ตำรวจนำตัว ‘ไอ้วุธ’ มือฆ่าหั่นศพ ฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี

พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีนำตัว ‘ไอ้วุธ’ มือฆ่าหั่นศพ ฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี

เช้าวันนี้(26 มิ.ย.) พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี นำตัว นายธนกฤต ประกอบ หรือ วุธ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพหญิงสาวอายุ 24 ปี มาขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน คือตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน -7 กรกฎาคม ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายธนกฤตที่มีสีหน้าเรียบเฉยขึ้นรถเรือนจำจังหวัดมีนบุรีแล้ว

พันตำรวจเอกชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล3 ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องนำตัวนายธนกฤตมาฝากขังตั้งแต่ช่วงเช้าเนื่องจากใกล้ครบกำหนดการควบคุมตัว 48 ชั่วโมงแล้ว โดยท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ร้ายแรง

ซึ่งตั้งแต่ถูกจับกุมตัว นายธนกฤตมีอาการเครียดมาโดยตลอด แต่ก็ยังคงให้การรับสารภาพอยู่ หลังจากนี้จะต้องเชิญแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจจุดที่นายธนกฤตนำร่างของผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ป่ารกบริเวณถนนสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงเรื่องของดีเอ็นเอและสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี

ด้านพันตำรวจโทหญิง สุวิมล มั่นใจ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี กล่าวว่า การสอบสวนนายธนกฤต เมื่อวานนี้พนักงานสอบสวนได้แนะนำขั้นตอนในการขอความคุ้มครองจากทางศาลยุติธรรม แต่นายธนกฤตระบุว่า เมื่อกล้าทำก็กล้ารับผิด และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะไม่ทำ ทั้งยืนยันว่าทำเพียงคนเดียว โดยมีสาเหตุจากความหึงหวง ซึ่งตลอดเวลา นายธนกฤตไม่มีอาการทางจิตจึงไม่จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจ เพราะให้การได้ตามปกติทุกอย่าง

สำหรับการดำเนินคดีเบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นย้ายทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

ร่วมด้วยช่วยกัน! ม.พระจอมเกล้าฯ ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำ ROV โดรนตรวจจับความร้อน ช่วยเด็กติดถ้ำหลวง

ร่วมด้วยช่วยกัน! ม.พระจอมเกล้าฯ ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำ ROV โดรนตรวจจับความร้อน ช่วยเด็กติดภายในถ้ำหลวง

วันนี้(26 มิ.ย.) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพอากาศ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำ (ROV) พร้อมโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อนสำหรับบินสำรวจ ขึ้นเครื่องบิน ซี 130 เดินทางไปสนับสนุนการค้นหาเด็ก ๆ นักฟุตบอลและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ติดอยู่ใน ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เป็นวันที่ 3 แล้ว

ทั้งนี้ นายสว่างทิตย์ ศรีกิจสุวรรณ หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ยานสำรวจดำน้ำสามารถนำร่องสำรวจสภาพภายในถ้ำ เพื่อเปิดทางให้นักประดาน้ำเข้าไปในพื้นที่ได้มากขึ้น ซึ่งยานสำรวจจะทำงานได้ต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ส่งสัญญาณโซนาร์สำรวจสภาพและขนาดของถ้ำ พร้อมติดตั้งกล้องส่องสำรวจค้นหาผู้รอดชีวิต

บีทีเอส ชี้แจงเหตุขัดข้องบ่อย หลังเดือนนี้ขัดข้องไปถึง 3 ครั้ง

ผู้บริหารรถไฟฟ้าบีทีเอสชี้แจงหลังเกิดเหตุขัดข้องบ่อย  อ้างเปลี่ยนระบบใหม่ รวมถึงสัญญาณจากตึกสูงในตัวเมืองส่งคลื่นรบกวนทำเดินรถระบบอัตโนมัติไม่ได้ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (25 มิ.ย. 2561) นายอาคม เติมพิทยาไพสิษฐ รมว.คมนาคม ได้เรียกผู้บริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส เข้ามาชี้แจง หลังจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาบ่อยครั้ง จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้บริการ ทั้งเข้างานสาย รวมถึงบางคนต้องลางาน  ซึ่งแค่เดือน มิ.ย.เสียไปประมาณ 9 ครั้งนั้น

โดยนายอาคม กล่าวว่า บีทีเอสได้ชี้แจ้งว่ากำลังเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณใหม่ เมื่อแล้วเสร็จปัญหาจะน้อยลง ทั้งนี้ตนได้กำชับให้ดูแลการเดินทางของประชาชนโดยเฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ความถี่ของรถ และดูแลผู้โดยสารภายในสถานี เพื่อลดปัญหาการสะสมของผู้โดยสาร

รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าบีทีเอส, ข่าวสดวันนี

ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเดือนนี้มีการขัดข้องมากที่สุดในช่วงหลายปี โดยเกิดจากการเปลี่ยนสัญญาณวิทยุในระบบอาณัติสัญญาณเป็นWireless เพื่อรองรับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะติดตั้งทุกสถานีรวมถึงขบวนรถไฟฟ้า 52 ขบวน

โดยจะติดตั้งแล้วเสร็จในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ คาดว่าหลังปรับเปลี่ยนระบบแล้ว จะขัดข้องน้อยลง และมีความเสถียรมากขึ้น ส่วนการดูแลผู้โดยสาร บีทีเอสยินดีชดเชยให้แต่ขอหารือกับกรุงเทพมหานคร(กทม.)ก่อน ส่วนการเข้าร่วมกับบัตรแมงมุมนั้นบีทีเอสยินดี แต่เวลานี้ระบบบัตรแมงมุมยังไม่ลงตัว อาจเข้าร่วมในรูปแบบบัตรอีเอ็มวีในอนาคตแทน

นายอาณัติ กล่าวว่า สาเหตุที่รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดปัญหาขัดข้องบ่อยครั้งในช่วงนี้ เพราะระบบอาณัติสัญญาณที่สถานีสยามถูกคลื่นรบกวน จึงไม่สามารถใช้ระบบอัตโนมัติในการเดินรถได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบแมนนวล ส่งผลให้การเดินรถล่าช้า และส่งผลต่อเนื่องไปยังสถานีอื่นๆ

ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทฯได้วางระบบอาณัติสัญญาณใหม่ ซึ่งจะป้องกันคลื่นรบกวนได้ แต่การวางระบบใหม่จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งในระหว่างการปรับเปลี่ยนอาณัติสัญญาณยังมีความไม่เสถียร เพราะมีคลื่นจากชุมชนรบกวนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะสถานีสยาม สถานีชิดลม สถานีสีลม ซึ่งเป็นย่านที่มีตึกสำนักงานค่อนข้างมาก

ทั้งนี้แม้ว่าระบบอาณัติสัญญาณจะขัดข้องแต่ตัวขบวนรถยังสามารถเดินรถได้ต่อ เพียงแต่ความเร็วในการให้บริการลดลงมาอยู่ในระบบการรักษาความปลอดภัยของการเดินรถเท่านั้น และเมื่อพ้นจากช่วงที่คลื่นสัญญาณถูกรบกวน รถจึงเข้าสู่โหมดการทำงานแบบอัตโนมัติได้