กทม.ให้บีทีเอส ตรวจหาสาเหตุ-เยียวยาผู้ใช้บริการ

นักวิชาการแนะบีทีเอสติดตั้งระบบป้องกันถูกรบกวนคลื่นสัญญาณ ขณะที่กรุงเทพมหานคร ยืนยันไม่สามารถยกเลิกสัมปทานกับรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา

ปัญหารถไฟฟ้าบีทีเอสที่ขัดข้องต่อเนื่อง จนทำให้มีกระแสเรียกร้องให้ กทม.ยกเลิกสัมปทานบีทีเอสนั้น เรื่องนี้นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.ไม่สามารถยกเลิกสัญญาสัมปทานกับรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2572 ซึ่งความเสียหายจากการให้บริการตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พบเหตุขัดข้อง 27 ครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้บริการ จึงทำหนังสือด่วนขอให้ บีทีเอส ชี้แจงสาเหตุการเดินรถขัดข้องรวมถึงแนวทางแก้ไขและหามาตรการเยียวยาให้กับผู้ใช้บริการ โดยวันวันนี้จะเรียกประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ด้านนายปริญญา หอมเอนก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เชื่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าเกี่ยวกับการแฮกเกอร์ข้อมูล แต่อาจเป็นเพราะระบบอาณัติสัญญาณถูกคลื่นความถี่สื่อสารรบกวน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ จึงเสนอว่า กสทช. อาจต้องออกระเบียบ หรือ กฎหมายเพิ่มเติม เพื่อป้องกันช่องสัญญาณรบกวนกัน

ขณะที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ควรเร่งตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด และควรติดตั้งระบบป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้่ำอีกในระยะยาว

เช่นเดียวกับนายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เสนอว่า บีทีเอสต้องตรวจสอบว่ามีคลื่นความถี่รบกวน เป็นเหตุให้ระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรับปรุงชุดรับส่งสัญญาณ

และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นต้องชี้แจงกับผู้โดยสารอย่างตรงไปตรงมา เช่น การทำแผนประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนที่ต้องใช้บริการวางแผนในการเดินทาง เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน

รองอธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าช่วยค้นหา 13 ผู้สูญหาย

รองอธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าช่วยค้นหา 13 ผู้สูญหาย ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจเรศักดิ์ นันตะวงศ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์น้องนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชอะคาเดมี่หมูป่า จำนวน 13 คน ได้ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่หายเข้าไปในถ้ำนานเกือบ 40 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

นายจเรศักดิ์ นันตะวงศ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ระบุว่าได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและรู้สึกเป็นห่วง จึงได้สั่งการให้นายสมศักดิ์ เจียมสงวนวงค์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 ( เชียงราย ) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กรมป่าไม้ ร่วมกับฝ่ายทหาร ตำรวจ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯ เพื่อมุ่งค้นหาน้อง ๆ นักฟุตบอลและโค้ชที่ติดอยู่ด้านในอย่างเต็มกำลัง

“ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่เกิดจากในอดีตเกิดจากการกัดเซาะใต้ดิน เมื่อ 200-1,000 ปี บริเวณถ้ำเป็นทางไหลของน้ำใต้ดิน เมื่อกาลเวลาผ่านไปน้ำใต้ดินลดระดับลงจึงทำให้เกิดเป็นโพลงถ้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นห้องโถงหลาย ๆ ห้อง ตามความสูงต่ำของระดับเพดานถ้ำ ตอนนี้จากจุดปากถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตร ฝนที่ตกสะสมทำให้ระดับน้ำใต้ดินเรี่มเอ่อขึ้นมาจนปิดปากช่องทางที่จะเข้าไปถ้ำตอนกลางได้”

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ชุดโรยตัวของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กรมป่าไม้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย ได้ร่วมกันเดินเท้าเพื่อสำรวจปล่องถ้ำ พบปล่องกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร 2 ปล่อง ลึกประมาณ 100 เมตร คาดว่าจะอยู่บริเวณห้องโถงภายในถ้ำ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นจุดที่ผู้ประสบภัยอยู่หรือไม่ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ลงมารายงานสถานการณ์ให้ทราบ หน่วยบินของ ตชด.327 จึงได้นำเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นายขึ้นบินเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่หย่อนเสบียง (ขนม และ น้ำดื่ม) ลงไปเอาไว้เพื่อหากผู้ประสบภัยมาพบจะได้มีอาหารกินประทังเอาชีวิตรอดและรอความช่วยเหลืออยู่บริเวณดังกล่าว ฯ

‘หน่วยซีล’ เผยผลปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิต ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL โพสต์ข้อความรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง เผยเครื่องสูบน้ำสามารถใช้งานได้แต่กำลังไม่เพียงพอ

วันนี้ (27 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊กของ “Thai NavySEAL” โพสต์ข้อความรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหา 13 ทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะเคเดมี ติดภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งเข้าสู่วันที่ 5 (ติดตั้งแต่ 23 มิ.ย.61)แล้ว โดยเมื่อคืนนี้

เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ผบ.นสร.) ร่วมกับกำลังพลจาก นสร.เดินทางเข้าถึงโถง 3 ของถ้ำหลวง ปฏิบัติการร่วมกับกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 37, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แม่สาย,บาดาลแม่สาย, เร่งเดินสายไฟและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ภายในโพรงถ้ำน้ำยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย ชม.ละ 10 ซม.

จากนั้น เวลา 01.00 น. เดินสายไฟและติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้วเสร็จ แต่ตัวเครื่องยังมีปัญหาไม่สามารถทำงานได้ กฟภ. และบาดาลแม่สายกำลังเร่งตรวจสอบตัวเครื่องสูบน้ำ ในขณะที่ด้านนอกถ้ำยังมีฝนตกพรำๆตลอดเวลา จนถึงเวลา 03.50 น. เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานในถ้ำ

เวลา 03.00 เครื่องสูบน้ำสามารถใช้งานได้ แต่กำลังไม่เพียงพอทำให้น้ำลดได้

เวลา 04.45 ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมมาถึงห้องโถง 3 เจ้าหน้าที่ต้องย้ายที่ตั้งจากโถง 3 มายังโถง 2 น้ำสูงขึ้นประมาณ 6 นิ้ว/ชม.

ขอบคุณ Thai NavySEAL