กรมทางหลวง เตือน 4 จุดบอดรถบรรทุกมองไม่เห็น อย่าเข้าใกล้

กรมทางหลวง ออกสื่อ เตือน 4 จุดบอดรถบรรทุกมองไม่เห็น อย่าเข้าใกล้

สำนักทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง ได้จัดทำสื่อ พร้อมแนะนำเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ให้กับประชาชน โดยให้ความรู้เกี่ยวกับ ” 4 จุดบอด รถบรรทุกมองไม่เห็น” อย่าเข้าใกล้ เพื่อเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เมื่อขับรถใกล้กับรถบรรทุก

จุดที่ 1 ด้านหน้ารถ (บริเวณเงาดำหน้ารถ) คนขับรถบรรทุกจึงควรเว้นระยะห่าง จากรถคันข้างหน้า 3-4 ช่วงคันรถยนต์

จุดที่ 2 ด้านขวา (ตรงเงาดำของรถบรรทุก) คนขับรถบรรทุกไม่สามารถมองเห็นรถที่วิ่งขนาบมาทางด้านขวาได้ จะเห็นก็ต่อเมื่อขับรถเลยหน้าหรือเทียบเท่าหน้ารถ

ภาพประกอบข่าว

จุดที่ 3 ด้านซ้าย คนขับจะเห็นรถคันด้านซ้ายได้น้อยมาก ควรหลีกเลี่ยงการขับรถชิดบริเวณนี้

จุดที่ 4 ด้านหลังรถบรรทุก ซึ่ง ผู้ที่ขับรถตามหลัง ควรเว้นระยะห่างของรถไว้อย่างน้อย 20-25 คันของระยะรถยนต์

ทั้ง

นี้ ยังนำภาพคลิปเหตุการณ์ของการเกิดอุบัติเหตุ ที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุก ในแต่ละมุมมอง ตามคำเตือน มาแสดงให้ประชาชนได้เห็นภาพที่ชัดเจนเพื่อระมัดระวัง ไม่ให้ขับขี่รถยนต์ ใกล้กับรถบรรทุก ในมุมต่างๆ ด้วย

แจ้งปิดการจราจร ถ.วิภาวดี หน้าวัดดอนเมือง ย้ายคานสะพาน แนะเลี่ยงเส้นทาง

กรมทางหลวง แจ้งปิดจราจร ถ.วิภาวดี หน้าวัดดอนเมือง ย้ายคานสะพาน คืนนี้ 22.00-04.00 น. แนะเลี่ยงเส้นทาง

กรมทางหลวง โดย ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) แจ้งปิดการจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต ทางหลวงหมายเลข 31 ในช่องทางคู่ขนาน (ด้านขวาทาง) ทั้ง 2 ช่องจราจร ฝั่งขาออก ตอน งามวงศ์วาน – ดอนเมือง ที่ กม.24 บริเวณหน้าวัดดอนเมือง ในวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ตั้งแต่เวลา 22.00 – 04.00 น. เพื่อยกย้ายคานคอนกรีตอัดแรง (ยาว 16 เมตร) จำนวน 8 คาน

จึงจำเป็นต้องปิดการจราจรช่วงทางเบี่ยงคู่ขนาน โดยให้ใช้ช่องทางหลักเท่านั้น สำหรับเส้นทางเลี่ยง ขอแนะนำให้ใช้ถนนกำแพงเพชร 6 หรือ Local Road และทางยกระดับอุตราภิมุข (เสียค่าผ่านทาง) แต่ได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้น ระหว่างดำเนินการอาจส่งผลกระทบให้การจราจรชะลอตัว กรมทางหลวง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง หรือต้องการร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือแจ้งอุบัติเหตุ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586

ผู้นำสหรัฐฯ ลั่นเกาหลีเหนือยังเป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์ แม้นัดเจรจาจะประสบความสำเร็จ

ผู้นำสหรัฐฯ ลั่นเกาหลีเหนือยังเป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์ แม้นัดประชุมสุดยอดผู้นำจะประสบความสำเร็จ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ โดยมีใจความระบุว่า จะยังคงภาวะฉุกเฉินแห่งชาติในส่วนของเกาหลีเหนือต่อไปเป็นเวลา 1 ปี โดยอ้างความเสี่ยงทั้งการแพร่กระจายวัสดุที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีได้ และการเคลื่อนไหว ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลเกาหลีเหนือก็ยังคงเป็นภัยคุกคามในรูปแบบที่ไม่ธรรมดาต่อความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แม้คณะผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าเจรจาในรายละเอียดเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ตามคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ลงนามในเอกสารที่ไม่มีผลผูกพันระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. แต่เกาหลีเหนือก็มิได้แสดงท่าทีชัดเจนที่จะยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ในทางที่สามารถพิสูจน์ได้ ตามความต้องการสหรัฐฯ

ดังนั้น คณะผู้บริหารสหรัฐฯ จึงจะยังคงรักษามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดกับเกาหลีเหนือ ซึ่งบังคับใช้ครั้งแรกตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช อย่างไรก็ดี โฆษกกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ตกลงจะระงับการฝึกร่วมภายใต้รหัส “ฟรีดอม การเดี้ยน”ตามโครงการแลกเปลี่ยนระหว่าง 2 ประเทศอย่างไม่มีกำหนด เพื่อช่วยให้ผลการเจรจาทางการทูตกับเกาหลีเหนือที่สิงคโปร์บังเกิดผล นอกจากนี้ จะชะลอการฝึกร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนนาวิกโยธิน ซึ่งจะมีขึ้นใน 3 เดือนข้างหน้าด้วย ทั้งนี้ การตัดสินใจระงับโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการเจรจากับเกาหลีเหนือ