สำนักอุทยานฯ ถอดบทเรียนถ้ำหลวง และการท่องเที่ยวทางทะเล จัดประชุมกำหนดแนวทางการปฏิบัติ และมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ
จากเหตุการณ์เยาวชนและโค้ชผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คน หายเข้าไปในถ้ำหลวง พื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย และเหตุภัยพิบัติทางทะเล บริเวณเกาะเฮและเกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต จำเป็นต้องมีการบูรณาการระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และเตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว
โดยในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติและมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ : บทเรียนจากกรณีถ้ำหลวงและการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อร่วมกันหามาตรการและแนวทางรักษาความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางถ้ำและทางน้ำ

โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เกียรติมาเป็นประธานและมอบนโยบายการพัฒนาถ้ำและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทางทะเลในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือกรณีดังกล่าว
พร้อมทั้งสั่งการหัวหน้าหน่วยงานให้ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตรวจสอบข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ ถ้าแหล่งท่องเที่ยวใด มีความเสี่ยงให้พิจารณาปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวและประกาศให้ประชาชนทราบโดยเร็ว
กรณีแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ ต้องจัดให้มีการลงทะเบียนเข้า-ออก แจ้งข้อปฏิบัติและคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวก่อนเข้าพื้นที่ถ้ำอย่างถูกต้อง จัดทำป้ายสื่อความหมาย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามประจำจุดอย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่
นอกจากนี้ ยังกำชับเรื่องการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ห้ามนำบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากโฟมเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแนวทาง “ลด ทดแทน เลิก” โดยเริ่มจากการลดการใช้ถุงพลาสติก ใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นทดแทน และสุดท้ายยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด
หลังจากนั้น เป็นการบรรยายของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้
1. การบริหารจัดการถ้ำให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยนายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการประสานงานระหว่างประเทศ กรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงการดำเนินการสำรวจถ้ำในประเทศไทย ความรู้พื้นฐานด้านทรัพยากรธรณี เสนอแนะให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรธรณี ในการสำรวจถ้ำ โดยลำดับแรกต้องดำเนินการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ (Zoning) พัฒนากิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ความเปราะบาง และกำหนดประเภทของถ้ำ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่ถ้ำ
2. แนวทางการจัดทำแผนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยนายบุญเสริม ขันแก้ว ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กล่าวถึงการประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ของกรมการท่องเที่ยว แนวทาง การเสนอคำของบประมาณ
3. ถอดบทเรียนจากการปฏิบัติการช่วยเหลือเยาวชนและโค้ชผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง พื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานสนับสนุน ภารกิจหลัก คือ การเบี่ยงทางน้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ และการขนส่งอุปกรณ์ให้ชุดปฏิบัติงานภายในถ้ำ โดยหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณถ้ำ ขั้นต้นได้มีการทำความสะอาดบริเวณถ้ำและพื้นที่รอบนอก รื้อถอนท่อที่ติดตั้งสำหรับเบี่ยงทางน้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศภายในถ้ำ
4. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการอุทยานแห่งชาติ (ถ้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล) โดยนายนรินทร์ เมืองพูล นำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ได้อย่างทันท่วงที ประกอบด้วย ระบบวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัล (TETRA) ระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ ระบบระบุตำแหน่งยานพาหนะ และอุปกรณ์ IOT สำหรับติดตามระบุตำแหน่งนักท่องเที่ยว
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช