมือเป็นศูนย์อบรมอย่างเป็นทางการแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย มีคณาจารย์มากกว่า 20 คนได้รับการอบรมการใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Alibaba.com จากผู้เชี่ยวชาญของ Alibaba สำนักงานใหญ่จนสอบผ่านเป็น Certified Trainers เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทำการอบรมให้ผู้ประกอบการและนักศึกษามาแล้วกว่า 1,000 คน

ล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและหอการค้าไทย ร่วมกันจัดงานสัมมนา Exclusive ให้เฉพาะนักธุรกิจที่จะมาออกบูธในงาน THAIFEX 2018 แนะนำการเปิดตลาด B2B online ผ่านทาง Alibaba.com เน้นการขยายเป้าหมายการทำธุรกิจ ปิดการขาย สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่เป็น Alibaba certified trainer และ Mr. Felix Z. Alibaba.com country manager of Thailand พร้อมทั้งฟังเรื่องราวประการณ์จริงในการนำพาธุรกิจสร้างรายได้มหาศาลจากการเรียนผ่านอาลีบาบาดอทคอม

ผศ.ดร.ธีริน วาณิชเสนี Chief Business Development Officer, บริษัท อีทัช จำกัด ในเครือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ในประเทศไทย มีแนวโน้มการใช้ ออนไลน์ เป็นเครื่องมือการตลาดมากขึ้นเป็นลำดับทั้ง ที่ลักษณะเป็น B2B และ B2C แต่มูลค่าของ SMEs ยังมีขนาดต่ำกว่า ธุรกิจขนาดใหญ่อยู่มาก โดยสถานการณ์การค้าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร ของไทย ในช่วง Q1/2561 เปรียบเทียบ Q1/2560 มีการส่งออกโดยรวมลดลงโดยภาพรวม แต่ที่เพิ่มขึ้นก็มีบางชนิดอาทิ ข้าวหอมมะลิ และทุเรียนสด

อย่างไรก็ตามตลาดส่งออกที่สำคัญกระจุกตัวอยู่ที่ประเทศจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และมาเลเซีย ที่สำคัญแนวโน้มการใช้เครื่องมือการค้าออนไลน์ เป็นเครื่องมือการตลาดในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมีเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นตลาดหลักอย่างประเทศไทย จีน สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น เป็นต้น

ทั้งนี้การจัดงานสัมมนา Exclusive ให้เฉพาะนักธุรกิจที่จะมาออกบูธในงาน THAIFEX 2018 ครั้งนี้ โดยใช้รูปแบบ Training the Trainer โดยคณาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องทำการสอบกับทางอาลีบาบาให้ผ่านจนได้เป็น Alibaba Certified Trainer และคณาจารย์กลุ่มนี้จะเป็นเทรนเนอร์ให้กับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้จัดอบรมแก่ผู้ประกอบการเหล่านี้มากว่า 10 รุ่น และมีการจัดอบรมทุกเดือน ปัจจุบันมีจำนวนผู้อบรมกว่า 500 คน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และSMEs สามารถเจาะตลาดออนไลน์งาน THAIFEX 2018 เข้าถึงผู้บริโภคของประเทศจีนและทั่วโลกได้อย่างดี”

เตือนระวัง! ว่านจักจั่น มีพิษร้ายอันตราย รักษาโรคไม่ได้จริง

เตือนอย่าหลงเชื่อ หลังคนแห่แชร์ ว่านจักจั่น เป็นพืชมงคลรักษาโรคได้ 

วานนี้ (31 พ.ค. 2561) เพจ Photoby Kotchaporn Maneenet ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ระวังอันตราย หลังจากมีการแชร์ภาพและข้อความอ้างว่า  “ว่านจักจั่น” ที่มีลักษณะเหมือนซากจักจั่นที่ตายแล้ว และมีเหมือนต้นไม้ต้นเล็กๆ งอกออกมาจากตัวของจักจั่น  เป็นพืชมงคล หากเก็บไว้บูชาเพื่อความเจริญก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน และร่ำรวยมีเงินมีทองใช้ และหากมีการนำไปต้มน้ำดื่มทานกันเป็นกิจวัตร จะช่วยบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บได้สารพัดได้นั้น

ว่านจักจั่น, ข่าวสดวันนี้,พืชมงคล,

โดยระบุว่า  ถึงตายนะครับ มันคือ ซากของจักจั่นติดเชื้อราแมลงกว่า 500 ชนิด ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ใช่ว่านหรือพืชที่มีต้นคล้ายเห็ดอยู่เหนือดินและหัวใต้ดินอย่างที่เข้าใจ ว่านจักจั่นจะพบมากในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง เมื่อจักจั่นตัวอ่อนที่กำลังโผล่ขึ้นจากดิน เพื่อลอกคราบ จักจั่นจะอ่อนแอ จึงมีโอกาสติดเชื้อราแมลงได้ง่ายและตายในที่สุด

เชื้อราแมลงก็จะเจริญเติบโตในซากจักจั่น และแทงเส้นใยออกมานอกตัวจักจั่นและเจริญโครงสร้างสำหรับสืบพันธุ์ ทำให้ดูเหมือนมีราก หรือเขาออกมาจากตัวจักจั่น ซึ่งราแมลงที่ทำให้เกิดจักจั่นติดเชื้อรานี้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับแมลงชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น มด แมงมุม เพลี้ย ด้วง และ หนอน เป็นต้น

ขณะที่ หมอแล็บแพนด้า นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้มีการเขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า  “ว่านจั๊กจั่น” ไม่ใช่ว่าน ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวกับพืชเลยครับ แต่มันคือ “จั๊กจั่นที่ตายจากการติดเชื้อรา” นึกภาพตามนะครับ

ในขณะที่จั๊กจั่นตัวอ่อนมันขึ้นมาลอกคราบบนดิน มันจะอ่อนแอมาก เชื้อราบริเวณนั้นสามารถแทงเส้นใยเข้าไปเติบโตในตัวจั๊กจั่นได้ โดยดูดสารอาหารในตัวจั๊กจั่นเป็นอาหาร จนจั๊กจั่นตาย มองผิวเผินเหมือนจั๊กจั่นงอกมาจากดิน คล้ายๆว่าน

บางคนก็เอาไปบูชา บางกลุ่มเอาไปต้มน้ำกิน เพราะเชื่อว่าเป็นยา ตายได้นะครับ สารพิษจากราบางชนิด ทนความร้อนได้สูงมากๆ อย่าเอาไปกิน เพราะรักจึงบอกนาาา ว่าแต่ว่า…รับเชื้อราในจั๊กจั่นไว้บูชาซักตัวมั้ยครับ ผมมีให้เช่า ห้าร้อยผมก็ปล่อยแล้ว คนกันเอง 55555

อัยการฟ้อง บรรยิน ฆ่าเสี่ยชูวงษ์ แล้ว ชี้ถูกทุบตายก่อนจัดฉาก

กองปราบปรามสรุปสำนวนฟ้อง”บรรยิน” คดีฆาตกรรม”เสี่ยชูวงษ์”ส่งอัยการแล้ว นัดมาพบ8มิ.ย.นี้ ชี้ใช้ของแข็งทุบตายก่อนจัดฉาก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 มิ.ย. 2561) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดี พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์  ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เมื่อปี 2558  ว่า ขณะนี้  พนักงานการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท. บรรยิน แล้วในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังก่อนหน้านี้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่ม

โดยคดีนี้อัยการได้สั่งให้พนักงานสอบสวน นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาส่งให้อัยการ ก่อนวันที่ 15 มิ.ย. นี้ ตำรวจกองปราบปราม จึงได้นัดหมายให้ พ.ต.ท.บรรยิน มาพบ ในวันที่ 8 มิถุนายน2561 ก่อนจะคุมตัวไปส่งให้อัยการต่อไป

ขณะที่พฤติการณ์ จากการสอบสวนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่า พ.ต.ท. บรรยิน มีการวางแผนตระเตรียมให้นายชูวงษ์ มาพบที่สนามไดร์ฟกอล์ฟ ก่อนจะพาไปในสถานที่เปลี่ยนแล้วใช้ของแข็งทุบตีจนเสียชีวิต แล้วนำร่างของนายชูวงษ์ มาจัดฉากว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

ยืนยันลักษณะการเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถทำให้นายชูวงษ์ เสียชีวิตได้ และตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนอีกทั้งยังพบอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรมแล้ว ส่วนปมสังหารเป็นเรื่องของผลประโยชน์หุ้นที่มีการยื่นฟ้องดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ และคดีนี้จะมีบุคคลใดร่วมเข้าไปมีส่วนกับการฆาตกรรม นายชูวงษ์ เพิ่มหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

ขณะเดียวกัน หากคุมตัว พ.ต.ท. บรรยิน ส่งฟ้องพนักงานอัยการ ตำรวจจะมีความเห็นคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และตำรวจยังไม่ได้พิจารณาคัดค้าน แต่หากฃายหลัง พ.ต.ท. บรรยิน มีพฤติการณ์ เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ตำรวจก็จะคัดค้านการประกันตัวทันที