ทอมโหด!! กระทืบแฟนสาวปางตาย ชาวเน็ตจี้เร่งไล่ล่าตัว

ทอมโหดทำร้ายแฟนสาว ทั้งกระทืบ-หมวกกันน๊อคฟาดหน้า ล่าสุดอาการปลอดภัย ชาวเน็ตจี้เร่งไล่ล่าตัวคนก่อเหตุ

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thikampron Kaain ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ของทอมกำลังทำร้ายแฟนสาว โดยมีข้อความระบุว่า “แมร่ง..แค่เห็นสภาพน้องตอนอยู่โรงพยาบาลก้อว่าแย่แร้วพอมาดูคลิปยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ทำใจดูไม่ได้ได้แต่กอไปกอมา ใจทำด้วยอะไรว่ะ.. ได้ข่าวว่ากลับบ้านใช่มะ ใครอยู่บ้านฝากหน่อยดิ จะได้รู้ว่ากินข้าวกินยากินน้ำไม่ได้มันทรมานยังไง น้องต้องปวดแค่ไหน นี่เหรอ 7 ปี ที่คบกันมา น้องเพิ่งส่งคลิปให้ดู ผมนี่หัวร้อนนนเลย”

เผยหลังคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ระบุว่าอยากให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมันดำเนินคดีให้ได้ นอกจากนี้ทางเจ้าของคลิปยังได้โพสต์อัพเดตสถานการณ์ความคืบหน้าเป็นระยะๆ โดยล่าสุดยังถูกญาติของฝ่ายทอม ข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องหากไม่ทำการลบคลิปดังกล่าวออกไป

ในส่วนของอาการสาวที่ถูกทำร้ายนั้นล่าสุด เจ้าของโพสต์ระบุว่า “ตอนนี้โอเครปลอดภัยดี น้องถูกตีด้วยหมวกกันน็อกและแตะซ้ำเข้าที่บริเวณหน้าอันนี้ถามน้องโดยตรง ปากน้องฉีก เย็บ 5 เข็มบริเวณด้านบนปาก และเห็นน้องบอกว่าด้านล่างปากฉีกเหมือนกันแต่น้องอ้าปากเยอะไม่ได้เลยไม่ได้ข้างล่างเพราะหมอไม่เห็นเลยได้เย็บแต่ด้านบนเลยไม่รู้ว่าด้านล่างฉีกขาดมากน้อยแค่ไหน และ มีกระดูกเบ้าตาแตกร้าว ต้องทำการ ผ่าตัด ศัลยกรรมตกแต่ง

หมอนัดน้องนอนโรงพยาบาลวันที่ 26 และทำการผ่าตัดวันที่ 27 ใครอยู่ใกล้ๆไปเยี่ยมน้องได้ โรงพยาบาล มงกุฎแจ้งวัฒนะ ส่วนระบบประสาทหมอเอกซเรย์แร้วไม่เป็นอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้น้องมีพบหมอตาเพิ่มเพื่อดูตาว่าได้รับผลกระทบไหมช่วงนี้อย่าเพิ่งโทนะคะ พิมแชทได้ เพราะน้องยังพูดไม่ค่อยได้เท่าไหร่ไม่อยากให้น้องอ้าปากเยอะๆๆๆ”

ขอบคุณ Thikampron Kaain

หึงโหด!! อดีตแฟนเก่าไล่ฟันตายสองศพ ก่อนกินยาฆ่าตัวตายตาม

ชาวพม่าวัย 60 ปี หึงโหด หลังอดีตภรรยาไปมีรักใหม่ ตามไปฆ่าทิ้งทั้ง 2 คน ส่วนตัวเองหนีไปกินยาฆ่าตัวตายหนีผิด ตำรวจเจอตัวพอดีนำส่งโรงพยาบาลล้างท้อง

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเหตุฆาตกรรมกันภายในป่ารกร้างใกล้กับสวนยางภายในหมู่บ้านซับตาหัน หมู่ที่ 1 ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ส่วนคนก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช สีน้ำเงินขาว หลบหนีทิศทางมุ่งหน้าบ้านโป่งเจริญชัยไปแล้ว ทราบชื่อคือนายอ้วน อายุ 60 ปี เป็นชาวพม่าและเป็นสามีของผู้ตายด้วย หลังรับแจ้งเจ้าหน้สที่ตำรวจจึงแบ่งกำลังกันลงพื้นที่เกิดเหตุ และออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญู พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ คือ นางแค ชูกลิ่น อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกฟันที่บริเวณลำคอ เกือบขาด ใกล้กันยังพบผู้เสียชีวิตเป็นชายอีก 1 รายทราบชื่อ คือ นายธงไชย บุญเกิด อายุ 76 ปี มีบาดแผลบริเวณศีรษะ และลำคอทั้งคู่ถูกทำร้าย ในขณะที่กำลังพ่นยาฆ่าหญ้า และถางหญ้าภายในไร่ของตนเอง โดยศพของฝ่ายชายที่หลังยังสะพายถังพ่นยาฆ่าหญ้าอยู่ ส่วนที่ใกล้ร่างผู้หญิงยังมีมีดขอสำหรับถางหญ้าตกอยู่ด้วย ส่วนอาวุธมีดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นถูกทิ้งไว้ ในถังน้ำ ใกล้กับจุดเกิดเหตุ

