หนุ่มชัยนาทเครียดจัด เจ๊งหุ้นกว่า 1 ล้าน คว้าปืนยิงอกตัวเองดับ

หนุ่มชัยนาทเครียดเล่นหุ้นเสียเงินนับล้านบาท ใช้ปืนลูกซองสั้น ยิงหน้าอกตัวเองเสียชีวิตภายในโรงเลี้ยงหมู หลังบ้านพัก

วันที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรสรรคบุรี แพทย์เวร รพ.สรรคบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบศพนายทวีศักดิ์ เทียนงาม อายุ 37 ปี ที่นอนเสียชีวิตอยู่ภายในโรงเก็บของหลังบ้านเลขที่ 20/2 หมู่ที่ 14 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยที่เกิดเหตุร่างของนายทวีศักดิ์นอนหงายเสียชีวิต ที่หน้าอกมีรูกระสุนจำนวนเกือบ 10 รู โดยที่มือทั้ง 2 ข้างของผู้ตายมีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่ ห่างไปประมาณ 3 เมตรพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่ รวมถึงกระสุนปืนลูกซองเบอร์12สภาพใหม่ยังไม่ได้ใช้งานตกอยู่ข้างศพอีก1นัด

ทั้งนี้ เบื้องต้นนายเขตรัชฎ์ เทียนงาม อายุ 62 ปี พ่อของผู้ตายได้นำจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของผู้ตาย ที่มีข้อคามสั่งเสียเรื่องความเครียด และการจัดการทรัพย์สินย์มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้การว่าลูกชายเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์อยู่บนห้างดังย่านรังสิต แต่เจอพิษเศรษฐกิจทำให้ร้านต้องปิดตัวลงเมื่อประมาณ 9 เดือนก่อน

จากนั้นจึงกลับมาอยู่ที่บ้าน โดยนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็ต้องขาดทุนสูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท จึงเกิดความเตรียดและบ่นว่าปวดหัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก่อนเกิดเหตุลูกชายก็เข้านอนตามปกติ จนกระทั่งเวลาตี 3 ได้ยินเสียงตูม 1 ครั้ง ตนคิดว่าเป็นเสียงยางรถระเบิดจึงนอนต่อ จนกระทั่งเช้ามาพบว่าลูกชายตนเองคิดสั้นใช้ปืนจ่อยิงหน้าอกตัวเองดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งศพนายทวีศักดิ์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป

ผอ.แจงตบเด็ก อ้างเหตุชุลมุน ‘มือไปฟาดแก้ม’

กรณีผู้ปกครองโพสต์ผ่านโซเชียลว่ามีการตบเด็กนักเรียนชั้น ป.5 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ จนแก้วหูทะลุ / ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งออกมาชี้แจงว่าเป็นเหตุการณ์ชุลมุน ที่มืออาจไปฟาดแก้มเด็ก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “KruDong Pichitpon” อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติกรรมนักเรียนและนักศึกษา และเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือนักเรียนของจังหวัด ได้แจ้งผ่านเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” อ้างว่ามีข้อความจากผู้อำนวยการโรงเรียน มาแจ้งให้ทราบ หลังเกิดกรณีผู้ปกครองโพสต์ข้อมูลพร้อมรูปภาพ อ้างว่าผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตบเด็ก ชั้น ป.5 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษจนแก้วหูทะลุ และให้เด็กย้ายออกจากโรงเรียน

โดยผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่า เด็กป.5 คนนี้ มีนิสัยก้าวร้าวมักจะหาเรื่องเพื่อนบ่อยๆ และเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงพักเที่ยงเด็กคนนี้ วิ่งไล่ต่อยเพื่อนห้องเดียวกัน จึงวิ่งมาหาครูที่โรงอาหาร ซึ่งตนเองก็อยู่ที่โรงอาหาร ขณะที่ครูประจำชั้นเดิม (ป.4) จึงห้ามปราบ แยกย้ายกันไป

และเมื่อเข้าห้องเรียนก็ไปเอาโต๊ะทุ่มใส่เพื่อนนักเรียน ป.5 อีกห้อง แต่เพื่อนหลบทัน เลยเอากระเป๋าฟาดหน้าเพื่อน โดยผู้ปกครองเด็กคนนี้พาไปหาหมอ มีใบรับรองแพทย์และแจ้งความไว้แล้ว

