นักภูมิศาสตร์ ชี้ภายในถ้ำหลวง เป็นปล่องกลม เตี้ย 1.20 เมตร เข้า-ออกเป็นทางตรง

นักภูมิศาสตร์ ชี้ภายในถ้ำหลวง เป็นปล่องกลม เพดานเตี้ย 1.20 เมตร ยืนยันว่าเข้า-ออกเป็นทางตรง

วันนี้(25 มิ.ย.) นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ครั้งแรกเมื่อปี 2535 และครั้งต่อมาเมื่อปี 2555 เมื่อเทียบกับปัจจุบันกายภาพด้านในถ้ำไม่น่าจะแตกต่างกันมาก ตัวถ้ำจะเป็นปล่องกลม เพดานเตี้ย มีความสูงเพียง 1.20 เมตร ด้านในมีโถง มีอากาศหายใจ พื้นเป็นทราย และน้ำที่ไหลมาจากบนภูเขา ซึ่งจะไหลอย่างช้าๆ หากน้ำเยอะก็จะค่อยๆท่วมเรื่อยๆ และลดลงช้ามาก เพราะจะมีตาน้ำจากใต้ดินคอยเติม

อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้สำรวจถ้ำที่มีความชำนาญเส้นทางจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที เนื่องจากภายในถ้ำจะเป็นทางตรงอย่างเดียว ไม่มีทางให้เลี้ยวออกไปทางอื่น แต่ติดตรงที่มืดสนิท เหมือนคนตาบอด ถ้ามีไฟฉายก็ดีหน่อย พอมองเห็นเส้นทางได้ สำหรับตนเองเคยสำรวจเข้าไปลึกถึง 6 กม. และชาวสวีเดนที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ค้นหาก็รู้จักกันดี ทราบว่าสำรวจถ้ำนี้มาอย่างเชี่ยวชาญ

วอนงด! จุดธูปเทียน ใกล้ปากถ้ำหลวง หวั่นควันทำอากาศภายในน้อยลง

วอนงด! จุดธูปเทียน ใกล้ปากถ้ำหลวง หวั่นควันทำอากาศภายในน้อยลง

พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เผยขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามดำน้ำเอาดินโคลนออก เพื่อเปิดปากถ้ำให้กว้าง นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งขึ้นไปบนภูเขา เพื่ออุดน้ำที่จะไหลมาเติมภายในถ้ำ แต่ฝนก็ยังตกต่อเนื่องบนเทือกเขารอยต่อไทย-เมียนมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามดูแลคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน และอยากขอความร่วมมืองดจุดธูปเทียนใกล้พื้นที่ เพราะจะทำให้เกิดควัน ลอยเข้าไปในถ้ำ ส่งผลให้อากาศ หรือ ออกซิเจน ในถ้ำน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้นำเครื่องเติมอากาศของปภ. เข้าไปในถ้ำเพื่อเติมอากาศให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใน และยังจัดตั้งหน่วยแพทย์ โดยเป็นความร่วมมือ ระหว่าง รพ.เชียงราย กับ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช นอกจากนี้ยังมีชุดครัวสนาม สำหรับประกอบอาหารแก่เจ้าหน้าที่และครอบครัวทั้ง 13 ชีวิต รวมถึงวางระบบการสื่อสารทางทหาร เนื่องจากในพื้นที่จะติดต่อลำบาก

ขอบคุณภาพ ภาพ: อาสาฯ / via. c-mee

เผาทำลายยาเสพติด กว่า 14,722 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 13,697 ล้านบาท

ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำลายยาเสพติด กว่า 14,722 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 13,697 ล้านบาท

วันที่ 25 มิ.ย. ที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 48 ประจำปี 2561 โดยมีคณะทูต จากประเทศต่างๆ เจ้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน

การทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง มีปริมาณยาเสพติดให้โทษของกลางที่จะเผาทำลาย จำนวน 6,322 กิโลกรัม จาก 7,245 คดี ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า น้ำหนักกว่า 5,514 กิโลกรัม (ประมาณ 61 ล้านเม็ด) มูลค่าประมาณ 12,254 ล้านบาท ยาไอซ์ น้ำหนักกว่า 486 กิโลกรัม มูลค่า ประมาณ 1,216 ล้านบาท เฮโรอีน น้ำหนักกว่า 108 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 174 ล้านบาท ฝิ่น น้ำหนักกว่า 122 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1,376,207 บาท ยาอี น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท โคคาอีน น้ำหนักกว่า 5 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท นอกจากนี้ ในการเผาทำลายครั้งนี้มีกัญชาและพืชกระท่อม เป็นของกลางที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดมาร่วมเผา จำนวนกว่า 8,400 กิโลกรัม

โดยยาเสพติดของกลางทั้งหมดที่นำมาเผาเป็นการ เผาทำลายด้วยวิธีไพโรไลติก อินซิเนอะเรชั่น ซึ่งเป็นการเผาที่อุณหภูมิสูงไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดการสลายตัวของโมเลกุลกลายเป็นคาร์บอนในระยะเวลาอันรวดเร็วและไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศและสิ่งแวดล้อม

ด้านนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สถิติการเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ตั้งแต่ปี 2520-2561 ดำเนินการรวม 48ครั้ง น้ำหนักกว่า 128,776กิโลกรัม มูลค่ากว่า 197,343 ล้านบาท และยาเสพติดที่เผาทำลายมากที่สุด ได้แก่ยาบ้า