วราวุธ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเผย พอใจหลังเข้าหารือรัฐบาล

“วราวุธ” เผย พอใจหลังเข้าหารือรัฐบาล มีกรอบเวลาหลายช่วง แต่ก็ขึ้นอยู่กับกม.ส.ส.-ส.ว.ว่าบังคับใช้เมื่อไร ชี้พรรคชาติไทยพร้อมไพรมารี่โหวตทุกเมื่อ

วันนี้ ( 25 มิ.ย.61) เวลา 17.15น. ที่สโมสรทหารบก นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวภายหลังการเข้าหารือร่วมกับรัฐบาล ว่า เป็นแนวคิดที่จะนำไปหารือในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวแทนพรรคการเมืองในสาขาพรรค รวมถึงเรื่องระยะเวลาที่พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.จะทูลเกล้าเมื่อไหร่ ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลได้ให้ความชัดเจนในระดับหนึ่งซึ่งเป็นการตัดสินใจที่แน่นอน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็จะออกมาให้คำตอบที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

โดยในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจบรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น ในส่วนของข้อเสนอกำหนดวันเลือกตั้งมีการเสนอหลายวัน เช่น 24 ก.พ. ,​ 31 มี.ค. , 28 เม.ย. แต่ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุไว้นั้นทุกวันเป็นไปได้หมด แต่ก็ต้องดูในส่วนของกฎหมายที่จะบังคับใช้เมื่อไร และดูในช่วงระยะเวลา 90 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รอกฎหมายบังคับใช้ และ 150 วันนั้น ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ แต่ละพรรคมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดถึงวันนั้นจึงจะมาตัดสินกันอีกครั้งว่าวันเลือกตั้งจะเป็นช่วงไหนของเดือน ก.พ. ถึง พ.ค. 2562 ที่เป็นวันสุดท้ายภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นปลายเดือน ธ.ค.2561

เมื่อถามว่าในที่ประชุมจะมีการนัดประชุมอีกครั้งหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คาดว่าจะมีการนัดกันอีกหลังจากมีการรับฟังความเห็นในวันนี้แล้วที่จะนำคำถามแต่ละพรรคไปสังเคราะห์ให้ได้คำตอบที่ชัดเจน

เมื่อถามอีกว่า มีการคาดกันว่าถ้าจะมีการปลดล็อคในช่วงที่บังคับใช้กฎหมายนั้น ทางพรรคจะสามารถทำไพรมารี่โหวตทันหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ให้เวลาเรามาเถอะ เราสามารถทำทันทั้งนั้น เราคงไม่นำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ส่วนที่ขณะนี้พรรคการเมืองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทางรัฐบาลรับฟังเราอย่างไร เรื่องนี้เรามีประเด็นข้อซักถามไปแล้ว โดยทางนายวิษณุ ก็ได้เตรียมคำตอบมาว่า อาจจะยกเว้นการใช้ตัวแทนสาขาพรรค แล้วสามารถจัดประชุมได้เลย แล้วในขณะที่มีการจัดประชุมนั้น อาจจะเปิดให้มีการสมัครสมาชิกไปได้พร้อมกัน แต่ทั้งนี้ก็เป็นแค่แนวทาง ส่วนจะได้ความชัดเจนอย่างไรต้องรอคำตอบจากการประชุมครั้งต่อไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย โค้ชและเด็ก ที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย เด็กและโค้ชฟุตบอล จำนวน 13 ราย ที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

วันนี้ (25 มิ.ย. 61) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แจ้งว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กและโค้ชฟุตบอล จำนวน 13 ราย ที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ทรงห่วงใยกลุ่มผู้ประสบภัยทุกคน และทรงให้กำลังใจไปยังครอบครัวผู้ประสบภัยทุกคน ขอให้ทุกคนปลอดภัย รวมถึงทรงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามค้นหาขอให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า หน่วยซีลทีมแรกได้เข้าไปในโถงกลางและศึกษาภูมิประเทศบริเวณดังกล่าวครึ่งชั่วโมงแล้วกลับออกมา จากนั้นทีมที่สองก็นำน้ำและอาหารเข้าไป ภูมิประเทศนี้มีความสูงต่ำ มีน้ำเป็นระยะ ต้องใช้ความชำนาญอย่างยิ่ง มีผู้ต้องการให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด จึงต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าถึงจุดสุดท้ายภายในเย็นนี้

รองผู้ว่าฯ แนะฟังข่าวจากศูนย์ช่วยเหลือ ปมเด็กหายในถ้ำหลวง มั่นใจยังมีชีวิต

หน่วยซีล เข้าสำรวจถ้ำหลวงฯ เหลือเพียง 2 กิโลเมตร สุดท้าย เชื่อเด็กๆ ยังมีชีวิต

จากกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนพบรถจักรยานและรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ จึงทำการค้นหา จนต้องเรียกหน่วยซีลเข้าช่วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (25 มิ.ย. 61) นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า หน่วยซีลทีมแรกได้เข้าไปในโถงกลางและศึกษาภูมิประเทศบริเวณดังกล่าวครึ่งชั่วโมงแล้วกลับออกมา จากนั้นทีมที่สองก็นำน้ำและอาหารเข้าไป ภูมิประเทศนี้มีความสูงต่ำ มีน้ำเป็นระยะ ต้องใช้ความชำนาญอย่างยิ่ง มีผู้ต้องการให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด จึงต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าถึงจุดสุดท้ายภายในเย็นนี้

สิ่งที่ยังกังวลคือ ฝนฟ้าที่ยังตกลงมาทำให้ระดับน้ำเอ่อสูง การเข้าไปจึงยากลำบากต้องใช้ถังออกซิเจน ซึ่งมีการปรึกษาหารือกันว่าหากมีการเจอผู้ประสบเหตุก็จะมีแจ้งขึ้นมา และอาจจะต้องให้เด็กใช้อุปกรณ์ดำน้ำ หรืออาจจะให้ทางโยธา หรือทางหน่วยป้องกันภัยเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อพร่องน้ำช่วยด้วย ถ้าระดับน้ำสูงเกินไปก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะนำเด็กออกมา

ส่วนร่องรอยระหว่างทางหรือตามผนังถ้ำก็มีอยู่ เช่น เชือก รอยฝ่ามือต่างๆ ตอนนี้คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปได้ค่อนทางแล้ว เหลือเพียง 2 กิโลเมตร เพียงแต่เป็น 2 กิโลเมตรที่ไม่ใช่ทางราบ มีทั้งทางเรียบ และทางที่ต้องดำน้ำ

ขณะนี้ตนเชื่อว่า เด็กยังมีชีวิตอยู่ เพราะยังไม่เจอสัญญาณที่ไม่ดี จุดที่คาดว่า เด็กจะอยู่คือจุดที่ปล่องสูงราว 70 เมตร ซึ่งพอมีอากาศหายใจ แต่เจ้าหน้าที่ยังไปไม่ถึงตรงนั้น ยืนยันว่าทางเข้าออกถ้ำมีทางเดียว แต่ยังมีที่ปลอดภัยอยู่บางส่วน ตนมั่นใจว่าเด็กจะอยู่ตรงโถงกลางเพราะไม่มีเส้นทางอื่นแล้ว หากเดินทางไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องเจอ ตนก็หวังเหมือนทุกคน ทุกคนก็หวังว่าจะเห็นเด็กปลอดภัย และใจจดใจจ่อรอกันอยู่

ทั้งนี้ นายภาสกร ยังได้กล่าวต่ออีกว่า อยากให้ประชาชนที่ติดตามข่าวฟังข้อมูลผ่านทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ตั้งขึ้นมาในเรื่องนี้โดยตรง เพื่อจะได้ข้อมูลจากทุกฝ่ายสอดคล้องกันเนื่องจากที่ผ่านมาเกิดข่าวสารไปต่างๆ นานา และบางข่าวทางผู้บริหารไม่ได้ออกมาระบุก็มีการเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนจะเป็นคนให้ข่าวและแถลงถึงความคืบหน้าเอง เพราะทำหน้าที่ผู้บัญชาการปฏิบัติการนี้

ขอบคุณภาพ จส.100