ต่อมาวันรุ่งขึ้น หลังเคารพธงชาติ ครูประจำชั้นที่นักเรียนโดนกระเป๋าฟาดหน้า ก็เรียกมาสอบถามเรื่องราว แต่กลับโวยวายใส่ครูตรงเข้าจะทำร้ายครูผู้หญิง ครูเวรผู้หญิงอีกคนเข้าห้าม กลับโดนตบหน้า

ตนเอง (ซึ่งก็คือผู้อำนวยการโรงเรียน) เห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้าม ช่วงชุลมุนมือคงฟาดไปโดนแก้มเด็ก และเรื่องนี้เป็นคดีความที่ สภ.เมืองแล้ว จากนั้นวันพุธร้อยเวรเรียกไปไกล่เกลี่ย แม่เด็กจะเรียกเงิน 2 แสนบาท ตนเองบอกจะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ และวันพฤหัสบดี ร้อยเวรเรียกไปไกล่เกลี่ยอีกครั้ง แม่เด็กไม่ยอมจะให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

ผู้อำนวยการโรงเรียนยังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ทำไมทางฝ่ายแม่เด็ก เพิ่งมาโพสต์

ซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ หลายคนบอกให้รอดูผลการสอบสวนทั้งสองฝ่าย และอยากให้เรื่องนี้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

หน่วยซีลเจอทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่หลังม่านน้ำ แต่ยังไม่พบผู้สูญหาย

ไม่ถอดใจ! หน่วยซีลลุยหาตัวนักบอล-โค้ช แม้ระดับน้ำสูงขึ้น 2 เมตร พบทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่หลังม่านน้ำ 

จากกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่ นายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จะได้รับแจ้งว่า มีผู้ที่พากันเดินทางเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคนแล้วไม่กลับออกมาอีกเลย โดยพบรถจักรยานรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ จึงทำการค้นหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (25 มิ.ย. 61) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ คาเธ่ย์ หมี ได้โพสต์อัพเดตความคืบหน้าว่า….

เวลา 10.30 น. หน่วยซีล ดำเจาะทะลุชั้นเข้าใน #ถ้ำหลวง ตามผนังถ้ำมุมแยกแรก #แต่ยังไม่พบ ..ก่อนดำถอยออกมาวางแผน แล้วลุยใหม่หาในผนังถ้ำมุมแยกใหม่ต่อไป …และคลิปบรรยากาศสด ด้านนอกถ้ำ ณ เวลานี้ จนท.เติมกำลังสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลด้านในตลอดเวลา #เชียงราย (ด้านในถ้ำอับสัญญาณ)

เวลา 11.00 น. ตอนนี้หน่วยซีลชุดแรก ออกมาแล้ว (พัก) แต่ยังไม่พบตัว

เวลา 11.25 น. หน่วยซีล อีกชุด ได้ดำน้ำลงไปลึก 5 เมตร พบทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่หลังม่านน้ำ เดินสำรวจภายในบริเวณนั้นที่มีความลึก 7 กม. #พบร่องรอยเด็กๆแล้ว แต่ยังไม่พบตัวทั้ง 13 คน

เวลา 11.35 น. หน่วยซีลอีกชุด ได้ดำน้ำทะลุอุโมงค์อีกฝั่งที่ของอุโมงค์น้ำ (วงกลมแดงกลาง) ลึก 5 เมตร พบร่องรอยของเด็กๆ แล้ว #แต่ยังไม่พบตัว ..สักครู่รอ หน่วยซีลถอนตัว (พัก) และวางแผนอีกรอบ ..และมีความหวังในวงกลมที่ 2 (สีน้ำตาล) ด้านในสุดของถ้ำ หลังพบทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่หลังม่านน้ำ เดินสำรวจภายในบริเวณนั้นที่มีความยาว 7 กม.

ล่าสุดหน่วยซีลชุดแรกได้เดินทางถึงโถงถ้ำที่คาดว่าจะมีผู้สูญหายแล้ว โดยวิธีใช้ท่อนเหล็กยาวเจาะทางลอดที่อุดตันและมุดลอดผ่านข้ามไปอีกฝั่งแต่ก็ยังไม่พบผู้สูญหาย จึงเดินเท้าตามทางเดินของถ้ำออกไปเรื่อยๆ จนสุดทางที่เขตประเทศพม่าแล้ว ขณะนี้ได้ลอดกลับเข้ามาเพื่อวางแผนการค้นหาอีกครั้ง