สอบถามน้องบาส หลานของผู้ตาย ซึ่งเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ระหว่างที่นางแค และนายธงไชย ผู้ตายทั้ง 2 คนที่เป็นสามีภรรยากันนั้น กำลังถางหญ้า พ่นยาอยู่ที่ไร่ นายอ้วนผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา และมีปากเสียงกับผู้ตายทั้ง 2 คน ตอนนั้นมีการลงไม้ลงมือกัน ผู้ตายได้ร้องเรียกให้ตนเข้าช่วยเหลือ ตนจึงหยิบมีดจะวิ่งเข้าไป แต่นายอ้วนได้ขู่ว่าถ้าไม่อยากตายก็ไม่ต้องเข้ามา แล้วนายอ้วนก็ใช้มีดฟันทั้ง 2 คนจนเสียชีวิต

เบื้องต้นนายวสันต์ ตรีวุฒิ ผู้ใหญบ้าน เปิดเผยว่า นายอ้วน ชาวกัมพูชา กับนางแค ชาวไทย เคยเป็นสามีภรรยากัน แต่นางแค ได้เลิกราและมาอยู่กับนายธงไทย ชายวัย 76 ปี ประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยได้ผูกข้อไม้ข้อมือกันไม่นานมานี้ โดยสาเหตุของการที่นายอ้วนมาก่อเหตุในครั้งนี้นั้น น่าจะเกิดจากการหึงหวงจึงตามมาทำร้าย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวนายอ้วน ผู้ก่อเหตุไป จนไปเจออยู่ที่เมรุวัดแห่งหนึ่งขณะกำลังกินยาฆ่าตัวตาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้อง และจะนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

เฝ้าระวังสะพานมอญ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง เร่งอพยพชาวบ้าน

กาญจนบุรี อ่วม! ฝนตกหนักต่อเนื่อง เฝ้าระวังสะพานมอญ หวั่นพัง เร่งอพยพชาวบ้าน

นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี เผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ขณะนี้ ยังมีสถานการณ์ใน 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่1.ในหมู่บ้านสเนพ่อง หมู่1 ต.ไล่โว่ ที่อยู่ห่างจากตัว อ.สังขละบุรี ประมาณเกือบ 40 กิโลเมตร ซึ่งถูกน้ำท่วมระดับ 1-2 เมตร ทางเจ้าที่ได้อพยพประชาชนประมาณ 170 ครัวเรือน หรือประมาณ 500 คนมาอยู่ที่ศุนย์พังพิง

ส่วนจุดที่ 2 คือหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง หมู่ 3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งหมู่บ้านหนี่งในป่าลึกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีประชากรประมาณ 300 กว่าคน จุดนี้ ห่างจากจุดที่1 ประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ถนนหนทางทุรกันดารมาก รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะถนนเป็นโคลนเลนตลอดเส้นทาง จะนำอากาศยานขึ้นไปบินสำรวจก็ยังไม่สามรถดำเนินการได้ เพราะอากาศปิด ดังนั้นจึงได้ส่งชุดล่วงหน้าซึ่งเป็นจักรยานยนต์วิบากเข้าไปสำรวจและมอบของช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อน

สำหรับจุดที่ 3 นั้นคือสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ ซึ่งจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง น้ำจากหมู่บ้านสเนพ่องและหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งได้พัดกากเศษไม้จำนวนมากมาติดอยู่ที่เสาสะพานจำนวนมาก ซึ่งได้มีการให้ท้องถิ่นดำเนินการเก็บและแก้ไขในเบื้องต้นแล้ว ส่วนสถานการณ์ทั้งหมดจะคลี่คลายเมื่อไรนั้น ทางนายอารุณ ระบุว่า ยังตอบไม่ได้เพราะขณะนี้ฝนยังตกลงมาต่อเนื่อง น่าจะใช้เวลาสักระยะทุกอย่างจึงจะคลี่คลาย

ภาพ ฉก.ลาดหญ้า จนท.กู้ภัยสังขละ