อาการล่าสุด ‘พุทธะอิสระ’ ยังต้องทำกายภาพบำบัดศิษย์

อาการล่าสุด ‘พุทธะอิสระ’ ยังต้องทำกายภาพบำบัด ด้านลูกศิษย์ยังไม่มีการตกลงเลี้ยงกระเพาะปลา

นายกฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เผยถึงอาการของ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ว่า ขณะนี้ยังต้องทำกายภาพเพื่อรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่อาการไม่มีอะไรน่าห่วง เช่นเดียวกับอดีตพระเถระอีก 8 คน ก็สามารถปรับตัวได้แล้ว

ส่วนกรณีที่ กลุ่มลูกศิษย์ของอดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก จะนำกระเพาะปลาไปเลี้ยงผู้ต้องขังและผู้คุมทุกคนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครนั้น นายกฤช กล่าวว่า ปกติเรือนจำรับบริจาคสิ่งของจากบุคคลทั่วไปอยู่แล้ว ปกติมีผู้นำหนังสือ และอาหารมาเลี้ยงผู้ต้องขังเป็นประจำ แต่ทุกอย่างก่อนจะนำเข้าไปในเรือนจำก็ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจรับสิ่งของก่อนเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมผิดปกติและประเมินมูลค่าสิ่งของทำรายงานไปทางกรมราชทัณฑ์ ก่อนนำไปแจกจ่ายให้ผู้ต้องขัง

ล่าสุด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดอ้อน้อย ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงความจริงลงใน “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ของอดีตพระพุทธอิสระ โดยระบุว่า เรื่องที่หลวงปู่สั่งให้ทำกระเพาะปลา จำนวน 5,000 ชุดนั้น เป็นข้อความที่มีการเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งแล้ว

จริงๆ คือ คณะลูกศิษย์ ได้รวมตัวกันที่อยากจะทำการจัดเลี้ยงกระเพาะปลานี้ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นการทำบุญ เท่านั้น เพียงแต่กราบเรียนทาง หลวงปู่ ให้ทราบเพื่อเท่านั้นเอง และยังไม่มีการตกลงเลี้ยงกระเพาะปลาใดๆ ทั้งสิ้น

นอนเรือนจำคืนแรก ‘ชูวิทย์’ ปรับตัวได้เร็ว เพราะเคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว

นอนเรือนจำคืนแรก ‘ชูวิทย์’ ปรับตัวได้เร็ว เพราะเคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว

นายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยหลังรับตัว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จำเลยที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกกรณีจงใจไม่แสดงบัญชีทรัพย์สิน 1 เดือน ไม่รอลงอาญา และถูกส่งตัวเข้ามาควบคุมในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า นายชูวิทย์ เข้ามาอยู่ในเรือนจำคืนแรก ก็ใช้ชีวิตปกติ และตื่นเช้ามาสามารถกินข้าวเช้าและทำกิจกรรมทั่วไป ของแดนแรกรับได้เหมือนนักโทษคนอื่น เพราะเคยถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งนี้มาแล้ว จึงไม่มีอาการเครียดหรือมีโรคประจำตัวกำเริบแต่อย่างใด

โดย นายชูวิทย์ นั้น ถูกศาลพิพากษาจำคุกเพียง 1 เดือน จึงจะให้อยู่ในแดนแรกรับตลอด และจัดให้อยู่ห้องที่ 13 ซึ่งเป็นห้องที่นายชูวิทย์ เคยอยู่ เพราะการย้ายแดนจะต้องมีเหตุจำเป็น เช่น ย้ายไปเพื่อฝึกอาชีพ หรือเรียนหนังสือ เป็นต้น

มอบตัวแล้ว! หนุ่มตีนผีซิ่งกระบะตัดหน้าวีออสคว่ำ ดับ 3 ไหว้ขอขมา-ยอมรับผิด

มอบตัวแล้ว! หนุ่มตีนผีซิ่งกระบะตัดหน้าวีออสคว่ำ ดับ 3 ไหว้ขอขมา ยอมรับผิด แจงไม่ได้เจตนาหนี แต่ตอนนั้นตกใจ

จากกรณีเหตุการณ์ที่ จ.สุพรรณบุรี กล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 4 กฮ 2373 กทม. กลับรถปาดหน้า กระชั้นชิด เป็นเหตุให้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส ที่ขับมาทางตรง หักหลบจนรถพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นเด็กชาย อายุ 6 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ส่วนรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ขับหลบหนีไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้(22 มิ.ย.) นายมนตรี แข็งเขตการณ์ อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก และหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี คนขับรถปาเจโร่ ได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

โดยนายมนตรี ไหว้ขอโทษ เผยว่า ที่ตนไม่ได้จอดดูหรือให้การช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ เพราะกำลังตกใจ พร้อมเล่าว่าขณะเลี้ยวรถตนไม่เห็นรถเก๋งที่ขับมาทางตรง แต่พอกลับรถไปแล้วเจอรถขับมาอย่างเร็วก็ตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว ตนเสียใจเมื่อทราบว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก รวมถึงบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ทั้งนี้ตนจะขอรับผิดชอบทุกอย่างและขออภัยกับญาติผู้เสียชีวิตด้วย

ในส่วนของคดี ตำรวจเผยว่า ต้องตรวจสอบร่องรอยต่าง ๆ อย่างละเอียด และจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่า รถนายมนตรี ขับตัดช่องทางเดินรถที่มาทางตรง ซึ่งก็ต้องดูว่ารถเก๋งที่ขับมาได้ใช้ความระมัดระวังหรือไม่ มีการชะลอรถหรือเปล่าเพราะเป็นทางร่วมทางแยก

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส ขับรถหลบหนีโดยไม่หยุดช่วยผู้บาดเจ็บ กับนายมนตรี ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากมามอบตัวและมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ส่วนจะแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป