‘สตาร์บัค’ ในสหรัฐฯ เตรียมติดตั้งระบบเพื่อผู้บกพร่องทางการได้ยิน

‘สตาร์บัค’ ในสหรัฐฯ เตรียมติดตั้งระบบเพื่อผู้บกพร่องทางการได้ยิน

เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2561 ‘สตาร์บัค’ ประกาศนำร่องติดตั้งระบบ American Sign Language (ASL) ภายในสาขาต่าง ๆ ในสหรัฐฯ โดยจะริเริ่มระบบ ” Signing Store ” ในสาขาวอชิงตันดี.ซี.เป็นสาขาแรกในสหรัฐฯ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ หลังจากเมื่อ 2 ปีก่อน ‘สตาร์บัค’ ริเริ่มใช้ระบบดังกล่าวใน ‘สตาร์บัค’ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ ‘สตาร์บัค’ สาขาวอชิงตันดี.ซี. จะรับพนักงานที่เป็น ผู้บกพร่องทางการได้ยินจำนวน 24 คน ซึ่งพนักงานทุกคนจะต้องมีความเชี่ยวชาญในระบบ ASL นี้ด้วย

‘สตาร์บัค’ ในวอชิงตันดี.ซี.จะตั้งอยู่ใกล้ Gallaudet University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนสำหรับนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน นอกจากนี้ธุรกิจโดยรอบ Gallaudet ต่างปรับตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเช่นกัน

ทั้งนี้รูปแบบการทำงานของระบบ ASL ที่ปฏิบัติการด้วยระบบการสื่อสารแบบเปิด โดยทั่วไปแล้วการออกแบบที่สามารถเข้าถึงผู้บกพร่องทางการได้ยินจะเน้นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม 5 ประเภท ได้แก่ อะคูสติกการเข้าถึงประสาทสัมผัสพื้นที่และความใกล้ชิดความคล่องตัวและความใกล้ชิดรวมถึงแสงและสี

นอกจากนี้พนักงานผู้บกพร่องทางการได้ยินจะปักตัวอักษร ASL ส่วนพนักงานที่มีความสามารถในการลงนามจะใส่เข็มรูปตัวอักษร “I Sign” โดยหากลูกค้าไม่สื่อสารภาษามือ พนักงานเหล่านี้จะสามารถรับออเดอร์จากผู้บกพร่องทางการได้ยินได้

ส่วนทางด้าน Rossann Williams รองประธานบริหารของการค้าปลีกของสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของสตาร์บัค เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บกพร่องทางการได้ยินและมีส่วนร่วมกับผู้บกพร่องทางการได้ยิน นอกจากนี้ ‘สตาร์บัค’ พยายามค้นหาวิธีที่จะสามารถเข้าถึงและต้อนรับทุกคนได้มากขึ้น

ดูบทความต้นฉบับ : Starbucks announces first U.S. ‘Signing Store’ for deaf and hard of hearing customers

ชุด ‘เจ็ตสูทไอออนแมน’ ใส่แล้วบินได้ วางขายแล้ว ราคา 14 ล้าน

ชุดเจ็ตสูทบินได้ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับในภาพยนตร์เรื่อง “ไอออน แมน” เกิดขึ้นจริงและวางตลาดแล้ว สนนราคามากกว่า 14 ล้านบาท

สื่อต่างประเทศ เผยแพร่ชุดเจ็ตสูทบินได้คล้ายกับในภาพยนตร์เรื่อง “ไอออน แมน” ซึ่งผลิตโดยชายชาวอังกฤษ ผู้เป็นอดีตนักธุรกิจจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์และวางจำหน่ายเมื่อวันพุธ ในห้างสรรพสินค้ากรุงลอนดอน สนนราคา 340,000 หมื่นปอนด์ หรือราว 14,770,000  บาท

ชุดเจ็ตสูท “กราวิตี้ เจ็ต สูท: ซีรีส์ 3” (Gravity Jet Suit: Series 3) ซึ่งผลิตโดยบริษัท “กราวิตี้ อินดัสทรีส์” ประกอบด้วยเครื่องยนต์เจ็ตขนาดเล็กจำนวน 5 ชิ้น ที่ติดตั้งไว้บริเวณแขนและหลังของชุด ทั้งยังประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ

ชุดดังกล่าวมีน้ำหนักราว 27 กิโลกรัม ขับเคลื่อนโดยใช้น้ำมันเครื่องบินหรือน้ำมันดีเซล และสามารถทำความเร็วได้ถึง 51 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้ในระดับความสูง 3,658 เมตร ขณะที่นายริชาร์ด บราวนิ่ง ผู้ประดิษฐ์ สาธิตการบินเหนือพื้นดินเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ เขาเคยเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสาธิตการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว และเมื่อวันพุธเขาได้สาธิตต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากในย่านใจกลางกรุงลอนดอน ด้านนอกห้างสรรพสินค้าเซลฟริดจ์ ซึ่งจะจำหน่ายชุดสูทดังกล่าวที่จะผลิตแบบตามสั่งเท่านั้น

นายบราวนิ่ง กล่าวว่า ชุดสูทนี้ใช้น้ำมันราว 4 ลิตรต่อนาที ดังนั้นเราจึงสามารถบินได้นานต่อเนื่องราว 3-4 นาที และเรายังมีชุดเจ็ตสูทนี้ในอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ที่สามารถบินได้ราว 9 นาที เขาบอกว่าในขณะบินนั้น เขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด และการบินก็เป็นไปอย่างนุ่มนวลและไม่รุนแรงอย่างที่คนอื่นเข้าใจ

น่ารัก! จัดแข่งเด็กคลาน ส่งเสริมพัฒนาการตามวัย

เทศบาลเมืองสัตหีบ จัดการแข่งขันให้เด็กคลาน ทดสอบความแข็งแรง ส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก และการวางแผนครอบครัว

บรรดาคุณแม่ชาวจังหวัดชลบุรี พาลูกๆ กว่า 20 คน ร่วมแข่งขันเด็กคลาน ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสัตหีบ ในโครงการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กและการวางแผนครอบครัว โดยมีกติกาคือให้เด็กๆ คลานระยะทาง 10 เมตร เด็กคนไหนทำเวลาเร็วที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขันไป

นายณรงค์ บุณบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ มองว่า เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เป็นอนาคตของชาติ ในหลายประเทศจึงมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องเริ่มต้นจากเด็ก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึงอายุ 6 ปี เพราะเป็น ช่วงที่เริ่มมีพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม

ดังนั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงจัดโครงการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กและการวางแผนครอบครัวขึ้น เพื่อให้แม่มีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการลูกตามวัยได้ถูกต้องและเหมาะสม ลดปัญหาเด็กมีพัฒนาการไม่สมวัยหรือพัฒนาการล่าช้า